วันที่ 7 มีนาคม 2553 นักศึกษาระดับปริญญาโท สาขาศิลปะการแสดงมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาได้มีโอกาสเดินทางไปศึกษาดูงานหอศิลปแห่งกรุงเทพมหานคร ซึ่งหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกปทุมวัน หัวมุมถนนพระรามที่ 1 และถนนพญาไทตรงข้ามมาบุญครอง และ สยามดิสคัฟเวอรี่, มีทางเดินเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สนามกีฬาแห่งชาติ ตัวอาคารสูง 9 ชั้น (บวกอีก 2 ชั้นใต้ดิน) โดยในตัวอาคารถูกออกแบบมาให้เป็นทรงกระบอก ซึ่งสามารถเชื่อมต่อระหว่างอาคารได้ด้วยทางเดินวน เป็นแนวเอียงขึ้น ทั้งนี้เพื่อให้คนที่เข้ามาชมผลงาน สามารถชมได้ต่อเนื่องในแต่ละชั้น นอกจากนี้ตัวอาคารยังออกแบบมาให้สามารถรับแสงสว่างจากภายนอกได้ โดยที่แสงไม่แรงพอจะที่เข้ามาถึงขนาดทำลายผลงานศิลปะที่แสดงอยู่ข้างในได้ นอกจากห้องนิทรรศการที่มีอยู่หลายส่วนแล้ว ภายในยังมีส่วนที่เป็นห้องสมุดประชาชน, ห้องปฏิบัติการศิลปะ, ห้องอเนกประสงค์ 300 ที่นั่ง, ร้านค้า รวมไปถึงโรงภาพยนตร์-โรงละครขนาด 222 ที่นั่ง หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ริเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 เพื่อเป็นสถานที่รวบรวมการจัดแสดงงานศิลปวัฒนธรรมทุกสาขา ทุกแขนง รวมทั้งศิลปกรรมร่วมสมัย ทั้งในประเทศและนานาชาติ และในวันที่ได้เดินทางไปเยี่ยมชมหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (๗ มีนาคม ๒๕๕๓) พวกเราคณะนักศึกษาระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาได้รับเกียรติจาก คุณจิม มาแนะนำให้ความรู้เกี่ยวกับหอศิลปฯแห่งนี้ รวมถึงบรรยายในหัวข้อนวัตกรรมการแสดง โดยคุณจิมได้พูดถึง ความสำคัญของการแสดงเกี่ยวกับเรื่องของ”พื้นที่ ว่า เป็นปัจจัยหลัก (แรก)ของการแสดง ไม่ว่าพื้นที่จะเล็ก ใหญ่ มีความเหมาะสม หรือไม่เหมาะสม แล้วปัจจัยอื่นก็จะตามมา เช่น พื้นที่ใหญ่ การแสดงก็ต้องใช้คนเยอะ ต้องดูใหญ่ แต่เมื่อการแสดงใหญ่ผู้แสดงเยอะ งบประมาณก็ต้องมาก ก็จำเป็นจะต้องหาทุน ฉะนั้นทุนที่ได้จากพื้นที่ใหญ่ ก็ต้องมาจากผู้ชมที่จะต้องตามมาจากพื้นที่ใหญ่ๆนั้น” จากนั้นพวกเราได้เดินชมนิทรรศการ โดยเริ่มจากชั้นที่ 1 ซึ่งวันนี้ได้มีการจัดนิทรรศการ”จากหิมาลัยถึงเจ้าพระยา”นับได้ว่าเป็นเทศการกาลศิลปวัฒนธรรม ทิเบตครั้งแรกในไทย ซึ่งในนิทรศการครั้งนี้ได้มีการจัดการแสดงศิลปวัฒธรรมของชาวทิเบตจาก คณะศิลปินและนักแสดงจาก TIPA – Tibetan Institute of Performing Arts สถาบันศิลปะการแสดงทิเบต เมืองธรรมศาลา ประเทศอินเดีย