ถนนพลาสติก โลกพลาสติก
คนอินเดียนอกจากจะพูดเก่งเจรจาเก่งแล้วยังคิดเก่งด้วย โดยเฉพาะการคิดแก้ปัญหาหรือคิดหาทางออก เป็นเสมือนบุคคลิกประจำชาติเลยก็ว่าได้ ที่คนอินเดียไม่ว่าเพศใด วัยใด จะสามารถคิดหาทางทำสิ่งต่างๆ ให้ประสบความสำเร็จจนได้ ด้วยคติที่ว่า I can แม้ว่าจะต้องทำนอกกรอบไปบ้าง การคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ในโลก เช่นด้านไอที เทคโนโลยี บางครั้งจึงเกิดจากหัวสมองของคนอินเดีย เช่นในเรื่องที่จะเล่าให้ฟังต่อไปนี้ ถนนพลาสติก Plastic Road อินเดียสร้างถนนพลาสติกเป็นประเทศแรกในโลก และในอนาคตอาจกลายเป็นโลกพลาสติก ก็เป็นได้
เรื่องเริ่มที่บังกาลอร์ ประเทศอินเดียในปี 1996 ในอินเดียมีขยะมากถึงวันละกว่า 1 แสนตัน ในบังกาลอร์เมืองเดียวมีขยะวันละ 5 พันตันซึ่งจำนวนวนี้เป็นขยะพลาสติก 50 ตัน ขยะพลาสติกเหล่านี้ไม่ย่อยสลายทำให้เกิดปัญหามลภาวะและสิ่งแวดล้อม สัตว์ต่างๆ เสียชีวิตมากมายเพราะกินขยะพลาสติกเหล่านี้เข้าไป องค์การต่างๆ เริ่มรณรงค์ต่อต้านการใช้พลาสติก ทำให้พี่น้องตระกูลข่าน คือนายอาเหม็ด ข่าน Ahmad Khan ชาวอินเดียวัย 61 ปีเจ้าของโรงงานผลิตถุงพลาสติก เคเค โพลีเฟล็กซ์ ซึ่งผลิตถุงพลาสติคมานานกว่า 20 ปีและนาย Rasool Khan น้องชายวัย 59 ผู้อำนวยการบริษัท รู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและพยายามหาทางแก้ปัญหา ซึ่งต่อมาได้ค้นพบวิธีการใช้งานขยะเหลือใช้เหล่านี้ด้วยวิธีการที่ไม่เป็นอันตราย นั่นก็คือนำมาใช้ประโยชน์สร้างถนนโดยทั้งคู่ได้พบว่ายางมะตอยที่ใช้ราดถนนกับพลาสติกทำมาจากผลิตภัณฑ์จากน้ำมันปิโตรเลียมเหมือนกันและไม่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติเหมือนกัน ดังนั้นหากนำพลาสติกที่เป็นขยะไปใช้กับยางมะตอยที่ทำถนนจะช่วยลดปัญหาขยะพลาสติกได้ไหม ทั้งนี้ยางมะตอยเป็นส่วนผสมหลักของการทำถนน แต่เวลาที่ใช้ยางมะตอยอย่างเดียว ถนนมีแนวโน้มจะหลุดร่อนเมื่อใช้งานไปสักระยะหนึ่ง ในขณะเดียวกัน เวลาพลาสติกละลาย มันจะจับตัวแข็งมากภายในเวลาเพียงสิบนาที
ทั้งสองคนจึงทดลองผสมวัตถุดิบทั้งสองเข้าด้วยกัน แล้วเอาไปถมหลุมบ่อจำนวนประมาณ 200 หลุมบนถนน Rajalakshmi Nursing Home Road ในเขต Jayanagar ซึ่งอยู่ทางใต้ของเมืองบังกาลอร์ เป็นเวลา 2 ปี ผลการทดลองได้ผลดีอย่างยิ่งจึงคิดที่จะนำไปใช้ทำถนนแต่เพื่อความแน่ใจจึงได้ทำการค้นคว้าและทดลองเพื่อให้ได้รับการรับรองจากสถานศึกษาและสถาบันวิจัยอย่างเป็นทางการ ซึ่ง 2 ปี ต่อมา บรรดาอาจารย์วิศวกรรมศาสตร์กับนักวิจัยก็ได้ออกรายงานรับรองเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดนี้
