Trip ไปเนปาล

เนปาล

    ประเทศเนปาล เป็นประเทศที่รายการที่อยากไปมานานแล้ว และถูกเลื่อนออกไปโดยตลอด จนได้มีโอกาสคุยกับพี่ก้อยว่าน่าจะไปเที่ยวเนปาล ประเทศที่มีหรือเป็นที่ตั้งของจุดสูงสุดของประเทศ 

   เราเริ่มคุยและมองหาทัวร์ราว ๆ เดือนมกราคม ตกลงจองที่อารมณ์ดีทัวร์ แต่ถึงเวลาไปจริง ๆ บริษัทส่งต่อลูกทัวร์ให้กับ Himalayan Holidays ทัวร์ 

   โปรแกรมการท่องเที่ยวถึงแม้ว่าจะเป็น 6 วัน 5 คืน แต่วิเคราะห์แล้วคิดว่าจะเสียเวลาเดินทางไปสองวัน ซึ่งก็เป็นไปตามนั้นจริง ๆ ราคาทัวร์ 32,900 บาท โดยสายการบิน Napal Airline

   นอกเหนือจากจุดสูงสุดแล้ว ประเทศเนปาลยังมีแหล่งมรดกโลกหลายแห่งที่นาสนใจตั้งแต่ ปัตตาปูร์ และ ปาทัน หรือ ลลิตาปูร์ สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็จะเกี่ยวกันวัดในศาสนาฮินดู และวันพุธนิยายมหายาน  

   การเที่ยวในประเทศเนปาล ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือ เดือนกุมภาพ ันธ์ หรือ หนังสือหลายเล่มจะไปเดือนตุลาคม การเที่ยวในเดือนเมษายน จะไม่แนะนำให้ไป เว้นแต่หาเวลาไม่ได้จริงๆ 

   สิ่งที่ควรเตรียมไปด้วย ผ้าปิดปาก (เพราะฝุ่นเยอะมาก ๆ ๆ ๆ) กระชำระชนิดเปียก (สำหรับเข้าห้องน้ำทำความสะอาด) เจลทำความสะอาด สำหรับท่านที่ทานอาหารแขกไม่ได้ ก็ควรเตรียมมาม่าไปด้วย แต่ทัวร์ที่ไป เขาจัดอาหารท้องถิ่นเพียงมืั้อเดียว นอกนั้นก็เป็นอาหารจีน ญีปุ่น (กลาย ๆ ) อาหารไทย

   การท่องเที่ยวในสถานที่ต่าง ๆ มีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม (ไม่รู้ของใคร แต่ส่วนใหญ่ ข้อมูลบอกว่าแล้วแต่ไกส์)

   ความประทับใจ เราคงไม่ต้องเปรียบเทียบระหว่างไทยกับเนปาล แน่นอนว่าเมื่อไปถึงแล้วคิดถึงเมืองไทยมาก ๆ ประเทศเนปาลพึี่งยกเลิกระบบกษัตริย์ เปลี่ยนเป็นระบบรัฐสภา ภายใต้การปกครองของตระกูลรานะ 104 ปีนั้น ข้อมูลบอกว่าคนเนปาลไม่ได้รับการส่งเสริมด้านการศึกษา ทำให้คิดถึงคนไทยว่าเรากำลังทำอะไรอยู่  

วันแรก 

    เดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ ถึงสนามบินตรีภูวัน เดินลงจากเครื่องบินเข้าสู่ตัวอาคาร ไปรับกระเป๋า มีสายพานสำหรับรับกระเป๋า ประมาณ 3 สายพาน (ถ้าจำไม่ผิด) ป้ายบอกว่ากระเป๋าพวกเราจะมาลงที่สายพานใด เป็นชายคนเดินถือป้ายแล้วก็ตะโกนว่ากระเป๋าจากสายการบิน เนปาลแอร์ไลน์ (เดิมชื่อ Royal Napal Arilines)

     ลูกทัวร์ช่วยกันหิวกระเป๋าของตนเอง ขึ้นรถทัวน์ เวลาในเนปาลช้ากว่าไทยประมาณ ฃั่วโมงครึ่ง ตามโปรแกรมเราควรจะได้เที่ยวเจดีย์พุทธนาท (Boudhanath) เป็นเจดีย์ของพุทธในนิกายมหายาน

