รูปแบบและวิธีการทางสุขศึกษาสำหรับป้องกันโรคอ้วนในเด็ก

   ชื่อเรื่อง  การศึกษาและพัฒนารูปแบบวิธีการทางสุขศึกษาเพื่อป้องกันการเกิดโรคอ้วนในเด็ก : กรณีศึกษานักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านควนปริง ต.ควนปริง อ.เมือง จ.ตรัง

   ชื่อผู้ศึกษา (1)นายกรีฑาพล  แกล้วทนงค์,(2)นางสาวณัฐมน  แจ้งจุล,(3)นางสาวเบญจมาภร  ขวัญเชียร,(4)นางสาวผกาวรรณ  โสดา,(5)นายสิทธิไชย  สมวงศ์,(6)นางสาวสุนิสา  กูลหลัง,(7) นายอัคเณศ แพ่งโยธา,(8)นางสาวอังคณา  จิตรธรรม

   อาจารย์ที่ปรึกษา   (1) อ.วัฒนา แป้นน้อย (2) อ.ภญ. จิตติมา กาลเนาวกุล   

   สถาบัน วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดตรัง สถาบันพระบรมราชชนก  สำนักงานปลัดกระทรวง  กระทรวงสาธารณสุข ปีการศึกษา 2552

บทคัดย่อ 

    การดำเนินงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความชุกของการเกิดภาวะโรคอ้วนในเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1โรงเรียนบ้านควนปริง ตำบลควนปริง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง และทำการวิเคราะห์สาเหตุเชิงพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดโรคอ้วน รวมทั้งพัฒนารูปแบบและวิธีการทางสุขศึกษาในการป้องกันและแก้ไขโรคอ้วนในกลุ่มตัวอย่างดังกล่าว กลุ่มตัวอย่างได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive sampling) จำนวน 46 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ฐานนิยม

   ผลการศึกษา พบว่า  ความชุกของการเกิดโรคอ้วนของกลุ่มตัวอย่าง เท่ากับร้อยละ 27.5 ด้านสาเหตุเชิงพฤติกรรมโดยส่วนใหญ่กลุ่มตัวอย่าง มีระดับความรู้ในด้านความหมายและหลักการเกี่ยวกับโรคอ้วนอยู่ในระดับดีมาก แต่กว่า 1 ใน 2 ของกลุ่มตัวอย่างยังขาดความรู้ในด้านปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคอ้วน ส่วนทัศนคติในเชิงบวกในการที่จะปฏิบัติตนให้ห่างไกลจากโรคอ้วนของกลุ่มตัวอย่างยังอยู่ในระดับดี  แต่ถึงอย่างไรก็ตาม สำหรับการปฏิบัติตนในเชิงลบที่เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคอ้วนของกลุ่มตัวอย่างพบในระดับมาก  คือ การรับประทานอาหารในแต่ละวันมากกว่า 3 มื้อ และรับประทานอาหารระหว่างมื้อปกติในแต่ละวัน ดังนั้น เมื่อทราบสาเหตุเชิงพฤติกรรมในด้านการปฏิบัติตนของกลุ่มตัวอย่าง จึงได้พัฒนารูปแบบวิธีการทางสุขศึกษาขึ้น โดยมุ่งสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยพบว่า คะแนนเฉลี่ยในการทดสอบความรู้หลังให้สุขศึกษาเพิ่มขึ้นเท่ากับ 7.43  คะแนน ซึ่งอยู่ในระดับดี จากเดิมที่คะแนนเฉลี่ยในการทดสอบความรู้ก่อนให้สุขศึกษาของกลุ่มตัวอย่าง เท่ากับ 6.36  ที่จัดอยู่ในระดับปานกลาง ซึ่งแนวโน้มคะแนนเพิ่มขึ้นจากเดิมคิดเป็นร้อยละ 10.7 และโดยรวมกลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจกับรูปแบบวิธีการทางสุขศึกษาในระดับมากที่สุดในทุก ๆ ด้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านความร่วมมือของนักศึกษาในการเข้าร่วมกิจกรรม ด้านเนื้อหาของการจัดกิจกรรม  ภาพรวมของกิจกรรมสันทนาการ “ร้อง เล่น เต้นไป ห่างไกลโรคอ้วน”  และด้านสถานที่ที่ใช้จัดกิจกรรมให้ความรู้สุขศึกษา

 

ที่มาภาพ : http://www.epharmacies.com/online-pharmacy-medicine-blog/pediatric-obesity-drives-use-of-blood-pressure-cholesterol-and-diabetes-drugs-by-children-up-15-percent/


ที่มาภาพ : http://www.epharmacies.com/online-pharmacy-medicine-blog/pediatric-obesity-drives-use-of-blood-pressure-cholesterol-and-diabetes-drugs-by-children-up-15-percent/