สภามหาวิทยาลัย : 34. การเยี่ยมชื่นชมหน่วยงาน

  • สภามหาวิทยาลัยมหิดลได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๑ มิย. ๔๙ ทดลองจัด การทำงานของสภาฯ แบบไม่เป็นทางการ คู่ขนานไปกับการทำงานแบบเป็นทางการตามกฎหมาย     หนึ่งในการทำหน้าที่แบบไม่เป็นทางการ คือการไปเยี่ยมหน่วยงาน เพื่อทำความรู้จัก โดยเฉพาะทำความรู้จักความสำเร็จและศักยภาพในการพัฒนาเพื่อทำประโยชน์ให้แก่วงการอุดมศึกษาและบ้านเมือง
  •   การเยี่ยมชมนี้ ไม่ใช่การเยี่ยมเพื่อประเมิน (Evaluative Visit) แต่เป็นการ เยี่ยมเพื่อชื่นชม (Appreciative Visit)    เน้นบรรยากาศที่ไม่เป็นทางการ  บรรยากาศสบายๆ เพื่อกระตุ้นความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ร่วมกัน    เราอยากให้หน่วยงานนำเสนอภาพรวมของหน่วยงานในลักษณะ ข้อมูลเชิงเปรียบเทียบ (Comparative Presentation) เพื่อให้กรรมการสภาฯ เข้าใจได้ง่าย   ไม่ใช่นำเสนอแบบบรรยาย (Descriptive Presentation) อย่างที่เราคุ้นเคย   และที่สำคัญอย่านำเสนอแบบป้องกันตัว (Defensive Presentation) ว่าทำดีแล้ว    ให้นำเสนอแบบ เอาความสำเร็จที่ภาคภูมิใจมาเสนอ (Appreciative Presentation) และบอกว่าฝันจะสร้างความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่อย่างไร   ที่เรียกว่านำเสนอภาพฝัน (Imaginative Presentation) เพื่อจะได้ช่วยกันทำให้ฝันเป็นจริง 
  • ภาพเชิงเปรียบเทียบ  อาจเปรียบเทียบกับมหาวิทยาลัยมหิดลในภาพรวม  เปรียบเทียบกับภาพรวมของประเทศในสาขาหรือหน่วยงานด้านนั้น  เปรียบเทียบกับหน่วยงานในมหาวิทยาลัยอื่นที่เป็นคู่แข่ง (Potential Competitor) ที่เราคิดแข่งกันทำความดีเพื่อบ้านเมือง ไม่ใช่แข่งขันทำลายล้างกัน    จะเห็นว่าการนำเสนอภาพเปรียบเทียบแบบนี้เราไม่คุ้นเคย    ทางหน่วยงานด้านการวางแผนและด้านข้อมูลจะต้องเตรียมพัฒนาข้อมูลแบบนี้ขึ้นใช้งาน
  • ถึงแม้เราจะเยี่ยมชมกันแบบสบายๆ เราก็ต้องมีเอกสารและข้อมูลประกอบ    ผมอยากให้ส่งเอกสารให้ผู้ที่จะไปเยี่ยมชมได้ศึกษาก่อนล่วงหน้า    เพื่อให้สามารถใช้เวลาเยี่ยมชมประมาณ ๒ ๓ ชั่วโมงให้เกิดปฏิสัมพันธ์แลกเปลี่ยนให้เกิดประโยชน์สูงสุด   และเมื่อเยี่ยมแล้ว มีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบสรุปประเด็นสำคัญนำแจ้งสภาฯ เพื่อทราบด้วย    เพราะเดาว่ากรรมการสภาคงจะไม่ถึงครึ่งที่มีโอกาสไปเยี่ยม   ข้อมูลจากการเยี่ยมนี้น่าจะเป็น input ที่สำคัญในการกำหนดนโยบายของมหาวิทยาลัย  
  • เท่ากับว่าเราทำงานแบบไม่เป็นทางการ    เน้นการชื่นชม   สบายๆ   แต่ก็ได้สาระที่จะนำไปใช้กำหนดนโยบายในภาพรวมของมหาวิทยาลัย และของหน่วยงานนั้นโดยเฉพาะ
  • ผมหวังว่าการสนทนาจะเน้น สุนทรียสนทนา (dialogue) ไม่ใช่การอภิปรายแบบเน้นผิด-ถูก (discussion) และสุนทรียสนทนานี้จะช่วยกระตุ้นให้ทีมงานภายในหน่วยงานที่เราไปเยี่ยมเกิดแรงบันดาลใจ  เกิดพลัง  เห็นช่องทาง ที่จะร่วมกันทำงานฟันฝ่าเพื่อสร้างความเจริญก้าวหน้าแก่หน่วยงาน เพื่อประโยชน์ของประเทศในภาพรวม   ทางสภาฯ ก็เห็นประเด็นสำคัญที่จะช่วยมีมติเชิงนโยบายส่งเสริมสนับสนุน  

วิจารณ์ พานิช

๒๒ มิย. ๔๙