และเพื่อให้สามารถนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ในการสร้างถนนได้จริง สองพี่น้องตระกูลข่านได้ติดต่อทางการของรัฐ Karnataka และในที่สุดในปี 2002 ก็ได้รับอนุญาตให้สร้างถนนสายแรกที่ทำจากขยะพลาสติคที่ Rajarajeshwari Nagar front gate รวมระยะทาง 40 กิโลเมตร โดยมีการตรวจสอบติดตามผลอย่างใกล้ชิด และไม่ปรากฎว่ามีผิวถนนมีความทนทาน ไม่หลุมเป็นหลุมเป็นบ่อ ในที่สุดเมื่อเป็นที่ยอมรับของฝ่ายต่างๆ ทำให้บริษัทได้รับอนุญาตให้ตัดถนนอีกหลายสายรวมความยาว 230 กิโลเมตรในเมืองบังกาลอร์
วิธีการทำถนนจากพลาสติก เริ่มจากการบดพลาสติกที่คนเก็บขยะมาส่งให้เป็นผง แล้วนำไปผสมกับยางมะตอยซึ่งเป็นสารประกอบเรียกว่า polymerized bitumen ที่ไซต์งานก่อนจะเทราดลงบนผิวถนน โดยสามารถทำได้สองแบบคือแบบแห้งและแบบเปียกด้วยการผสมกับน้ำมันดิน และผลที่ออกมาก็จะเป็นถนนที่เรียบเหมือนถนนยางมะตอยปกติธรรมดา แต่คงทนแข็งแรง มีคุณสมบัติทนทานต่อสภาพอากาศในฤดูมรสุมและการใช้งานประจำวันมากกว่าถนนทั่วไป อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาการเกิดหลุมบนผิวถนนได้อีกด้วย ทำให้ประหยัดงบประมาณในการซ่อมแซมได้อย่างน้อยหกปี
ในปัจจุบัน ในรัฐ Tamil Nadu มีถนนกว่า 1500 กม.ทำจากขยะที่เป็นพลาสติกผสมกับยางมะตอย bitumen/Asphalt ซึ่งช่วยลดต้นทุนในการทำถนนได้ดี เนื่องจาก bitumen ตันละ 3 หมื่นห้าพันรูปี ในขณะที่ขยะพลาสติกตันละเพียงห้าพันรูปี
เจ้าหน้าที่ทางหลวงอินเดียกล่าวว่า การใช้ ขยะพลาสติกมาทำถนน จะช่วยประหยัดยาง มะตอยได้ถึง 10 % แค่ใช้เศษพลาสติกที่ตัดออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยปริมาณ 1 ตัน จะสร้างถนน ขนาดความกว้าง 3.5 เมตร ได้ยาวถึง 1 กม. ด้วยการนำเอาเศษชิ้นพลาสติกคลุก กับเศษ หิน แกรนิตเคี่ยวให้เข้ากันด้วยความร้อนสูงระหว่าง 160-170 องศาเซลเซียสพลาสติกจะ หลอมละลายรวมเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน
ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าถนนที่ทำด้วยพลาสติคผสมยางมะตอยนี้จะป้องกันน้ำในฤดูฝนได้ดีกว่าถนนธรรมดา ที่พอโดนฝนตกหนักก็จะทำลายผิวหน้าถนนจนเป็นหลุมเป็นบ่อ จากการทดลอง ถนนที่ทำด้วยพลาสติกที่เมืองเจนไนทนน้ำและทนฝนได้ดีแม้ผ่านไปหลายปี ก็ยังไม่ชำรุดเป็นหลุม
หลังจากประสบความสำเร็จที่บังกาลอร์และเจนไน ได้มีการทดลองนำพลาสติคมาใช้ทำถนนเป็นแห่งแรกในเดลี ที่ถนน Rajpur Road ซึ่งนับว่าประสบความสำเร็จเช่นกัน เนื่องจากถนนคงทนและทนต่อน้ำและฝนไม่เสียหายเป็นหลุมเป็นบ่อเช่นถนนธรรมดาทั่วไป
