57 : สายสวนตัน ติดเชื้อ และกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ตอนที่ 4


สวัสดีครับ เพื่อนๆ ที่ตามอ่านบทความเกี่ยวกับการติดเชื้อในรอบหลายปีที่ผมได้กลายมาเป็นผู้ ทุพพลภาพ ซึ่งตอนนี้ก็เป็นตอนที่ 4 แล้ว เป็นตอนที่ผมไม่คาดคิดด้วยซ้ำว่าจะเกิดขึ้น เพราะผมก็ระวังเป็นอย่างดี (ส่วนถ้าเพื่อนๆ ท่านไหนยังไม่เคยอ่าน ตอนที่ 1, ตอนที่ 2 และตอนที่ 3 ก็ลองกดลิ้งค์อ่านดูนะครับ)

ต้อง เริ่มต้นจากไปพบคุณหมอเมื่อวันอังคารที่ 1/7/2551 (ตอนที่ 3) แต่พอคืนวันศุกร์เริ่มมีอาการตัวร้อนเล็กน้อย พอถึงตี 2 ของวันเสาร์ผมมีอาการหนาวสั่น สลับกับเป็นไข้สูงถึง 39-39.5 องศาเซลเซียส จึงคิดจะมาที่ รพ.พญาไท 1 ตอนตี 5 เพราะกลัวว่าจะติดเชื้อรุนแรง แต่อีกใจก็กลัวว่าจะค้องนอนที่ รพ. จึงตัดสินใจถ่ายอุจจาระจากที่บ้านไปเลย ทำให้ไปถึง รพ. ประมาณ 8.30 น. คุณหมอเวร ก็เข้ามาพูดคุย และให้นอนพักดูอาการจริงๆ ครับ

รับไปเลยครับ น้ำเกลือ+ยาปฏิชีวนะ (รักษาอาการติดเชื้อ) ที่ห้องพิเศษชั้น 6 (จำเลขห้องไม่ได้ครับ ) ตรวจอัลตร้าซาวด์ เก็บปัสสาวะไปตรวจเชื้อ เก็บเลือดตรวจการติดเชื้อ



 
ภาพนี้ประมาณ 4 ทุ่ม เป็นสภาพที่มีอาการหนาวสั่น จนต้องเอาผ้าห่มมาคลุมแบบนี้ครับ
หลังจากไม่ได้เข้าโรงพยาบาลแบบผู้ป่วยในมานาน
จึงถ่ายภาพไว้ดูสัก หน่อยกับเครื่องที่ควบคุมสายน้ำเกลือครับ
แต่ส่วนตัวแล้วผมระแวงไอ้เจ้าเครื่องนี้มาเลย เพราะเวลาเป็นผู้ป่วยในผมต้องระวังเรื่องการหายใจ และผมก็คิดว่าไอ้เจ้านี่คงเก็บเชื้อไว้พอ สมควรครับ
เหมือนเดิมครับ ผมยังคงเอาโน๊ตบุ๊คคู่ใจไปเหมือนเดิม ไม่งั้นคงเหงาแย่ และใช้ระบบ wireless ของทางโรงพยาบาลครับ เร็วมากๆ
ยังคงต้องใช้โทรศัพท์ทำงานเป็นหลักเหมือนเดิม
ภาพนี้โชว์สายน้ำเกลือครับ เดี๋ยวนี้ทันสมัย อุปกรณ์ข้อต่อหลายจุด

เสบียงต้องซื้อเองครับ เพราะราคาค่อนข้างสูง

ผมอยู่ที่โรงพยาบาลพญาไท 1 จนถึงวันจันทร์ รวม 2 คืน แต่ต้องอยู่ถึง 5 ทุ่ม (ก่อนเที่ยงคืน) มีคุณหมอทั้งหมด 3 ท่านที่เข้ามาดูอาการตลอด 2 -3 วัน คือคุณหมอกำธร ที่ดูแลเรื่องการติดเชื้อ คุณหมอรัฐดำรง ดูแลเรื่องกระเพาะปัสสาวะ และคุณหมอพนิต ดูแลเรื่องโรคผิวหนัง
.
คุณ หมอทั้ง 3 ท่านต้องปรึกษากันเพราะ ณ ตอนนั้น ผมรักษาอาการโรคนิกเกิล คอนแทค (เป็นโรคแพ้สารนิกเกิล ซึ่งผมจะเขียนบทความให้ได้อ่านในภายหลังครับ ภาพอาการของโรคน่ากลัว น่าหวาดเสียวเพียบเลยครับ) ทำให้ผมตัดสินใจทานยาสเตรียลอยด์ ขนาด 5 มิลลิกรัม 6 เม็ดเองต่อเนื่อง 20 วันก่อนมาพบคุณหมอ (รวมทั้งก่อนจะมานอน รพ.ด้วย) โดยแบ่งทานเป็นเช้า 3 เม็ด ก่อนนอน 3 เม็ด จึงเป็นสาเหตุให้ต้องค่อยๆ ลดการทาน ซึ่งในระหว่างที่กำลังลดปริมาณยานี่เอง ผมก็ต้องมานอน รพ. และทำให้ผมได้ทราบว่า การทานยาสเตรียลอยด์มีผลต่อกระเพาะปัสสาวะ ทำให้มีโอกาสติดเชื้อง่ายขึ้น จึงต้องหยุดทานยา
.
ส่วน การรักษาอาการติดเชื้อ คือต้องรับยาปฏิชีวนะผ่านสายน้ำเกลือ ติดต่อกัน 14 วัน ดังนั้นหลังจากกลับบ้านแล้ว ผมก็ยังต้องรับยาต่ออีก 12 วัน ช่วงผ่าน 2 วันแรกที่ได้รับยา อาการหนาวสั่น และเป็นไข้ก็หายไปครับ การเข้า รพ.คราวนี้ของผม ทำให้ผมมีประสบการณ์มากขึ้นในอีกหลายเรื่อง เอาไว้มีโอกาสผมก็จะเขียนบทความให้อ่านเพิ่มเติมกันนะครับ ตอนนี้คงต้องจบก่อนครับ
.
ขอบคุณครับ
ปรีดา ลิ้มนนทกุล
ผู้ทุพพลภาพมืออาชีพ
หมายเลขบันทึก: 353524เขียนเมื่อ 23 เมษายน 2010 17:57 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2012 13:48 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกันจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี