คลินิกเติมยา ไม่ยากอย่างที่คิด
workflow ในการดำเนินงานคลินิกเติมยาที่ลำปาง ไม่ยากอย่างที่คิดค่ะ

แพทย์จะเป็นผู้คัดเลือกผู้ป่วยเข้าคลินิกตาม criteria ที่กำหนดไว้ร่วมกัน โดยเขียนใน OPD card ว่า "นัด 3 เดือน refilled ยา" "นัด 6 เดือน FBS, HbA1c" วันนี้ผู้ป่วยจะได้รับใบนัด 2 ใบ

ฐานข้อมูลของโรงพยาบาลทำให้สามารถดึงรายชื่อผู้ป่วยที่จะมาเติมยาก่อน 1 วัน และให้เจ้าหน้าที่จัดยาไว้รอแยกเป็นถุงไว้เลย

กรณีที่พบความผิดปกติ เช่น BP สูง หรือเกิด ADR ที่รุนแรงจนถึงกับต้องหยุดยา จะส่งปรึกษาแพทย์เพื่อปรับยาและจัดยาใหม่ผู้ป่วยใหม่พร้อมกันเลย จากห้องเภสัชกรเมื่อผู้ป่วยได้รับยาแล้วก็จะกลับบ้านได้เลย
ขอบคุณกับความรู้ใหม่ดีนะครับ..
สวัสดีครับ พี่ปิยวรรณ
ตามมาดูภาคต่อของคลินิกเติมยาครับ^^ มีเรื่องจะสอบถามพี่นิดนึงครับว่า ที่ดูตาม flow คลินิกเติมยา ผู้ป่วยที่ผ่านการคัดเลือกจะเป็นผู้ที่คุมระดับน้ำตาลได้ดี แล้วสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาในการคุมระดับน้ำตาล อันนี้เราจะให้คำปรึกษาด้วยหรือเปล่าครับ? เผอิญ flow ที่ผมจะเขียน คิืดว่าอยากจะเริ่มจากผู้ป่วยที่มีปัญหาไม่สามารถคุมระดับน้ำตาลได้หน่ะครับ ยังไงขอคำชี้แนะด้วยครับ
ขอบคุณล่วงหน้าครับ
สวัสดีค่ะน้องเภสัชกรพุงกลม
สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาในการคุมน้ำตาลก็จะให้คำปรึกษาค่ะ คือว่าพี่จะดูคนไข้ทุกรายที่มาตามนัดคลินิกพิเศษเบาหวาน จะต้องมา pre-counseling กับเภสัชกรก่อนเพื่อซักประวัติการกินยา ADRs นับยาเหลือ แล้วเภสัชกรก็จะเขียน pharmacist note ใน OPD card เพื่อแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนรักษาค่ะ หลังจากพบแพทย์แล้วผู้ป่วยก็จะกลับมาพบเภสัชกรอีก (post-counseling) เพื่อทราบความเปลี่ยนแปลงการรักษาหลังพบแพทย์แล้ว เช่น ต้องกินยาเพิ่มเท่าไหร่ ยาอะไรเปลี่ยนแผงบ้าง ทำนองนี้ค่ะ ก็จะเป็นกระบวนการ routine อีกอันที่แยกกับ refilled clinic ค่ะ (ห้อง ambu อยู่ติดกับห้องตรวจใน OPD อายุรกรรมค่ะ)
ถ้าเริ่ม flow จากผู้ป่วยที่มีปัญหาการคุมน้ำตาลก็จะต้องสร้างระบบที่ได้ทำอย่างต่อเนื่องนะคะ เพราะถ้าไม่ต่อเนื่องก็จะทำให้ติดตามผลการปฏิบัติงานของเราได้ยาก และอย่าลืมเก็บตัวเลขด้วยเพื่อแสดงถึง outcome ของการทำงานว่ากระบวนการที่เราสร้างขึ้นช่วยผู้ป่วยได้จริง
เป็นกำลังใจให้ค่ะ
พี่ปิ
ภาพสวยน่ะครับ (ทำได้ไงน่ะ)
สื่อสาร การนำเสนอได้ชัดเจนมาก
โดยเฉพาะพวกที่ ไม่ค่อยชอบอ่านอะไรยาวๆ แบบผม
(พวก สมาธิสั้น)
ชอบครับ ชอบ
สวัสดีค่ะเอนก
ภาพสวยเนี่ยทำหลายตลบมากเลยค่ะ ตั้งแต่ทำใน power point ก่อน อ้อ วาดรูปก่อน(วานเด็กวาด) จากนั้นก็วางใน power point จากนั้นก็ print screen (Prt Scr) แล้วก็เปิดโปรแกรม paint แล้วก็ paste ลงไป ตัดเอาเฉพาะส่วนที่ต้องการแล้วก็บันทึกเป็นไฟล์รูปภาพ เห็นไม๊ ง่ายนิดเดียว (ยากเยอะ) ช่วงนี้กำลังโหมกระหน่ำทำโปสเตอร์สำหรับนำเสนอวิชาการค่ะ วันหลังจะเขียนบันทึกสอนทำโปสเตอร์เอาแบบไม่ง้อร้านจัดรูปแบบเลย ไม่ยาก ไม่ยาก กั๊นมาหลายวันแล้ว (กั๊น แปลว่า มากกว่าพยายาม)