      ที่ด่านตรวจคนเข้าเม ือง ไกด์ไทยบอกว่าบางที่เปิดเพียงช่องเดียวทำให้ช้า แต่วันที่เราไป เปิดหลายช่อง ทำให้การตรวจคนเข้าเมืองทำได้เร็ว แต่ช้าตรงกระเป๋า ทำให้เราไม่ได้เที่ยวจุดแีรก แต่ตรงไปทานอาหารท้องถิ่นเลย

      ระหว่างทางผ่านพระราชวังของกษัตริย์พิเรนทรา ปัจจุบันเปิดเป็นพิภิภัณธ์ ระหว่างทางผ่านบอน้ำสาธารณะ (แต่นำ้้สกปรกมาก ยังมีคนลงไปควักน้ำลูกหัว) ในอดีตบ่อน้ำสาธารณะถือเป็นบ่อน้ำศักสิทธิ์

      อาหารมื้อแรกเป็นอาหารท้องถิ่น เริ่มต้นด้วยซุปแขก (ไม่แน่ใจ) ตามด้วยขนมจีบของเนปาลทีี่ขึ้นชื่อเรียกว่าโม โม มีเครื่องเทศค่อนข้างแรง ตามด้วยอาหารชัดหลัก ซึ่งอาหารทุกอย่างจัดใส่ในถาดเดียวกัน มีตั้งแต่ผัก มะระขึ้นกทอด ผักคล้าย ๆ ฟักแม้วของไทย ต้มจึด ๆ มีแกงไก่ ถั่วต้มผสมเครื่องเทศของแขก  ที่สำคัญไกด์ไทยคงขอให้มีใข่เจียวด้วย (ดีใจจังอาหารหลักของคนใทยในต่างแดน) มีเหล้าคล้าย ๆ เหล้าขาวของไทยบริการในถ้วยดินเล็ก ๆ 

       ระหว่างรับประทานอาหารมีโชว์เป็นชุด ๆ และหยุดเป็นระยะๆ นักแสดงส่วนใหญ่ดูเป็นคนมีอายุแล้ว บางชุดก็ตืนเต้นดี

       สิ้นสุดวันแรกเข้าพักที่ Everest hotel เป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว แต่พวกเราน่าจะให้เพียง 3 ดาว เพราะวิธีการเปิดน้ำ ปรับน้ำร้อนดูจะไม่เป็นมาตรฐานสากล บางคนก็ปิดไม่สนิทปล่อยให้นำ้ไหล คุณภาพน้ำบางคนอาจไม่พอใจ 

        ห้องที่เราพัก remote ทีวีใช้ไม่ได้ ผ้าม่านห้องน้ำดูสกปรก และ แขวนติดชิดมาก ทำให้การอาบน้ำต้องฃิดกับผ้าดังกล่าว

       เขียนมาตั้งนานลืมแนะนำไกด์ชาวเนปาลี เป็นชายหนุ่มชื่อนิชา เรียบจบปริญญาโทสาขาด้านมนุษย์และสังคม พูดได้หลายภาษาทั้งอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น ยกเว้นไทย 

        ไม่เป็นไร นอนดีกว่า พรุ้งนี้ต้องออกแต่เช้า  

 

หมายเหตุ : เดิมหัวเรื่องคือ มองเนปาล ย้อนดูไทย แต่มี Comment ผู้อ่านบางคน อ่านแล้วเข้าใจผิดเจตนารมณ์ของผู้เขียน เลยของเปลี่ยนหัวเรื่องใหม่ 

              ใจจริงแล้วอยากบอกคนไทย ว่าประเทศไทยเจริญได้ถึงทุกวันนี้ก็เพระพ่้อหลวง หรือ ในหลวงของเรา ถ้าไม่มีในหลวง เราอาจเหมือนเนปาลก็ได้ 

              เพื่อลดความเข้าใจผิด เลยขอเปลี่ยนหัวเรืองใหม่เป็น Trip ไปเนปาล 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน แลกเปลียนเรียนรู้ KU QA and KM



ความเห็น (0)