เมื่ออังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ 53 ผู้รับใบอนุญาต ครูแอ๊ดธนาภัทร ระวิมี ได้เรียนเชิญอาจารย์มาทำพิธีขึ้นศาลพระพรหม พระภูมิ และเจ้าที่ ณ โรงเรียนอนุบาลบ้านรักเด็กท่าตอน

 

ความรู้เกี่ยวกับการตั้งศาลพระพรหม

พระพรหมในศาสนาพราหมณ์นั้นถือเป็นเทพผู้สร้างจักรวาลและเป็นผู้กำหนดหรือลิขิตชะตาชีวิตของผู้คน พระพรหมจึงเป็นมหาเทพสูงสุดในยุคสมัยโบราณซึ่งพระพรหมมีทั้งที่ปรากฏในคติของศาสนาพราหมณ์และศาสนาพุทธเช่นกัน แต่พระพรหมในศาสนาพุทธถือเป็นเทพชั้นสูงในระดับหนึ่งในสวรรค์ของศาสนาพุทธที่เรียกว่าสวรรค์ชั้นพรหมซึ่งยังต้องมีการจุติหมุนเวียน แตกต่างจากพระพรหมในศาสนาพราหมณ์ที่เป็นมหาเทพสูงสุด  แต่สิ่งที่คล้ายคลึงกันก็คือ เป็นเทพที่เคร่งในเรื่องของการครองตนและการประกอบคุณงามความดี มีศีลธรรมสูงและโปรดประทานพรให้กับผู้ที่ครองตนอยู่ในศีลธรรมอันดี สำหรับการตั้งศาลพระพรหมในประเทศไทยนั้นคงเกิดด้วยเหตุจาก ศาลพระพรหม โรงแรมเอราวัณ ซึ่งถือเป็นศาลพระพรหมศาลแรกที่เกิดขึ้น และกลายเป็นจุดเริ่มต้นและต้นแบบในการสร้างศาลพระพรหมไว้บูชากันตามสถานที่ต่างๆต่อๆมา โดยยึดแบบการสร้างศาลพระพรหมจากศาลท้าวมหาพรหมที่โรงแรมเอราวัณ อันเนื่องมาจากความเชื่อที่ว่าจะช่วยปัดเป่าความขัดข้อง อุปสรรค และเสริมโชคลาภและความสำเร็จ  ผู้ประกอบการรายใหญ่ๆ จึงนิยมตั้งศาลพระพรหมไว้บูชา

 

การตั้งศาลพระชัยมงคล(ศาลพระภูมิ)

 
    การที่เราจะอัญเชิญพระชัยมงคล ให้เสด็จมาคุ้มครองเจ้าของบ้านและบ้านเรือนต่างๆนั้น จำเป็นต้องดูฤกษ์ ยามอันมงคลและประกอบพิธีอัญเชิญให้ครบถ้วนถูกต้องจึงจะได้สมความปราถนาตามที่ได้ตั้งใจไว้  การตั้งศาลพระภูมินั้น ทางทีมงาน ตรีศูลี่ ไม่แนะนำให้ท่านเจ้าบ้านกระทำเองโดยลำพัง   เหตุเพราะ  การดูฤกษ์ ยามในการตั้งศาลก็ดี กฎเกณฑ์ต่างๆก็ดี  หรือข้อต้องห้ามในการตั้งศาลก็ดี รายละเอียดปลีกย่อยเหล่านี้ถ้าแม้นว่ามีผิดเพี้ยนไปจากแบบแผนจารีตของพิธีกรรม ก็จะส่งผลให้เกิดเหตุ เกิดความสูญเสีย หรือราชภัยต่อผู้ตั้งและคนในบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งมักจะมีให้เห็นเป็นเรื่องปกติอย่างที่เราๆท่านๆ ต่างก็ทราบกันดีอยู่ความสูญเสียหรือความเสียหายเหล่านี้นั้นเรียกว่า ต้องธรณีศาล 
 
 
 การตั้งศาลเจ้าที่

ศาลเจ้าที่ของคนไทย มักจะเรียกกันว่า " ศาลตา-ยาย "  เป็นบ้านทรงไทย มีเสา 6 เสา ขึ้นไปซึ่งบางครั้งจะตั้งอยู่คู่กับศาลพระภูมิคงเคยเห็น "ศาลเจ้าที่จำเป็นจะต้องตั้งหรือไม่ ถ้าไม่ตั้งจะเกิดอะไรขึ้น ? "  

    ก่อนอื่นคงทำความเข้าใจคำว่า "เจ้าที่" กันก่อนนะคะ ความหมายของเจ้าที่ ก็คือ เจ้าของที่ดินที่เราเข้าไปอาศัยอยู่ หรือปลูกบ้านบนที่ดินนั้น เจ้าของที่ดินในที่นี้ หมายถึง เจ้าของที่ดิน (เดิม) ที่ตายไปแล้ว (อาจอยู่มาหลายชั่วอายุคนแล้ว) และยังไม่ไปไหนยังอยู่ในที่เดิมของตนเอง เจ้าที่ จะมีอยู่ 2 ประเภทคือ เจ้าที่แท้ กับเจ้าที่จร

  • " เจ้าที่แท้ " ก็คือ ผู้ที่เป็นเจ้าของที่ดินเดิม เมื่อตายไปแล้วก็ยังเฝ้าที่ดินของตัวเองอยู่ ไม่ยอมไปเกิด ประเภทปู่โสมเฝ้าทรัพย์ เมื่อมีคนเข้าไปอยู่ก็ต้องทำพิธีขออนุญาต และตั้งศาลเจ้าที่บูชาเพื่อแสดงความเคารพต่อเจ้าของสถานที่
  • " เจ้าจร " คือ วิญญาณเร่ร่อนอยู่บริเวณนั้น เมื่อเจ้าที่เดิมไปเกิดแล้ว ที่บริเวณนั้นก็กลายเป็นที่สาธารณะ พวกวิญญาณเหล่านี้ ก็สามารถเข้าไปจับจองพื้นที่ อาจเข้าไปอยู่บ้านโน่นบ้านนี้ บ้านไหนเลี้ยงดูดีก็อาจจะขออยู่ประจำบ้านหลังนั้น กลายเป็นเจ้าที่บ้านนั้นไป