ต้นแบบ ต้นบุญของฉัน

     ครูคนแรกที่สอนให้ฉันรู้หนังสือ สอนให้ฉันพูดคำว่า "แม่" คำว่า "พ่อ" หรือคำอะไรต่อมิอะไรต่างๆ ครูที่สอนให้ฉันรู้จักบาปบุญคุณโทษ สอนให้ฉันเป็นคนดี รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ฯลฯ ตามที่กล่าวมาครูคนแรกผู้นี้ คือ "พ่อและแม่ของเรา" แต่ท่านไม่สามารถที่จะสั่งสอนอบรมเราได้ทุกวัน ทุกเวลา ท่านต้องมีภาระกิจหน้าที่ในส่ววนของพ่อและแม่อยู่ ท่านจึงมอบลูกชายและลูกหญิงขิงท่านให้ครูเป็นผู้อบรมสั่งสอนให้มีความรู้ทั้งทางด้านสติปัญญาและทางด้านสังคมซึ่งครูเปรียบเสมือพ่อแม่คนที่สองของเรานั่นเอง

    สิ่งที่กล่าวต่อไปนี้เป็นความรู้สึกของศิษย์ที่มีต่อครูท่านหนึ่งมีนามว่า "คุณครูฐิตินันท์ พัวตระกูล" หลังจากที่ฉันจบระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ฉันจึงสอบตรงเข้ามหาวิทยาลัยแม่โจ้ เชียงใหม่ สาขาวัสดุศาสตร์ (อุตสาหกรรมการยาง)และมีอาจารย์ประจำสาขา 4 ท่าน ซึ่ง1 ใน 4 นี้มีอยู่ท่านหนึ่งที่ฉันประทับใจมากที่สุด คือ รศ.ดร.ฐิตินันท์ พัวตระกูล

วันแรกที่เจออาจารย์ฉันประทับใจมาก อาจารย์ได้กล่าวต้อนรับและให้คติเตือนใจนักเรียนว่า "มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นผู้ใหญ่ นักศึกษาจงก้าวต่อไปด้วยความจั้งใจและอดทน" ในด้านการสอนอาจารย์จะถ่ายทอดประสบการณ์ของตัวเองให้นักเรียนฟังแยกแยะให้เห็ดชัดว่า อะไรถูก อะไรผิด อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ อะไรดี อะไรชั่ว

อาจารย์สอนให้ลูกศิษย์รู้จักการดำรงชีวิตในสังคม รู้คุณค่าการเป็นมนุษย์ ยกระดับคุณภาพชีวิต ดำเนินชีวิตอย่างไรให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น ตั้งแต่ปี1-ปี4

ในแต่ละคาบเรียนจะใฃ้เวลา 30 นาที ก่อนเข้าสู่บทเรียนให้นักเรียนอ่านบทกลอนเกี่ยวกับปรัชญาชีวิต รูปภาพที่สื่อความหมายต่างๆ วิดีโอธรรมะ สิ่งนี้เป็นรูปแบบการสอนของอาจารย์ฐิตินันท์ อาจารย์ดูแล คอยเป็นห่วงเป็นกำลังใจเรามาตลอด 4 ปี ซึ่งปีสุดท้ายอาจารย์ยังคอยแนะว่าเมื่อเราจบการศึกษานั้นแสดงว่าเราจะก้าวเข้าสู่ชีวิตการทำงาน การทำงานเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันข้างหน้า ต้องรู้จักแบ่งเวลา นำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด รู้จักเก็บหอมรอบริบเพื่ออนาคตข้างหน้า

แต่สิ่งหนึ่งที่อาจารย์ย้ำอยู่เสมอ คือ "ชีวิตที่จะประสบความสำเร็จได้นั้นต้องตั้งจุดหมายในชีวิตก่อนและเดินไปสู่จุดหมายนั้น หากการเดินทางนั้นมีอุปสรรคจงเปรียบอุปสรรคนั้นให้เป็นโอกาสแก่ตนเอง"