หนังเรื่องนี้ชื่อ Earth : The Power of the Planet เป็นหนัง บีบีซี ดำเนินรายการโดย Dr. Iain Steward   เป็นหนัง HD ภาพจึงสวยงามมาก   มี ๕ ตอน ตอนละเกือบ ๑ ชั่วโมง   ผมได้อาศัยเวลาที่ว่างเพราะ “เสื่อแดงสงเคราะห์” ทำให้การประชุมหลายประชุมงดไป   ผมจึงได้หลบร้อนนอนดูหนังอยู่ที่บ้าน   ทั้งสนุกและประเทืองปัญญา    และแน่นอน...ผมขอบคุณ อ. หมอปรีดา มาลาสิทธิ์ ที่ให้หนังนี้มา 

          เข้าไปดูที่เว็บไซต์นี้ จะมีหัวข้อของทั้ง ๕ ตอน  พร้อมทั้งสรุปสาระของแต่ละตอน   และมีคลิปของตอนสำคัญให้ดูด้วย   จะเห็นว่าโลกสมัยนี้มันน่าสนุกจริงๆ มีเรื่องให้เรียนรู้ค้นคว้าง่ายดาย    และผมฝันอยากเห็นรายการสารคดีทีวีดีๆ แบบนี้ และเชื่อมโยงกับเว็บไซต์ดีๆ แบบนี้ ที่เป็นของไทยบ้าง   

         แล้วผมก็พบว่าหนังชุดนี้มีให้ดูใน Youtube ที่นี่ แต่ภาพไม่สวยเท่าหนัง HD ที่ผมมี   และเขามียั่วน้ำลายเพียงไม่กี่นาที   และมี DVD ขายที่นี่  

          ดูหนังชุดนี้แล้วทำให้ผมมองเห็นความเชื่อมโยงของส่วนต่างๆ ของโลก   และที่ถือว่าเป็นส่วนของโลกรวมบรรยากาศรอบโลกสูงขึ้นไป ๑๐๐ ก.ม. ด้วย   เลยนั้นไปจึงเป็นอวกาศ

          เราต้องไม่ลืมว่าก้อนที่เป็นดาวโลกนั้น ส่วนใหญ่เป็นหินร้อนหลอมละลาย   ส่วนที่มีสิ่งมีชีวิตเป็นพียงส่วนนิดเดียว    แต่นิดเดียวก็มีเรื่องราว ๔.๕ พันล้านปีที่น่าสนใจมาก   มีเรื่องราวที่นึกไม่ถึงมากมาย เช่นธารน้ำแข็งที่เราเห็นว่านิ่งอยู่กับที่นั้น จริงๆ แล้วเคลื่อนที่ แต่ช้ามาก คืออาจจะวันละ ๑ เมตร   แต่ภาวะโลกร้อนทำให้มันเคลื่อนเร็วขึ้น   ภายในก้อนธารน้ำแข็งบางที่ มีโพรงคล้ายๆ ถ้ำในภูเขา สวยงามมาก   และเข้าใจว่าใต้ธารน้ำแข็งบางที่อาจมีธารน้ำไหลอยู่   และเป็นครั้งแรกที่ผมได้รู้ว่าทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเคยแห้ง เพราะการระเหยมากกว่าฝนตก   จะไม่แห้งต้องมีน้ำจากมหาสมุทรแอตแลนติคไหลเข้ามา   เมื่อเป็นล้านปีมาแล้วช่องแคบยิบรอลต้าร์ปิด น้ำจากมหาสมุทรแอตแลนติคไหลเข้ามาไม่ได้   ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนจึงแห้ง   และเคยแห้งมาหลายรอบ 

          ผมได้เรียนรู้ว่าเมื่อ ๒๖๐ ล้านปีก่อน เกิด global warming รุนแรง   ทำให้กระแสน้ำไหลเวียนที่เรียกว่า The Great Ocean Conveyer ไม่ไหล   คือตรงส่วนขั้วโลกตามปกติน้ำจะที่ไหลไปจะเย็นลงและมุดลงเป็นกระแสน้ำลึก   พอเกิด global warming มันก็ไม่มุด   การหมุนเวียนน้ำในมหาสมุทรทั่วโลกไม่เกิด   น้ำก็ขาดอ็อกซิเจน   สัตว์น้ำตายเกือบหมด ทับถมกันเป็นหลักฐานให้เราเห็นคือ black rock   และสัตว์บกก็สูญพันธุ์ด้วย ร้อยละ ๙๐ สูญพันธุ์ไป 

          ผมเพิ่งรู้ ว่าน้ำที่มีในโลกส่วนใหญ่มาจากนอกโลก   คือมากับสะเก็ดดาวที่วิ่งมาชนโลกสมัยโลกยังถูกสะเก็ดดาวชนเป็นห่าฝน   และผมเพิ่งเห็นกระแสน้ำทะเลขึ้นเข้ามาในบริเวณปากแม่น้ำในวันที่พระจันทร์กับพระอาทิตย์เรียงตัวตรงกัน   ทำให้แรงดึงดูดน้ำแรงมาก   น้ำขึ้นจากทะเลเร็วและแรงเหมือนน้ำไหลบ่าจากภูเขา    แต่นี้เป็นน้ำที่ไหลขึ้นมาจากทะเล   ไม้เคยนึกว่ามันจะเร็วและแรงขนาดนี้ 

          เล่าได้ไม่หมดครับ มันน่าตื่นตาตื่นใจมาก   และเทคโนโลยีสมัยใหม่ช่วยให้เราเข้าใจธรรมชาติได้เร็วกว่าอ่านหนังสือเป็นหลายสิบเท่า    แถมยังเห็นของจริงไม่ต้องจินตนาการอีกด้วย

 

วิจารณ์ พานิช
๑๖ มี.ค. ๕๓