คิดอยู่หลายวัน ว่าจะเขียนบันทึกนี้ดีหรือเปล่า แล้วก็ตัดสินใจว่าต้องทำอะไรสักอย่าง อย่างน้อยก็เขียนบันทึก


เพราะ..ถึงไม่เขียน มันก็ค้างคาใจอยู่ดี แล้วก็คงไม่สามารถเขียนบันทึกอื่นที่อยากจะเขียนต่อได้  ถ้าไม่เขียนบันทึกนี้เสียก่อน

เพราะ..ถ้าให้เขียนบันทึกอื่นไปเลย แล้วทำเป็นไม่สนใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับบ้านเมืองอยู่  ก็ดูเหมือนจะเป็นคนไร้หัวใจ ไม่รู้สึกรู้สากับเหตุการณ์รอบบ้าน


 

หลังจากหายหน้าไปนาน กลับมาผมเริ่มเขียนบันทึกแรกเกี่ยวกับความประทับใจที่จังหวัดสงขลา แล้วตั้งใจจะเขียนบันทึกอื่นต่อเหมือนเคย แต่ก็มาเกิดเหตุการณ์ที่สี่แยกคอกวัว เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน เข้าเสียก่อน เรียกได้ว่า เล่นเอาหมดอารมณ์เขียนบันทึกไปเลย

แล้วก็มาเจอเหตุการณ์ที่สีลมเข้าให้อีก  กระทบใจมาก เพราะ..ความผูกพัน
๙ ปีที่เดินอยู่แถวนั้น เคยแต่หลบขี้นก ไม่เคยต้องมาหลบระเบิดแบบพี่น้องคนไทยในวันนั้น

 


 

ลองตามความรู้สึกตัวเองว่า รู้สึกอย่างไร เมื่อรู้ข่าว
มันมีทั้ง เสียใจ เศร้าใจ สงสาร ..
แต่ที่น่าตกใจ เมื่อตามดูตนเองอย่างไม่ลำเอียง พบว่า ตัวเองกลับรู้สึก โกรธ เป็นอารมณ์เด่นที่สุด

ความคิดแรกๆของตนเองจากอารมณ์โกรธ คือ ความคิดในเชิงลบ..สาปแช่ง สาบแช่งผู้กระทำ ผู้สั่งการหรือวางแผนไว้อย่างมืออาชีพ....โดยเจตนา ผู้ที่ได้ประโยชน์จากความสูญเสีย

ครับ ผมโกรธ หรือถ้าจะเขียนให้ดูดี คือ หงุดหงิด ไม่พอใจ อะไรก็ตามแต่ 

แต่ความจริงก็คือความจริง เป็นอารมณ์ในกลุ่มโทสะ นั่นเอง

ลองถามตัวเองต่อ อะไรทำให้โกรธ
คำตอบ คือ สิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ตรงกับที่ตนเองคาดหวัง
คิดว่า เหตุการณ์จะสงบได้แล้ว แต่กลับไม่
ความคิดที่ว่า มันน่าจะ.. น่าจะเป็นอย่างโน้น..อย่างนี้..ทะลักจากหัวสมองออกมาเป็นชุด

แล้วก็ค้นพบว่า นี่คือ ทุกข์ ทั้งๆที่อยู่ห่างไกลจากจุดนั้นนับ​พันกิโลเมตร ทุกข์ทางไกล..ในเช้าวันที่ ๑๑ เมษายน วันอาทิตย์ที่ควรจะสดใส แต่ใจกลับขุ่นมัว

แล้วความคิดแว๊บหนึ่ง ก็เกิดขึ้นในสมองหลังจากนั้น  เราให้อภัย คนพวกนี้ได้หรือไม่  คำว่า..โจร.. ผุดขึ้นในสมองทันที   เราให้อภัย..โจร..ได้มั้ย

นั่นเป็นคำถามที่ทำให้ผมโยงไปถึง ภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่เคยดู แล้วประทับ..อยู่ในใจ องคุลีมาล

ผมได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้ ตอนนั่งเครื่องบินไปออสเตรเลียเมื่อหลายปีก่อน จำได้ว่า ตอนนั้น แทบจะยกมือขึ้นสาธุเหนือหัวบนเครื่องเลย

อยากให้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้  โดยเฉพาะฉากสำคัญ ซึ่งผมคิดว่า ถ่ายทำและเขียนบทได้ดีมาก



เช้าวันที่ ๑๑ ผมเปิดคลิปนี้ดูซ้ำอยู่หลายครั้ง ครับ..มันทำให้ใจผมเย็นลง จนเขียนอนุทิน สั้นๆ ในวันนั้นได้

 


 

 

แล้วก็มาเจอเหตุการณ์ที่สีลมเข้าให้อีก

ผมได้ บันทึกอันมีค่าของ หลวงพี่ไพศาล บันทึกนี้ เตือนสติ ครับ

 

หากความพินาศในวันนั้นเรียกว่าชัยชนะ มันก็คือชัยชนะของความโกรธเกลียดนั่นเอง


ผมเยียวยาตนเองได้ระดับหนึ่ง แต่ใครจะช่วยเยียวยาคนไทยด้วยกันอีกหลายๆคนในกรุงเทพฯ ขณะนี้

ภาวนาว่า ขอให้ ทุกข์ ครั้งนี้ เป็นโอกาสน้อมนำให้คนไทยด้วยกันมองเห็น ทางดับทุกข์ ด้วยเถิด