ชีวิตที่พลิกผัน

คนเราควรมีอดีตอยู่ข้างหลัง แต่จงมีความหวังอยู่ข้างหน้า

           ชีวิตหลังจากเรียนจบชั้น ป. ตรี มาฉันทำงานมาหลายที่ที่แรกเป็นที่แรกที่ฉันได้รับประสบการณ์ในการทำงานมาก ทั้งทางภาษา การทำงานเป็นกลุ่ม การใช้คอมพิวเคอร์โปรแกรมต่างๆที่ไม่เคยใช้มาก่อน เช่น Illustrator , Auto Cad เป็นต้น หัวหน้าบอกเสมอว่ามาทำงานที่นี่ต้องเป็นคนเข้มแข็ง อดทน ขยัน เก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณ์ในการทำงานให้ได้มากที่สุด

           แต่การทำงานก็ไม่เป็นอย่างที่ตั้งใจไว้เพราะพิษเศรษฐกิจประกอบกับการ ประท้วงทางการเมืองในปี พ.ศ 2550 ทำให้ต้องถูกจ้างออกจากงาน เป็นสิ่งที่ผิดหวังและเสียใจแต่ก็ต้องยอมรับความเป็นจริง

           และในเวลาไม่นาน ชีวิตก็พลิกผัน ฉันได้รับโทรศัพท์จากพี่สาวที่ทำงานที่ อบต.ที่บ้านว่าที่โรงเรียนสันป่าตองต้องการครูจ้างสอนฉันจึงไปติดต่อและได้ทำงานในเวลาต่อมา ทำให้ฉันได้เป็น "ครู " มาจนวันนี้

           การที่ได้มาเป็น ครู ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดไว้เพราะด้วยความไม่พร้อมและปัญหาต่างๆในช่วงแรกในการสอนทำให้ไม่ค่อยมีกำลังใจในการทำงานเท่าที่ควร จึงได้ปรึกษาอาจารย์ที่สอนด้วยกันและได้ข้อคิดในการทำงานหลายอย่างที่จำได้ขึ้นใจคือ ชีวิตเหมือนกินมะขามป้อม เป็นการมองชีวิตที่ ถึงแม้จะมีอุปสรรคมากมายแต่จงอดทนเพื่อรอความสุขที่จะได้รับในอนาคต เหมือนการกินมะขามป้อมถึงแม้ว่าตอนเรากินตอนแรกจะรู้สึก ฝาด และขม แต่พอได้กินน้ำเข้าไปกลับรู้สึกหวาน ก็เหมือนชีวิตที่ได้กล่าวมาข้างต้น

          และไม่นานอาจารย์ได้พาไปฟังการบรรยายธรรมโดยพระอาจารย์ทั้งชาวไทยและชาวไต้หวันที่ สถานธรรมแห่งหนึ่งในจ.เชียงใหม่เป็นเวลา 2 วัน เป็นการฟังบรรยายธรรมวันละ 5 เรื่อง เป็นการฟังการบรรยายธรรมที่ไม่น่าเบื่อเลยและเป็นเรื่องแปลกมากที่คนที่มาฟังการบรรยายล้วนเป็นวัยรุ่นเป็นส่วนใหญ่ 

          สถานธรรมแห่งนี้ทำให้ฉันได้ค้นพบตัวเองและมีความตั้งใจในการทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ มีจิตอาสา ช่วยเหลือผู้อื่น ถึงแม้ว่าหลายๆคนอาจจะบอกว่ามันเป็นเรื่องทั่วไปที่ทุกคนจะทำเช่นนี้ แต่หากทำแค่เพียงคำพูดก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะทำ ที่นี่สอนให้เข้าใจการใช้ชีวิตและที่สำคัญการสำนึกในพระคุณของพ่อแม่ซึ่งบางทีเราอาจจะลืมไปบ้าง ซึ่งที่ผ่านชีวิตก็ไม่ได้ราบรื่นเหมือนคนอื่น ๆ มีแต่อุปสรรคและปัญหาทั้งเรื่อง ความรัก ความเสียใจ ความผิดหวังมากมาย ฉันได้มีโอกาสในการแสดงความสำนึกในพระคุณของแม่ โดยการไปกราบเท้าขอโทษแม่ในสิ่งที่เราเคยทำผิดไว้ในอดีตและแม่ยกโทษให้ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันมีความสุขที่สุด ไม่ผิดหวังเลยที่ได้เข้ามาฟังการบรรยายธรรมครั้งนี้ และก็ได้ปฏิบัติธรรมด้วยความตั้งใจมาจนถึงปัจจุบันนี้

         สิ่งนี้เองที่ทำให้ฉันมีแรงบันดาลใจในการทำงาน และทำงานด้วยความตั้งใจ อยู่ในศีลธรรม ช่วยเหลือผู้อื่น ไม่เบียดเบียนสัตว์และผู้อื่น และสำนึกถึงพระคุณของพ่อแม่อยู่ตลอดเวลา

         ก้าวต่อไปนับจากนี้ไปจะเป็นก้าวที่ดีต่อไปในอนาคต

ความสุขในชีวิตไม่ได้หาได้ด้วยเงินแต่เป็นความสุขที่หาได้ด้วยใจ

ความสุขที่ได้เป็น "ครู"