Appreciative Coaching

ทราบหรือไม่ว่า จริงๆแล้ว คุณอาจเป็นมนุษย์ต่างดาว คำถามคือ จะรู้ได้อย่างไรว่าคุณเป็นมนุษย์ต่างดาว

ลองเสนออะไรใหม่ๆให้เพื่อนร่วมงาน ให้นายคุณฟังสิครับ   ถ้าไม่คุ้นกันจริง คุณจะถูกปฏิเสธว่าสิ่งที่คุณคิดนั้นเป็นไปไม่ได้ บางครั้งถึงขั้นหัวเราะล้อเลียนไปคุณเลยครับ อันนี้แสดงว่าจริงๆแล้ว คุณคือ “มนุษย์ต่างดาว” ครับเคยสังเกตไหมครับ ทำไมเวลาเราเจออะไรใหม่ๆ อยากให้สังคมเล็กๆของเราได้รู้จักเรื่องดีๆ ได้ทดลองแนวคิดใหม่ๆที่ก็ดูไม่อันตรายนัก แต่กลับต้องเจอแรงต้านอย่างมโหฬาร จนหลายคนรู้สึกสงสัยตัวเองว่า นี่เราเป็นมนุษย์ต่างดาว หรือ ว่าเรากำลังคุยกับมนุษย์ต่างดาวอยู่นี่ พาลเลิกสนใจ เลิกคิดใหม่  เพราะพูดไปก็เข้าตัว นอกจากดูโง่ แล้วยังถูกต่อต้านอีก ยิ่งถ้าคุณเป็นคนคิดนอกกรอบ คุณจะยิ่งรู้สึกเป็นตัวประหลาดขึ้นทุกที

 

ครับ อย่าตกใจครับ มนุษย์ต่างดาวทุกท่าน อย่าพึ่งตกใจ หนีกลับดาวของท่านไปก่อน  ลองอ่านหนังสือเล่มนี้ดู The Iconoclast ภาษาไทยมีแปลแล้ว หนังสือเล่มนี้เชื่อมโยงศาสตร์ของสมอง เพื่ออธิบายปรากฏการณ์ของคนที่ทำอะไรสำเร็จขั้นโดดเด่น เข้าทำนองมนุษย์ต่างดาวนี่แหละ เช่น Van Goh กับ Picasso ว่าไหง เก่งเหมือนกันแต่ลงเอยด้วยชะตาชีวิตต่างกัน Van Goh จน และฆ่าตัวตาย คือดังตอนตายไปแล้ว แต่ Picasso ตรงข้ามครับ เอาย่อๆครับถ้าคุณเปิดไปดูราวๆหน้า 141 (ของภาษาอังกฤษ) ผู้แต่งเขียนไว้ว่าสมองมนุษย์ไม่ชอบอะไรที่ผิดไปจากวิถีปรกติครับ มันจะมีสมองส่วนที่เก่าแก่ที่สุด ประมาณเป็นสมองสมัยมนุษย์สมัยเป็นสัตว์เลื้อยคลาย คุณลองเดินไปใกล้สัตว์เลื้อยคลาน หรือสัตว์อะไรก็ได้ครับ (ยกเว้นหมาบ้านคุณ) มันจะไม่มาคอยพิจารณาว่าคุณมาดีรึเปล่า มันวิ่งหนีไปเลยครับ นี่คือหนทางเอาตัวรอด มนุษย์ยังมีสมองนี้อยู่ครับ ผู้เขียนบอกว่าเวลาเราทำอะไรที่คนอื่นไม่คุ้น ไอ้สมองนี้จะทำงานทันที นัยว่าเพื่อป้องกันตัวเอง เหมือนๆกับจิ้งจกตุ๊กแกนี่แหละครับ เพราะฉะนั้นการที่คุณถูกต่อต้านจากคนอื่น ไม่ได้หมายถึงว่าเป็นเรื่องของเหตุผลทุกครั้ง ครับ

คำถามคือแล้วคุณจะทำอย่างไร ถ้าคุณค้นพบว่าคุณเป็นมนุษย์ต่างดาว มีข้อเสนอดังนี้ครับ

  1. ศึกษาเรื่องจิตวิทยาการขอครับ พวกเรารวบรวมปรากฏการณ์ไว้เยอะครับ (Click)

  2. ผมได้ออกแบบ workshop เรื่อง เต็มใจ ตรอมใจ และเติมใจไว้ ระดมสมองได้ข้อมูลดีๆเยอะ (Click) ลองดูเพื่อเป็นแนวทางนะครับ

  3. ทำใจครับ และเริ่มศึกษา เริ่มต้น “เนียน” กับชีวิตการทำงาน และสังคมครับ Think Out of the Box นั้นดีครับ แต่ต้อง พัฒนาการทำงาน การนำเสนอให้คนอื่นไม่รู้สึกแปลกแยกครับ และรู้จักที่ทางของตนเอง เรียกว่าต้อง Creative Act-in-a-Box นะครับ

  4. เปิดเผย มากๆ ให้คนเขาเลือกเองครับ ให้เขาถามเยอะๆ ตรงนี้เราเรียกว่า Chris Argyris เรียกว่า Free informed choice ครับ ต้องไม่ทำอะไรเพื่อเอาประโยชน์เข้าตัว หรือ Self-serving ครับ (ตอนนี้เป็นเรื่องที่จะเล่าต่อ แต่เป็นบทสรุปทางทฤษฎีของสองข้อแรกครับ ผู้สนใจด้านนี้ควรรู้ไว้นะครับ ในสาย Action Research, AI, และ OD ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มากครับ)

 ให้กำลังใจมนุษย์ต่างดาวทุกท่านครับ

(หมายเหตุ บทความนี้ตอบคำถาม ข้อ 7 ที่ผมตั้งข้อสังเกตไว้เมื่อสองวันก่อน ขอตอบข้อ 7 ก่อน 1-6 จะค่อยๆตอบวันหลัง ดูบทความเดิมที่นี่ click)