ขอบคุณ พญ.หัทยา ดำรงค์ผล ที่แนะนำให้ผมและอ.อริย ได้จัดปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มแก่วัยรุ่นเบาหวานและผู้ปกครองรวม 12 ท่าน ในโครงการอบรมเพิ่มศักยภาพความภูมิใจในตนเองของผู้ป่วยวัยรุ่นเบาหวานชนิดที่ 1 ณ สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว

ผมตื้นเต้นที่ปรับกรอบความคิด "การจัดการตนเองหลังโรคเรื้อรัง" กับ "การใช้เวลาว่างและความล้าหลังโรคเรื้อรัง" พร้อมสอดแทรกความเฉพาะทางกิจกรรมบำบัดจิตสังคม เน้นกลุ่มกิจกรรมแบบพลวัต โดยเน้นให้ผู้เข้าอบรมกลุ่มเล็กๆ นี้มีความมั่นใจในการจัดการสุขภาวะทางจิตสังคม โดยเฉพาะความมั่นใจในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต ภายใต้การจัดการเวลา อารมณ์ สื่อกิจกรรม ความเครียด และการสื่อสารระหว่างร่างกาย จิตใจ และสังคม

ภายใน 3 ชม. ผมเริ่มสร้างสัมพันธภาพด้วยกิจกรรม "เลือกสีเมจิก สีกระดาษ และวาดภาพแห่งตัวตน" ตามด้วยการหลับตาทบทวนความคิดความรู้สึกหลังสื่อสารกับจนเองด้วยการวาดภาพอะไรก็ได้ที่สะท้อนความเป็นตนเองมากที่สุด สลับกับการแลกสีแลกกระดาษเติมแต่งภาพให้กันและกับกับเพื่อนสมาชิกจำนวน 3 คนที่อยู่ในกลุ่ม

คุณค่าจากเสียงสะท้อนของผู้เข้ากลุ่ม: ได้เรียนรู้อารมณ์ขณะวาดรูป ที่มีความกังวล ความเครียด และความปล่อยวาง พร้อมๆกับได้ความสดชื่นทางธรรมชาติและความห่วงใยแบบกัลยาณมิตรจากภาพที่เติมเต็มให้รูปนั้นมีความสุขในสภาวะทางสุขภาพและการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต

กิจกรรมที่สอง คือ การวัดเวลาการตอบสนอง (ความรู้สึกและความคิดตัดสินใจ) แบบย่อ โดยวัด 5 ครั้งในหนึ่งชุดของการกระตุ้นรับข้อมูลจากการมองเห็นแสงสีแดง การได้ยินเสียง และการสัมผัสปุ่มกระดูกคอส่วนที่ 7 จากนั้นให้ผู้เข้าร่วมอบรมตัดเวลาที่ต่ำสุดและสูงสุด แล้วเลือกเวลาที่ไวที่สุด จนถึงการเปรียบเทียบความรู้สึกที่ชอบและตัดสินใจกระทำเร็วที่สุด

คุณค่าจากเสียงสะท้อนของผู้เข้ากลุ่ม: ส่วนใหญ่มีความไวตอบสนองต่อการสัมผัส แปรผลได้ว่า "สิ่งเร้าจากการสัมผัสอากาศ การเคลื่อนไหว การคงท่าทาง และการเปลี่ยนการกระทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต ต้องปรับเปลี่ยนอย่างค่อยเป็นค่อยไป มีการวิเคราะห์ขั้นตอนกิจกรรมจากง่ายไปยาก จัดการความคิดตนเองก่อนช่วยเหลือผู้อื่น จัดการเวลาที่ยืดหยุ่น จัดการเลือกกิจกรรมที่ท้าทายความสามารถและเกิดความสุขจากการฝึกทักษะทำกิจกรรมนั้นๆ"

กิจกรรมที่สาม: สร้างสถานการณ์ที่ปล่อยวางและอิสระทางความคิดในการระดมความสามารถของสมาชิกในกลุ่มเล็ก 3 ทีมๆ ละ 4 คน มีทั้งแบบเร่งเวลาให้ปะติดเซรามิคบนกรอบรูปกับปั้นดินพิเศษแข่งกันภายใน 10 นาที กับแบบสบายๆ ไม่มีเวลากำหนดในการปะติดเซรามิคบนกรอบรูปกับปั้นดินพิเศษ สังเกตว่า ทุกคนมุ่งมั่นกับเวลาหรือผลผลิตของกิจกรรม ต่างคนต่างทำงานโดยแบ่งหน้าที่ชัดเจน น้อยมากที่จะมีการสื่อสารระหว่างคนหรือกลุ่ม