อย่างไรก็ดี มีผู้คนวิตกว่าขยะพลาสติคนั้นจะสร้างปัญหามลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แต่นักวิชาการอินเดียชี้ว่าการนำขยะพลาสติกมาใช้ทำถนนถือเป็นการลดจำนวนขยะที่จะสร้างมลภาวะเหล่านี้ได้มาก
ผมเองได้มีโอกาสไปทั้งเจนไนและบังกาลอร์และเคยไปนั่งรถวิ่งไปบนถนนที่ได้ชื่อว่าถนนพลาสติกมาแล้วโดยเฉพาะที่เจนไน ต้องบอกว่าความเรียบนั้นเรียบมากเช่นเดียวกับถนนลาดยางชั้นดีสิ่งที่ต้องดูก็คือความทนทานซึ่งเป็นข้อพิเศษที่ทำให้ต่างจากถนนลาดยางธรรมดา คงต้องย้อนกลับไปดูอีกทีในอนาคตว่าทนทานจริงตามคำล่ำลือหรือไม่
ด้วยมันสมองของคนอินเดียที่ช่างคิดทำให้สร้างนวัตกรรมใหม่ขึ้นมาอีกหนึ่งผลงาน คือการใช้ประโยชน์จากขยะพลาสติกแทนที่จะปล่อยให้เป็นผลภาวะต่อโลก ก็นำมาใช้เป็นถนนซึ่งต้องการความคงทนถาวรและป้องกันน้ำ ทำให้ในอนาคตนอกจากอินเดียแล้ว ประเทศต่างๆ ทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยน่าจะได้ประโยชน์จากถนนพลาสติกนี้เช่นกัน
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะท่านเอกฯ
สุดยอดไอเดียนะคะ หากเมืองไทยนำมาใช้คงดี จะช่วยลดปัญหา การกินดิน กินหิน กินปูน ไปได้มากเลย เอ รึ หนูคิดว่าคงไม่มีใครคิดจะกินพลาสติกที่ต้องใช้เวลาย่อยนานเกิ้น สะสมในท้องล่ะ ยุ่งไปใหญ่ ;)
ขอตัวหลบไปตั้งหลัก เตรียมเฝ้าพระอินทร์ก่อนนะเจ้าค่ะ
สร้างสรรค์มากเลยนะครับ
คุณpoo ครับ
จริงครับ การทำถนนพลาสติกช่วยลดคอร์รับชั่นได้ ตามข้อมูลบางแหล่งบอกว่าในตอนแรกวิธีการนี้ไม่ได้รับการยอมรับ จากผู้เกี่ยวข้อง(เช่นผู้รับเหมา)เพราะจะทำให้ลดงานซ่อมบำรุงไปมาก....
เนื่องจากขยะพลาสติกไม่มีค่าและราคาเท่าไหร่ หากใคร "กิน" เข้าไปคงมีคนรู้:)
ขอบคุณครับที่แวะมาทักทาย คนอินเดียเก่งในเรื่องคิดและทำเสมอครับ...คล้ายคนไทย
วิรัตน์ คำศรีจันทร์ ครับ
เป็นการคิดเพื่อหาทางออกครับซึ่งเป็นสัญชาตญานของมนุษย์นะครับ
เพียงแต่ว่าทางออกนั้นเป็นประโยชน์สำหรับใครบ้าง ถ้าเป็นประโยชน์กับทุกฝ่ายหรือผลประโยชน์ร่วมกัน ก็จะดีที่สุดครับ
ขอบคุณครับที่แวะมาทักทายกัน
สวัสดีค่ะท่าน
ครูคิม ครับ
เห็นด้วยครับสำหรับพื้นฐานของคนไทย ซึ่งต่างจากคนอินเดียที่ต้องแข่งขันกันสูง จึงต้องเอาตัวรอดสูงกว่า
ชื่นชมที่คุณครูเป็นครูที่แท้จริง ถ้าสอนแล้วลูกศิษย์ยังไม่ "รู้" วิชาที่สอน ก็ต้องปรับปรุงการสอนครับ ครูอินเดียเก่งในการสอนครับ สอนให้รู้จักการตั้งคำถามมากกว่าการหาคำตอบ
