ไม่พูดเรื่องสถานการณ์การเมืองไทยในขณะนี้คงไม่ถูกต้อง เพราะกำลังอยู่ในความขัดแย้งวงกว้างที่ต่างมีเหตุผลที่ฝ่ายตนยึดมั่น
ในฐานะประชาชน ต้องสนใจการเมือง นั้นแน่นอน....แต่ขอสรุปสั้นๆ ว่า
เราต้องทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด ใช้หลักสองใน 3 ของหัวใจพุทธศาสนาคือ ไม่ทำชั่วทั้งปวงและทำแต่ความดีให้มากที่สุด
ส่วนข้อ 3 นั้นเอาไว้ให้ผ่านวิกฤตไปก่อนจึงค่อยมาภาวนาทำจิตให้ผ่องใสกัน
สรุปสำหรับผู้มีอำนาจ ผู้แย่งอำนาจ ผู้อยากมีอำนาจ เสนอข้อคิดสั้นๆ ดังนี้ครับ
อำนาจเป็นของหนัก เป็นเป้า เป็นของร้อน เป็นสิ่งที่ที่ต้องการของผู้ที่ไม่มี
มีอำนาจแล้วต้องมีความพอเพียงและมีในระยะเวลาที่เหมาะสมคือวาระพอดีๆ
มีอำนาจแล้วต้องมีเมตตา โดยเฉพาะต่อคนที่เราใช้อำนาจและที่ได้รับผลของอำนาจนั้น
ฝึกไม่มีอำนาจบ้างเป็นระยะๆ ฝึกไม่ใช้อำนาจบ้างเป็นระยะๆ เพื่อให้ตนเองไม่ยึดติด
คนที่เคยมีอำนาจและไม่มีอำนาจแล้ว ก็ฝึกใช้บารมีสร้างสรรกุศลเพื่อส่วนรวมโดยไม่กลับไปมีอำนาจอีก
ปัญหาหรืออุปสรรคในการใช้อำนาจนั้น อยู่ที่จิตของเรา อยู่ข้างในตน ถ้าทำให้ไม่มีปัญหาหรืออุปสรรคได้ ก็ทำได้จากในใจตนเป็นขั้นแรก
ฝึกแบมือ(แทนการกำมือ) เปิดใจ(แทนการปิดใจ) ให้สิ่งต่างๆ หลุดลอยไป...บ้าง และการหลุดลอยก็เป็นธรรมชาติหนึ่ง เหมือนธรรมชาติของการแสวงหาและได้มาฯลฯ
วกกลับมาหัวข้อบันทึก "เส้นทางดนตรีของเด็กชายศิวะพล"
วันที่ 10 เมษายน 53 ต้องเป็นวันสำคัญของ ดช.ศิวะพล วรฉัตรในวัย 13 ขวบ แน่นอน เพราะเป็นวันที่ แตงแตง (ชื่อเล่นของศิวะพล) จะไปเล่นไวโอลินต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก ในฐานะผู้สอบผ่านไวโอลินในระดับ 1 ด้วยคะแนนสูงสุดของอินเดีย จัดสอบโดยโรงเรียนดนตรี Trinity College ลอนดอน ประเทศอังกฤษ จากจำนวนเกือบ3 พันคน ที่เข้าสอบ The International Examination Board ในอินเดียประจำปี 2010 ปรากฏว่าได้ ผู้สอบที่ได้คะแนนสูงสุดของทุกระดับ ซึ่งมีทั้งสิ้น 66 คนใน 11 ระดับ คือ ตั้งแต่ระดับเริ่มต้น ระดับหนึ่ง ระดับสอง ไปจนถึงระดับแปด ตามด้วยขั้นมืออาชีพอีก 2 ระดับ สถาบัน Trinity College จึงได้จัด Toppers Concert 2010 ขึ้นเพื่อรับรองผลการสอบและเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้สอบด้วย
แตงแตงเพิ่งจะเรียนไวโอลินได้ไม่ถึงปีจากขั้นพื้นฐาน ครูพอจะมองเห็นแววก็ให้เลื่อนมาเรียน ในระดับ 1 และส่งเข้าสอบ ก็ปรากฏว่าได้คะแนนสูงสุดในหมู่ผู้เข้าสอบระดับ 1 ทั่วทั้งอินเดียตอนเหนือ ซึ่งก็ถือว่าทั่วอินเดีย เนื่องจากทางใต้ยังไม่มีศูนย์สอบ ครูจึงพิจารณาให้เลื่อนข้ามไปเรียนในระดับ 3 ในปีนี้เลย หลังจากเรียนระดับ 2 มาได้เพียง 2 เดือน
พ่อแม่ก็พลอยดีใจไปด้วย ในความสำเร็จของลูกคนนี้ แม่ซื้อเสื้อใหม่เอี่ยมสีขาวให้แตงใส่ ดูแล้วหล่อแบบหนุ่มอินเดีย และด้วยหน้าตาที่ใสปิ้งทำให้หลายคนต้องเหลียวมามองรวมทั้งสาวๆ
พ่อแม่และน้องๆ อีก 2 คนเดินทางไปห้องประชุมเล็ก Teen Murti Auditoriumที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์ Nehru จุคนได้ประมาณ 500 คน ซึ่งปรากฏว่าที่นั่งเต็มแน่นขนัดไปด้วยผู้สนใจ ส่วนใหญ่เป็นผู้ปกครองที่มาจากรัฐต่างๆ ทั่วอินเดียเพื่อมาให้กำลังใจบุตรหลานของตน แตงเป็นเด็กไทยคนเดียวในการแสดงวันนั้น