คุณค่าจากเสียงสะท้อนของผู้เข้ากลุ่ม: ทุกคนรู้จักผ่อนคลายความเครียดที่เกิดจากกิจกรรม เวลา และผลผลิตจากการทำงานเป็นทีม สร้างความเข้าใจในตัวกิจกรรมที่มีการแบ่งขั้นตอนและพยายามสร้างสรรค์ผลผลิตกิจกรรมอย่างผ่อนคลาย

กิจกรรมที่สี่: ทำแบบประเมินกิจกรรมการดำเนินชีวิตโดยมองหัวข้อกิจกรรมที่เหมาะสมกับคนไทยและความถี่ของการเข้าร่วมทำกิจกรรมของตนเอง ทำแบบประเมินประเภทและความถี่ของการใช้เวลาว่าง

คุณค่าจากเสียงสะท้อนของผู้เข้ากลุ่ม: ทุกคนได้มีโอกาสพิจารณาหัวข้อกิจกรรมต่างๆ โดยเน้นการตัดสินใจและการจัดการความคิดเชิงเปรียบเทียบว่าความสำคัญ ความสนใจ และความถี่ของการทำกิจกรรมเป็นอย่างไร และได้รับรู้ถึงประโยชน์ของการทบทวนกิจกรรมรอบตัวเองเพื่อการบำบัดหรือพัฒนาความสามารถ ความสุข และความมั่นใจในตัวตนมากขึ้น (จาก 1-10 หากคิดว่าได้ 7 ขึ้นไป ก็ตัดสินใจและค่อยๆ ทำกิจกรรมอย่างมีเหตุผล มีความเครียดเชิงบวก และมุ่งมั่นทำกิจกรรมให้สำเร็จ)

กิจกรรมที่ห้า: คัดเลือกสมาชิกกลุ่มมาทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันจำนวนหนึ่งในสี่ตัวเลือก (โยนห่วง 3 รอบ, โยนลูกเทนนิส 30 ครั้ง, ต่อรูปทรงลงหลักตามแบบ และใช้ช้อนส้อมแยกลูกปัดสองสี โดยให้ผู้ทำกิจกรรมคาดคะเนเวลาที่จะทำหนึ่งกิจกรรมให้สำเร็จ) ทั้งนี้ขอให้คุณหมอช่วยจับชีพจรก่อนและหลังทำหนึ่งกิจกรรมนั้นๆ ประเด็นคือ หากผู้ทำกิจกรรมมีสมาธิและไม่เครียดกับความท้าทายของกิจกรรมและการจัดการเวลา ชีพจรก็จะไม่แตกต่างมากนักระหว่างก่อนและหลังทำหนึ่งกิจกรรม

คุณค่าจากเสียงสะท้อนของผู้เข้ากลุ่ม: ตัวแทนสามคนแสดงศักยภาพด้วยการมีสมาธิและควบคุมอารมณ์อย่างปล่อยวาง ไม่คิดกัลวลใดๆ และทำกิจกรรมในเวลาที่กำหนดเองอย่างเต็มศักยภาพ ชีพจรมีความแตกต่างบ้างตามลักษณะของกิจกรรมที่แต่ละคนเลือกและมีความไวของระบบความคิดและความแม่นยำของระบบประสาทการเคลื่อนไหวที่ตื่นตัวและเร่งรีบจนชีพจรสูงขึ้นและลดลงอย่างรวดเร็วหลังเสร็จกิจกรรม นั่นคือทุกคนมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นว่าจะควบคุมชีพจร สมาธิ และการกระทำกิจกรรมที่ตนเองสนใจและมีเป้าหมาย อย่างมีสติ เหตุผล โดยปราศจากอารมณ์เชิงลบ

กิจกรรมสุดท้าย: การฝึกผ่อนคลายจากท่าทางและสิ่งแวดล้อมที่สนใจและพอใจ การปรับเปลี่ยนอารมณ์-จิตใจ-ร่างกาย ขณะอยู่นิ่งหรือทำกิจกรรมจากช้าไปเร็ว การทบทวนความคิดอยู่ในจิตสำนึกแห่งตนผ่านสมาธิ-ลมหายใจ-การผ่อนคลายกล้ามเนื้อตามลำดับส่วน เพื่อสื่อสารกับร่างกายให้ผ่อนคลายและจัดการสภาวะที่ตึงเครียดในสถานการณ์ชีวิตได้

คุณค่าจากเสียงสะท้อนของผู้เข้ากลุ่ม: ได้เรียนรู้การจัดการอารมณ์ที่ผ่อนคลายและอยู่ทบทวนตนเองให้เกิดพลังชีวิตและความคิดที่ดีแก่ตนเองและผู้อื่นๆ ได้มากขึ้น น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการทำกิจกรรมการเรียนรู้อื่นๆ ไม่ว่าจะมีโรคเบาหวานหรือไม่ก็ตาม