สำหรับครอบครัว วราอัศวปติ ของเรายังคงใช้ วันเช็งเม้งเก่า อยู่เพราะยังมีผู้ใหญ่ (อาม่า) และอีกหลายท่านที่ยังคงสามารถดูปฏิทินจีนได้อยู่ ดังที่เคยเล่าไปแล้ว สำหรับปีนี้จะตรงกับ วันศุกร์ที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๕๓ และเนื่องจากปีนี้อยู่ในช่วงวันหยุดยาวของข้าราชการต่อจากวันหยุดช่วงสงกรานต์ การมาไหว้บรรพบุรุษจึงกระจายกันยาวมาก จึงมีผู้มาไหว้กันค่อนข้างบางตากว่าปีที่ผ่านมา ผลไม้ ๕ อย่างจากบ้านวรารักษ์ที่นำไปไหว้ ถูกจัดใส่ตะกร้าเช่นทุกปีที่ผ่านมา แต่ปีนี้เนื่องจากลูก ๆ ที่ทำงานบริษัทเอกชน ไม่ได้หยุดเหมือนข้าราชการ ผมจึงเป็นผู้ที่ต้องจัดซื้อจัดหาและจัดผลไม้ด้วยตัวเอง ซึ่งจัดเป็น ๒ ชุดเหมือนเช่นเคย ชุดแรกสำหรับไหว้ เล่ากงเล่าม่า ชุดที่สอง สำหรับ ไหว้ อากง

เมื่อผมเดินทางไปถึง สุสานจีน เม่งยินซัวจึง (สว่างเมตตาธรรมสถาน) นครราชสีมา เลยแวะลงเก็บภาพกองอำนวยการและศาลเจ้าไต้ฮงกงที่ผู้คนกำลังไหว้กันอยู่ ที่กองอำนวยการ จะมีบริการน้ำแข็งฟรี ให้แก่ผู้มาไหว้ และมีกรรมการมูลนิธิ ตั้งโต๊ะคอยให้บริการและรับบริจาคต่าง ๆ อยู่ด้วย

ผมขับรถเลี้ยวขวาไปที่บริเวณ แดนสุขาวดี ๒ ที่เป็นที่ฝังศพของ เล่ากงเล่าม่า เพื่อเอาผลไม้ไปสมทบกับของญาติพี่น้องที่เขามากันแต่เช้าแล้ว สำหรับการไหว้เล่ากงเล่าม่า เนื่องจากผมไปสายหน่อย จึงเหลือเฉพาะครอบครัวของน้องชายคนหนึ่ง อยู่เฝ้าที่นี่ เพื่อรอญาติพี่น้องที่จะทะยอยตามมาไหว้ทีหลังต่อไป ญาติ ๆ ส่วนใหญ่จะไปอยู่ที่บริเวณ แดนสุขาวดี ๙ ที่ศพของ อากง ยี่แปะ และ เจ้ฮุง ฝังอยู่ใกล้ ๆ กัน ในแดนสุขาวดี ๙ นี้