เพลงที่เล่นได้แก่ Fragrant Harbour แต่งโดย Brigid Kirkland-Wilsonเป็นเพลงที่หวานไพเราะ สะกดคนฟังได้อย่างสบาย แม้จะเล่นเพียงท่อนเดียวสั้นๆ เพราะเป็นระดับ 1 แต่ก็เล่นได้ยอดเยี่ยม ซึ่งก็ได้รับเสียงปรบมืออย่างท่วมท้น
ถือเป็นประสบการณ์เริ่มต้นที่ดีมากสำหรับ ดช.ศิวะพล วรฉัตร ซึ่งในอนาคตอาจจะเอาดีทางดนตรีซึ่งพ่อแม่พร้อมที่จะสนับสนุนเต็มที่
มาชมแตงตูนกันครับ
สุขสันต์วันสงกรานต์นะครับชาวไทย
สวัสดีค่ะท่าน
คุณ ครูคิม ครับ
อินเดียไม่มีพวงมาลัย
ขอเอาภาพใบโพธิ์นี้รับครับ
ขอให้คุณครูเป็นครูที่ดี สอนศิษย์ให้เป็นคนดีมีความรู้ของสังคมต่อไปครับ
สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะ
คุณครูตา ลป. ครับ
ขอบคุณครับที่แวะมาทักทาย
ผมและภรรยาตั้งใจที่จะสนับสนุนให้กำลังใจในสิ่งที่ลูกต้องการทำในชีวิต
โดยไม่บังคับ
เพราะความสุขของมนุษย์เรา คือการได้ทำในสิ่งที่ตนถนัดและรักครับ
ยอดเยี่ยมเลยค่ะ ขอแสดงความยินดีกับหลานแตงด้วย
ไม่มีอะไรที่พ่อแม่จะภูมิใจและมีความสุขเท่ากับเห็นลูกก้าวหน้าไปในทางที่ถูกที่ควร และประสบความสำเร็จ
นอกจากความสามารถของหลานแตงแล้ว ต้องขอปรบมือให้กับคุณพ่อและคุณแม่ที่เป็นผู้ปั้นและหล่อหลอมลูกด้วยนะคะ
คุณจรินทร
ดีใจที่แวะมาทักทายกัน
เคยมีชาวญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงทางด้านคนตรีระดับโลกไปเล่นคอนเสริตที่เดลี Jorji Hatori
พาเด็กๆ ไปชมด้วย ชอบกันใหญ่
จึงทำให้เด็กๆ อยากไปญี่ปุ่น
จะตามอ่านเรื่องเกี่ยวกับโอซากาต่อ
ลูกชายน้าจ้าก็ชอบสีไวโอลิน สีมาตั้งแต่เกรด 3 ได้เป็น concertmaster ของวงที่โรงเรียนและของวง orchestra ประจำท้องถิ่น.
ตอนที่ลูกมาบอกทีแรก น้าจ้าว่าอะไรนะ ไวโอลิน? รู้หรือป่าวว่ามันเป็นเครื่องดนตรีที่เล่นยาก อยากเล่นดนตรีก็ลองดีดpianoดู น้าจ้าบอกลองไปคิดดูอาทิตย์หน้าค่อยคุยกันใหม่.
ทีแรกน้าจ้าไม่ได้ซื้อไวโอลินให้ เช่าเขาเป็นเดือนก่อน เผื่อลูกเปลี่ยนใจ ลูกเล่นได้ดีข้ามชั้นพวกที่เล่นด้วยกัน สมัยทีแรกๆแม่นั่งฟังลูกสีไวโอลินตามงานต่างๆ แม่ฟังแล้วน้าตาไหล ตอนนี้ลูกอยู่เกรด 11 แล้ว เวลามีconcertถ้างานเล็กๆ น้าจ้าก็แค่ขับรถไปส่ง ตัวเองไปทำธุระที่อื่น...มันเห็นการเปลี่ยน ทุกๆอย่างมันไม่แน่นอน ดูแต่อารมณ์และใจของเราสิคะ ที่เคยตื่นเต้น ดีอกดีใจ ก็กลายเป็นเฉยๆไป.
ขอให้น้องแตงแตงฝึกซ้อมให้มากๆนะคะ วันหนึ่งต้องซ้อมให้ได้อย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง.
ปล. ขออนุญาติเล่าเรื่องลูกชายตัวเองเพราะเห็นว่ามีอะไรที่เหมือนกัน ขอให้ถึงว่าเป็นการเล่าสู่กันฟังด้วยนะคะ
น้าจ้าครับ
ขอบคุณมากสำหรับเรื่องเล่าครับ ได้ประโยชน์มาก ทำให้รู้ว่าเด็กที่ขอบอะไร เขาจะทำได้ดีครับ โดยที่พ่อแม่ไม่ต้องไปผลักดันเลย
ลูกชายน้าจ้าอยู่เกรด 11 ไวโอลีนก็นับว่าเกือบจบและเป็นมืออาชีพได้แล้ว ยินดีด้วยครับ
ดูลูกพัฒนาการแล้ว พ่อแม่ได้แต่สุขใจนะครับ ผมคิดว่าน้าจ้าโชคดีนะครับ มีลูกเก่งขนาดนี้
ขอบคุณเรื่องเล่าแบบนี้
จะบอกให้น้องแตงขยันขึ้นครับ เขาก็อยากจะเรียนไวโอลีนไปให้ถึงที่สุดเหมือนกันครับ
ขอบคุณครับ