ก่อนอื่นดิฉันขอเล่าประวัติเกี่ยวกับตัวเองสักเพียงเล็กน้อย ดิฉันเป็นลูกผู้หญิงคนโต และมีน้องชาย 1 คนอายุห่างกันเพียง 4 ปี เป็นคนอุตรดิตถ์โดยกำเนิด พ่อรับราชการทหาร แม่ประกอบอาชีพรับจ้างเย็บผ้า พักอาศัยอยู่ในค่ายทหาร ดิฉันจำความได้ว่าตั้งแต่ดิฉันเกิดมา พ่อและแม่เลี้ยงดูดิฉันด้วยความทะนุถนอม ห่วงใย ได้กินอาหารดีดี ได้มีเสื้อผ้าที่สวยงามใส่ ต่อให้ดิฉันดื้อหรืองอแง พ่อและแม่ไม่เคยตีหรือทำโทษให้ดิฉันต้องเจ็บเนื้อเจ็บตัวเลย มีแต่คำพูดคำสอน คำเตือนที่ดีมาตลอด ซึ่งดิฉันก็เป็นเด็กดี เชื่อฟัง ขยันและตั้งใจเรียน มีรางวัลการประกวดต่างๆ จากโรงเรียน ให้พ่อและแม่ภูมิใจมาตลอด แต่ไม่นานนัก เมื่อวันเวลาทำให้ดิฉันก้าวเข้าสู่ความเป็นวัยรุ่น ดิฉันเริ่มเกเร คบเพื่อนไม่ดี ตั้งแก๊งค์ หนีเรียน ทะเลาะวิวาทในโรงเรียนหลายครั้งหลายครา มีชื่อเป็นนักเรียนบัญชีดำของห้องปกครอง ทำให้ผลการเรียนตกต่ำลงมาก อาจารย์แต่ละท่านก็ส่ายหน้า ซึ่งท่านก็คงมองเห็นอนาคตของดิฉันแล้วว่าคงไปไม่รอด และเกือบถูกโดนไล่ออก เนื่องจากถูกทำทัณฑ์บนหลายครั้ง และเวลาเรียนไม่พอ แต่ที่เกือบจะเลวร้ายที่สุดคือ ดิฉันเกือบได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด (แต่นึกถึงหน้าพ่อกับแม่ได้เลยไม่ได้ทำ) ดิฉันรู้สึกว่าสิ่งที่ดิฉันทำมาทั้งหมด ไม่ได้เป็นสิ่งที่เลวร้ายอะไร ซึ่งใครๆ ก็ทำกัน และเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับวัยรุ่น ซึ่งดิฉันไม่ได้สนใจความรู้สึกหัวอกของคนเป็นพ่อเป็นแม่เลย ในช่วงชีวิตวัยรุ่นที่ผ่านมาดิฉันทำให้คนที่เป็นพ่อเป็นมาต้องน้ำตาตกครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้พ่อแม่ต้องอับอายเพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง ดิฉันทำให้คนเป็นพ่อเป็นแม่ต้องเสียใจและผิดหวังในตัวดิฉันเองหลายครั้งหลายครา แม่เคยพูดบอกกับดิฉันว่า ดิฉันเป็นคนบาป ทำให้พ่อแม่เสียน้ำตากับสิ่งที่ลูกทำไม่ดี เพราะน้ำตาที่ไหลอาบแก้มแม่ แม่ได้เป็นน้ำตาแห่งความปลื้มปิติแต่อย่างใด ซึ่งดิฉันก็เสียใจกับการกระทำของตัวเองไม่น้อย ดิฉันเริ่มสำนึกรู้ตัวได้เมื่อตอนเข้าเรียนในระดับปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ว่าควรจะรู้ดีรู้ชั่วได้แล้ว ดิฉันได้รับความไว้วางใจจากอาจารย์ที่ปรึกษาให้เข้าเป็นนักศึกษาช่วยงานฝ่ายแนะแนวในส่วนของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เป็นระยะเวลา 3 ปี จากจุดนี้ทำให้ดิฉันกว้างขวางมากขึ้นในหมู่เพื่อนนักศึกและอาจารย์ รู้ทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่น ที่นี่สอนให้ฉันรู้จักความอดทน รู้จักความรับผิดชอบ รู้จักหน้าที่ของตนเอง และจากจุดนี้ทำให้สิ่งดีดีเริ่มก้าวเข้ามาในชีวิต ดิฉันได้เป็นประธานชมรมท่องเที่ยว ได้ทำหน้าที่อะไรต่างๆ มากมายในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ดิฉันเริ่มรู้สึกว่าตนเองมีค่า ดิฉันเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองไม่น้อย และติดใจในการทำตนเป็นคนดี ช่วยเหลือผู้อื่น และเริ่มเป็นที่ยอมรับของเพื่อนๆ และอาจารย์ ดิฉันเริ่มเก็บและเริ่มสร้างความภาคภูมิใจกับมาให้ครอบครัวอีกครั้ง จนถึงวันที่ดิฉันรับปริญญาบัตร เป็นบัณฑิตใหม่ ดิฉันถามแม่ว่า "แม่รู้สึกอย่างไรที่วันนี้ลูกทำสำเร็จแล้ว" ดิฉันรู้ว่าแม่ก็คงรู้สึกดีใจไม่น้อย แต่ก็บอกกับดิฉันว่า "ก็เฉยๆ" แล้วก็ยิ้ม และในวันนี้ดิฉันจบปริญญาโทแล้ว ดิฉันมีความภาคภูมิใจที่เอาชนะใจตัวเองทำให้พ่อและแม่ภาคภูมิใจ และต่อไปดิฉันจะทำให้พ่อและแม่มีแต่รอยยิ้ม ความสบายใจ ดิฉันรู้ดีว่าสิ่งที่ดิฉันทำทั้งหมดอาจจะชำระบาปที่ทำกับพ่อและแม่ไม่ได้หมด แต่ก็จะพยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดเพื่อตอบแทนบุญคุณ และแสดงความกตัญญูต่อท่านที่เสียสละหยาดเหงื่อ แรงกายเพื่อลูกคนนี้มาตลอด
ฟ้าหลังฝนย่อมงดงามเสมอ
ขอชื่นชมกับความสำเร็จในชีวิตด้วยครับ
พ่อและแม่ อยู่เคียงข้างเราเสมอ
บุคคลที่ไม่ควรลืม
ขอแสดงความยินดีด้วยครับ
ขอให้ประสบความสำเร็จมากๆครับ
ดูแลท่านให้มากๆนะครับ
ตอนนี้ผมต้องดูแลแม่ให้มากๆครับ
พ่อผมเพิ่งจากไปเมื่อเดือนที่แล้วครับ จากอุบัติเหตุ
ดีใจด้วย กับความสำเร็จขั้นแรก นะครับ
จบการศึกษาแล้ว ชีวิตจริงก็เพิ่งจะเริ่มต้น นะครับ
ขอขอบคุณ คุณไม้แซ่ มากนะคะ ที่ได้แสดงความชื่นชม
ขอให้สู้ๆ เช่นกันะคะ
ขอชื่นชมในความสำเร็จครับ ให้เป็นเด็กดีของพ่อแม่ตลอดไปครับ น่ารักจริงๆ สำหรับการเป็นเด็กดีของพ่อแม่น่าเอาเป็นแบบอย่างครับ
ขอบคุณ เทียนเล่มน้อย ค่ะ
ชีวิตเพิ่งจะเริ่มต้น
ฉันจะพยายามเริ่มก้าวแรก
ให้ดีที่สุดค่ะ
ขอบคุณ คุณ phornphon
ที่เข้ามาแสดงความยินดี
และฉันก็ขอแสดงความเสียใจ
ด้วยกับการจากไปของคุณพ่อนะคะ
ขอให้สู้ๆ นะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
ขอบคุณ คุณครูเพื่อชีวิต นะคะ
เพราะเวลาเดินผ่านไปทุกนาที
ฉันจึงอยากตอบแทนพระคุณท่าน
ตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ค่ะ