รายการเสวนาปรัชญา ศิลปะ และ วัฒนธรรมทิเบต ปาฐกถาพิเศษ โดย Mrs. Jetsun Pema น้องสาวองค์ทะไลลามะ ปฏิบัติภาวนาแบบทิเบต โดย Geshe Damdul Namgyal ล่ามประจำองค์ทะไลลามะ นิทรรศการศิลปะ สุนทรียะอันลึกซึ้งด้วยพุทธปรัชญาทิเบต Sand Mandala มณฑลแห่งการตรัสรู้จากทรายหลากสี Butter Sculptures เครื่องสักการะเนยแกะสลัก โดยพระทิเบต ศิลปะภาพเขียนทังก้า Thangka Paintings อันวิจิตรพิสดาร ถวายบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แพทย์แผนทิเบต นิทรรศการภาพถ่าย หนังสือ และ ของที่ระลึกธิเบตอีกมากมาย ในส่วนของชั้นที่ 2-4 จะมีห้องสมุด ห้องโถงและ ร้านค้า ชั้นที่ 5 - 6 จะเป็นสำนักงาน บริเวณโถงจะมีโต๊ะสำหรับนั่งพัก ทำงาน คุยงาน และมีที่สำหรับฝากสิ่งของ นากจากนั้นยังมีห้อง Auditorium ขนาด 222 ที่นั่ง สำหรับเป็นโรงภาพยนตร์ และการแสดงต่างๆ ซึ่งวันนั้นในส่วนของห้องนี้มีการแสดง นาฏศิลป์ร่วมสมัยขิงคุณธีระวัฒน์ มุลวิไลหรือที่รู้จักในนาม เคราเงาะ นับว่าเป็นหนึ่งในนักแสดงชาวไทยที่ได้รับการจับตามองและเป็นที่สนใจในวงการนาฏศิลป์ร่วมสมัยทั้งในและต่างประเทศ หนึ่งในผู้ก่อตั้งกลุ่มการแสดง B-Floor เคราเงาะได้สร้างสมประสบการณ์การแสดงบนเวทีมาตลอดเป็นเวลาเกือบ 14 ปีไม่ว่าจะเป็นการแสดงระดับชาติหรือระดับนานาชาติ รวมทั้งการเข้าร่วมโครงการศิลปินพำนักในต่างประเทศ นอกจากนั้นเคราเงาะยังได้ศึกษาการแสดงบูโตกับ Katsura ปรมาจารย์ทางด้านการแสดงบูโต จากประเทศญี่ปุ่น ในปี พ.ศ. 2551 ผลงานของเขา”GoDa Gardener” ได้รับรางวัลสาขา Socially Conscious Theatre จากเครือข่ายละครกรุงเทพ และในปีที่ผ่านมา เคราเงาะได้รับทุนจาก Asian Cultural Council ในการศึกษาและอบรมด้านวัฒนธรรม ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา สำหรับกิจกรรมการแสดงในครั้งนี้ เคราเงาะจะนำเสนอการแสดงในรูปแบบของนาฏศิลป์ร่วมสมัยโดยเน้นการประยุกต์การแสดงบูโตในแบบดั้งเดิมให้เข้ากับยุคสมัยและแนวคิดที่เขาต้องการจะสื่อในผลงานการแสดงเดี่ยว “ Decompose:เสื่อม” ชั้นที่ 7 – 9 จะเป็นห้องแสดงนิทรรศการที่มีความเชื่อมโยงหากัน ซึ่งในวันนั้น ชั้น 7 เป็นการแสดงนิทรรศการ For WALL PAINTING SHOWCASE ชั้น 8 เป็นนิทรรศการ ไทยโย และชั้น9 เป็นนิทรรศการผลงานศิลปินจากประเทศญี่ปุ่น โดยในนิทรรศการนี้แบ่งห้องแสดงผลงานออกเป็น 2ห้อง ห้องแรกจัดแสดงภาพและผลงานศิลปะและห้องที่ 2 เป็นห้องแสดงภาพระบบดิจิตอลใช้เสียงเป็นตัวกำหนดให้เกิดเส้นต่างๆ
หอศิลปแห่งกรุงเทพมหานคร
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น