
เมื่อเกือบยี่สิบปีที่แล้ว พี่ชายผู้เขียนมาเยี่ยมผู้เขียนซึ่งขณะนั้นรับราชการที่ อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี เป็นอำเภอที่ไม่มีร้านอาหาร ทุกครัวเรือนต้องทำอาหารรับประทานเอง จัดว่าเป็นอำเภอที่กันดารมากพอสมควรเพราะอยู่ห่างตัวจังหวัดถึง 75 กิโลเมตร
พี่ชายไปซื้อปลาไหลมาจากตลาดที่ชาวบ้านเขาจับมาวางขาย แล้วนำมาขังไว้ในถังหูหิ้ว ใส่น้ำปิดฝาไว้อย่างดี ตั้งไว้ในห้องครัวหลังบ้าน เพื่อเตรียมต้มเปรตกินตอนเย็นที่ผู้เขียนได้ชวนชาวบ้านระแวกนั้นมากินด้วยกัน ที่ด้านหลังบ้านติดกับบ้านของชาวบ้านที่สร้า่งแบบยกใต้ทุนสูงประมาณ 7-8 หลังในระแวกนั้น
ผู้เขียนเดินเข้าไปในครัว ทันใดนั้น ปลาไหลหลายตัวที่ขังในถังได้ดิ้นอย่างแรงจนถังคว่ำ ทำให้ปลาไหลหลายตัว ไหลออกจากถังน้ำและเลื้อยไปตามพื้นซีเมนต์ของห้องครัว ย้อยเยี้ยไปหมด

ผู้เขียนซึ่งกลัวสัตว์เลื้อยคลานเป็นอย่างมากเมื่อเห็นปลาไหลเลื้อยเต็มพื้น ทำให้ตกใจและตะโกนเสียงดังออกไปว่า "มันเลื้อยออกมาแล้ว ช่วยด้วยยยยยยยยยย" ผู้เขียนร้องตะโกนด้วยความตกใจออกไปหลายครั้งมาก
สักพัก มีชาวบ้านที่เป็นผู้ชายประมาณ 7-8 คนวิ่งเข้ามาเต็มห้องครัวผู้เขียน พร้อมอุปกรณ์ครบมือไม่ว่าจะเป็นมีด เสียม จอบ ไม้หน้าสาม มีดอีโต้ ฯลฯ พอพวกชาวบ้านมองเห็นปลาไหลบนพื้น เขาพากันหัวเราะผู้เขียนดังลั่น หัวเราะแบบงอหายเลย แถมบางคนบอกผู้เขียนว่า
ครู....... ผะสา เอี้ยน คือย่านแท้ มื่อแล้งซีต้มเปรตแล้ว ผมครึกว่า งูเห่าเข้าเฮือน
ในขณะที่ครูน้อง ยืนตัวสั่นเป็นเจ้าเข้าและร้องไห้แบบขวัญกระเจิง ....ไผซิกินต้มเปรต กะกิ๋นโลด ครูน้องซีทอดไข่กินดอก
สวัสดีครับ
แหม...ผมก็เคยกินเหมือนกันนะครับก็อร่อยดี แต่เดี๋ยวนี้ก็ไม่กล้ากินเหมือนกัน
แต่ยังไงภูมิปัญญาชาวบ้านก็สุดยอดนะครับ...สามารถประยุกต์อาหารได้หลายอย่าง
สวัสดีค่ะ ครูพัฒนศักดิ์
เห็นพี่ชายบอกว่าอร่อยมาก แต่ครูน้องมองถ้วยต้มเปรดทีไร คอแข็งจะอ้วกทุกทีค่ะ อิอิ
สวัสดีค่ะ
คุณพ่อของครูอ้อย ชอบมากค่ะ
แต่ ครูอ้อย ไม่กล้า
เรียน ครูอ้อย
เป็นธรรมดาค่ะ ผู้ชายไทยชอบทานอาหารประหลาด ๆ อิอิ