Learning Organization : สร้างโจทย์ให้ได้ลอง...

เมื่อสักครู่ระหว่างที่ไปนั่งรอเผาศพภายในห้องของเมรุฯ นั้น เราก็นั่งมองไปที่เตาเผาศพที่ครั้งหนึ่งได้รับมอบหมายให้พ่นสีจากสีเทาให้กลายเป็นสีทอง "รูไซด์"

 

เรามองไปมองมาพอพ่นแล้วก็ไม่เห็นสวยอะไรสักเท่าไหร่ แต่สิ่งที่สวยงามนั้นเกิดขึ้นภายในจิตในใจเพราะครูบาอาจารย์สร้างโจทย์ใส่หัวใจไว้ให้เรา "เรียนรู้..."

ที่เราได้รับมอบหมายงานพ่นสีมาหลัก ๆ ก็มีด้วยกันสองครั้ง ครั้งหนึ่งเป็นการพ่นสีประตูห้องน้ำจากสีครีมให้เป็นสีอิฐ ประตูห้องน้ำกับการปรับปรุงภูมิทัศน์

ตอนนั้นเราโง่มาก ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ไปซื้อกระป๋องมา พ่นแล้วก็ไม่ได้เรื่อง ต้องไปถามคนโน้น ถามคนนี้ สุดท้ายก็รูปว่าอุปกรณ์การพ่นสีแถวนี้มีหมด ทั้งปั๊มลม ทั้งกาพ่นสี แต่เมื่อก่อนเราไม่เคยสนใจ ไม่เคยรู้จัก เดินผ่านไปผ่านมาก็ไม่รู้ว่าอะไร แต่สุดท้ายเมื่อได้รับโจทย์เกี่ยวกับการพ่นสีมาก็ทำให้เราเห็นคุณค่าของสิ่งของที่ครั้งหนึ่งนั้น "ไม่สำคัญ"

จากนั้น เราก็ต้องไปดูซื้อสี จะเอาสีอะไรดีก็ต้องขบคิดอีก สีมีกี่ประเภทกันนะ สีน้ำ สีน้ำมัน สีพลาสติก สีอะไรต่ออะไรที่ชื่อไม่เหมือนกัน ก็ต้องไปถามคนโน้น ถามคนนี้อีก ว่าประตูของเราพลาสติกจะใช้สีอะไร แบบไหนจะดีกว่า ทนทานกว่าและ "ประหยัดกว่า"

สุดท้ายเราก็ได้รับคำแนะนำให้ใช้สีน้ำพลาสติกซึ่งสามารถเลือกสีได้จากแคตตาล็อคในร้านสีที่ผสมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ มีเป็นพัน ๆ สีเลย จะเลือกให้เหมือนขนาดไหนก็ได้ แต่สุดท้ายเราก็พลาด เลือกมาไม่เหมือน แจ่มเกินไป

เมื่อผิดพลาดจะทำอย่างไรดี จะไปซื้อสีกระป๋องใหม่ แล้วกระป๋องเดิมจะทำอย่างไร สีกระป๋องเดิมราคา 700 กว่าบาท ถ้าไปซื้อใหม่ก็ต้องเสียเงินอีก 700 กว่าบาท (ราคาต่อ 1 U.S. แกลลอน) กลายเป็นต้นทุนค่าสี 1,400 บาท กระป๋องเดิมก็ไม่ได้ใช้ กระป๋องใหม่ก็ไม่หมด

 

เราก็ต้องไปปรึกษาผู้ชำนาญการก็คือเพื่อนเราเอง เขาก็บอกว่า ไม่ต้องไปซื้อใหม่หรอก ไปมันสดไปใช้ไหม ไปซื้อแม่สีที่เป็นสีดำมา กระป๋องและไม่กี่สิบบาท แล้วค่อย ๆ ผสมไปทีละนิด ทีละนิด พอใกล้เคียงก็ใช้ได้แล้ว ตอนนั้นเราก็ถึงได้รู้จักคำว่า "บางอ้อ" ว่าเขาทำกันอย่างนี้เอง

การได้รับโจทย์มาเพื่อเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ นั้น นอกจากที่จะทำให้เราได้รู้จักงานอย่างชัดแจ้ง แดงแจ๋แล้ว เรายังรู้จักคน รู้จักเพื่อนที่เดินผ่านไป ผ่านมาแทบจะชนกัน เมื่อก่อนเราไม่เคยรู้ว่าเขารู้ แต่เมื่อวันหนึ่งเรามีโจทย์ขึ้นมาทำให้เรารู้ว่า "เขารู้"

คุณค่าของคนนั้นจักต้องอยู่ผลของงาน ไม่มีโจทย์ ไม่มีงาน ไม่มีปัญหาก็ไม่เห็นคุณค่าซึ่งกันและกัน

ต่อมาเมื่อเราผ่านงานสีน้ำแล้ว ก็ได้รับงานใหม่เป็น "สีน้ำมัน" ซึ่งท่านตั้งโจทย์ไว้ให้เป็น "สีพ่นรถยนต์" คราวนี้ก็ยุ่งล่ะ เพราะไม่ใช่เหมือนครั้งก่อนซื้อสีมากระป๋องหนึ่งแล้วเปิดน้ำจากก๊อกผสมได้เลย คราวนี้ต้องไปดูทั้งสี ทั้งทินเนอร์ ทั้งแลคเกอร์ อะไรต่ออะไรวุ่นวายไปหมด เราก็ต้องวิ่งออกไปหาอู่รถยนต์แถว ๆ นี้ถามเขาว่าสีอะไรดี ยี่ห้ออะไรดี จะซื้อที่ไหน จะใช้งบประมาณเท่าไหร่ สีพ่นใจ...

 

เขาก็ดีมาก พาเราไปซื้อ ไปลอง แล้วก็บอกว่าเชียงใหม่มีสียี่ห้อนี้ ไม่มียี่ห้อนี้ ยี่ห้อนี้ดี หายาก แพง รถยนต์ส่วนหนึ่งใช้ยี่ห้อนี้ สียี่ห้อนี้ใช้สำหรับรถยนต์ญี่ปุ่น สียี่ห้อนี้ใช้สำหรับรถยุโรป ที่สำคัญเราก็ได้รู้อีกว่า ที่เขาคิดค่าพ้นสีราคาเป็นหมื่น ราคาค่าสีพร้อมอุปกรณ์นั้นแค่ไม่กี่พันบาทเอง

การเรียนรู้จากโจทย์ที่ได้รับนั้นมีคุณค่าอย่างมหาศาล สิ่งสำคัญคือผู้บริหารจะต้องกล้าลงทุน เพราะการทำงานจริงแบบนี้จะต้องรู้จัก "เสี่ยง (Risk Management)" ให้ลูกน้องทำผิดพลาดบ้างไม่มากก็น้อย

ถ้าผู้บริหารกล้าให้โจทย์ ให้คน ให้งาน ให้เงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ให้ความรับผิดชอบ" แล้ว ลูกน้องจะเรียนรู้ ทุก ๆ คนในองค์กรจะเรียนรู้ และจะได้เรียนรู้จาก "ความจริง..."

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เกร็ดการจัดการ



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

สาธุ ครับ เตาน่านอนนิ สี ทอง