ในเรื่องพ่อแม่คิดแทนลูกนั้น ไม่เป็นผลดีแน่นอนครับ พ่อแม่น่าจะเป็นเพียงผู้แนะนำ ชี้ทางเพื่อให้เด็กสามารถทำสิ่งที่ถนัดมากที่สุด
ความเป็นครอบครัวของชาวฮินดูยังเข้มแข็งและมีคุณค่ามากครับ เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมมาก เพราะพื้นฐานของคุณธรรมและศาสนาผ่านทางครอบครัวมากที่สุดครับ
เรื่องผู้ใหญ่กับผลประโยชน์ส่วนตัวนั้นเป็นเรื่องที่ทำลายสังคมไทยเองในระยะยาวครับ
เพราะหากมีแต่การไข่วค้วาแสวงหาเอามา โดยไม่รู้จักคำว่า"ให้"ออกไป ก็จะมีแต่เรา ของเราครับ แม้จะเป็นคนไทยเหมือนกัน ก็มีแต่พวกเรา ของเรา ความสุขของเรา ของพวกของเรา ความรวยของเรา ของพวกของเรา สังคมไทยก้คงจะมีแต่ความเหลื่อมล้ำและขัดแย้งเช่นนี้ละครับ
แม้ในสถานการณ์ปัจจุบัน ผมก็ยังคิดว่า หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงคือคำตอบครับ
หากมีความพอดีในจิตใจ คงไม่เกิดการทำร้ายกันครับ
อย่างไรก็ดี ณ ตอนนี้ ต้องหยุดเพื่อจะเรียกสติกลับมาก่อนนะครับ
ขอบคุณครับ
คุณ มาตายี กระแตครับ
ขอบคุณครับที่แวะมาทักทายกัน
ถ้าคนไทยเปิดใจ จะมีขุมทรัพย์ทางปัญญาสากลในโลกอีกมากมายครับ ที่นำมาใช้หรือดัดแปลงเป็นนวตกรรมได้สบายครับ
สิ่งไหนดีทำ นำมาใช้ สิ่งไหนไม่ดี อย่าทำ ไม่นำมาใช้
เป็นหัวใจพุทธศาสนาเลยครับ
ไม่น่าเชื่อว่าถนนพลาสติกที่ทำเสร็จแล้วจะเรียบและสวยงาม
หากลดต้นทุนการผลิตได้ดีเช่นนี้ ถนนปลอดฝุ่นที่กำลังดำเนินการอยู่ในบ้านเราน่าจะนำไปใช้บ้างนะคะ
คุณ naree suwan ครับ
นับเป็นการหาทางออกในการบริหารขยะพลาสติกที่ดีครับ
บ้านเราน่าจะนำมาใช้ครับ
ขอบคุณที่แวะมาทักทายกันนะครับ
เรียนท่านพลเดช ฯ
อ่านเรื่องนี้แล้ว ทำให้นึกถึงข่าวทางทีวีเรื่องหนึ่ง คือข่าวบอกว่า
มีเด็กหนุ่มชาวอาฟริกาใต้ ทดลองนำเศษพลาสติคที่ไม่ใช้แล้ว มา
อัดทำเป็นเสารั้วพลาสติค แทนเสาปูนซิเมนต์ ผลปรากฏว่าเป็นที่
นิยมกันมาก จนทำไม่ทันขาย เพราะเบากว่าเสาปูนซิเมนต์ แต่คงทน
ถาวรกว่า ถ้าบ้านเรามีคนที่มี่หัวคิดเช่นนี้แล้วนำออกมาทดลองทำขาย
บ้างก็น่าจะทำเงินทำทองได้เช่นเดียวกัน จึงอยากให้มีคนไทยสักคน
ทดลองทำดูบ้าง การเสนอบทความของท่านนับว่ามีประโยชน์มาก
ท่านวรโพธิครับ
คนอินเดียแก้ปัญหาเก่งครับ อาจด้วยความจำเป็นเพราะสิ่งแวดล้อมบังคับ
ด้วยความที่มีพลเมืองนับพันล้าน ปัญหาสังคมจึงมีเยอะ
นี่คือหนึ่งในตัวอย่างการแก้ปัญหาขยะพลาสติกที่เมืองหนึ่งเท่านั้น
ยังมีอีกหลายเรื่องที่คนอินเดียใช้ภูมิปัญญาแก้ปัญหาในประเทศของเขา
ไทยเราสามารถเรียนรู้แปรับมาใช้กับประเทศของเราได้ครับ
ขอบคุณครับพ่อที่แวะมาทักทายกันครับ