ผมรู้สึกเบื่อที่มีแต่ข่าวทะเลาะกันในสื่อมวลชน...อยากให้ทุกคนตระหนักถึงสุขภาวะทางจิตสังคมจากการรับข้อมูลทางลบทุกวัน...ย่อมทำให้คนเราไม่มีความสบายใจและขาดสติในการจัดการกิจกรรมการดำเนินชีวิตที่ดีได้อย่างเต็มศักยภาพ

"ตัวอย่างที่สามของโปรแกรมกิจกรรมบำบัดในระดับ Health Policy เพื่อตอบโจทย์ ทำอย่างไรให้สังคมมีสุขด้วยการกำจัดภาวะคอร์รับชั่น (Anti-corruption) ได้แก่การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ “สำรวจความพอดีในความต้องการทางจิตสังคมของตนเอง (Self-determination on a balance of psychosocial need)” พูดง่ายๆก็คือ ต้องให้การศึกษา พูดคุยกับแบบเพื่อน และสำรวจจิตใจของเพื่อนที่กำลังทำตัวเป็นผู้บริหารที่มีปัญหาในการควบคุมตนเอง ไม่ซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น อาจต้องใช้เวลา ขึ้นอยู่กับพื้นฐานความดีและสัมพันธภาพระหว่างคนที่มีปัญหากับคนที่อยากให้เพื่อนกลับมาเป็นคนเดิม ผมคิดว่าคำว่า “เพื่อน” ไม่มีวันตาย และการมีสัมพันธภาพที่ดีร่วมกันสามารถสร้างสังคมให้น่าอยู่"

อ้างอิงจากบันทึกกิจกรรมบำบัดแนวใหม่ ตอนที่ 2 คลิกอ่านที่ http://gotoknow.org/blog/otpop/289937

ผมเลยค้นคว้าต่อยอดถึงแนวทาง Anti-corruption หรือผลของสงครามเย็นในบ้านเมืองไทยต่อสุขภาพจิตสังคมของคนไทย เลยขอสรุปเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลที่น่าสนใจ คือ การตรวจสอบตนเองและการแก้ไขสภาวะของตนเองว่า มีแนวทางใดที่ตนเองขัดแย้งกับผู้อื่น แนวทางที่ตนเองขัดแย้งกับผู้อื่นนั้นควรมีกระบวนการแก้ไขความขัดแย้งได้อย่างไร และทำไมตนเองถึงทำตามหรือยอมตามความคิดเห็นส่วนร่วมของผู้อื่นไม่ได้ ดังที่คณบดีและนักวิชาการ Robert Klitgaard (1998) กล่าวถึง Strategies against Corruption โดยเน้นถึง ...As in good therapy, the participants then move to self-diagnosis and self-prescription. The results can be remarkable. Corrupt systems are diagnosed and a useful start is made to how they might be improved. Out of such participatory diagnoses two things can emerge: a deeper, shared understanding of corrupt systems and a plan of action for reforming them...

 ...สิ่งที่แต่ละฝ่ายต้องทบทวนตนเองโดยมุ่งหมายสันติวิธี คือ ต้องมีแนวทางแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในประเด็นต่างๆ ตามที่ Klitgaard สรุปไว้เป็น Practical Solutions for Unique Environments ได้แก่

 

  • Principles for diagnosing system-wide problems in the public service
  • How to design and test reforms that build on better information and incentives.
  • Principles for fostering public-private-citizen “partnerships”
  • How to heal “sick institutions”, where incentives have collapsed and corruption systematic
  • A systems approach to the prevention of corruption and abuse
  • Practical tips examples on the politics of governance reforms

     

    คลิกอ่านเพิ่มเติมที่ http://unpan1.un.org/intradoc/groups/public/documents/CLAD/CLAD0035403.pdf

    อีกแหล่งข้อมูลที่น่าสนใจ คือ สุขภาพจิตสังคมของผู้คนทั้งที่อยู่ในกลุ่มชุมชุมต่างๆ ทางการเมือง และกลุ่มผู้ได้รับข้อมูลทางสื่อสารมวลชน ย่อมมีการสะสมของความตึงเครียดและไม่มีสมาธิทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตได้ดีเท่าที่ควร คล้ายๆ เรากำลังตกอยู่ในสภาวะสงครามเย็น (Cold War) จนเกิด Post-Trumatic Stress Disorder หรือ PTSD ซึ่งนักกิจกรรมบำบัดจิตสังคมมีคำแนะนำที่น่าสนใจ โดยคลิกอ่านที่ http://www.hsc.wvu.edu/som/ot/Education/OT-Connect/Limitations-and-Impairments/Post-Traumatic-Stress/Handout.pdf

    โดยสรุปคือ เมื่อรู้สึกไม่สบายใจ ลองฝึกหายใจเข้าออกช้าๆยาวๆ ผ่านการสัมผัสการเคลื่อนไหวหน้าท้องพองลมขณะหายใจเข้า หลังจากค้างลมหายใจเข้าผ่านจมูกประมาณ 5 วินาที จากนั้นปล่อยลมหายใจออกช้าๆ จนรู้สึกหายใจปกติ ไม่ตื้นเต้น หรือวุ่นวายกับสถานการณ์ชีวิตใดๆ เราสามารถฝึกหายใจในท่านอน ท่านั่ง และท่ายืน โดยใช้ท่าที่ผ่อนคลายที่สุดสำหรับเราจริงๆ นอกจากนี้อาจลองฝึกหายใจพร้อมผ่อนคลายกล้ามเนื้อตามลำดับ แบบ Progressive Muscle Relaxation  รวมถึงการจัดกิจกรรมที่มีการแสดงแรงขับภายในจิตสำนึกของเรา ไม่ให้เราปล่อยใจว่างโดยไม่มีกิจกรรมที่มีเป้าหมาย เช่น การเขียนบันทึกอย่างมีเป้าหมาย การฟังเพลงดูหนังที่ชอบ การวาดรูป การเล่นดนตรี และการออกกำลังกายเบาๆ เพื่อผ่อนคลายและฝึกทำสมาธิให้จิตใจไม่ตึงเครียดและปรับตัวได้กับสถนการณ์ชีวิตในปัจจุบัน

    นอกจากนี้เราคงต้องหากรอบความคิดเพื่อฝึกทักษะการจัดการความวิตกกังวล ความโกรธ และความตึงเครียด ต่างๆ ด้วยตนเอง ซึ่งค้นคว้าจากแหล่งข้อมูล เช่น 

     http://gotoknow.org/blog/otpop/46815 

     http://gotoknow.org/blog/otpop/296589

     http://www.anger-management-techniques.org/

     http://www.mindtools.com/smpage.html

     ขอส่งท้ายด้วยแรงบันดาลใจให้ทุกท่านตั้ง สติเพื่อควบคุมและทบทวนตนเองว่า ต้องการให้ประเทศไทยมีความสุขได้อย่างไร โดยปราศจากความโลภ ความโกรธ และความหลง