สำหรับคนส่วนใหญ่
ถ้ากำจัดข้อเสียทิ้งได้ข้อหนึ่ง
ข้อ ดีอื่นๆจะเกิดขึ้นแทนที่หลายข้อ
เช่น หากฝึกมีสติอยู่กับเนื้อกับตัว
ทิ้งนิสัยวู่วาม หุนหันพลันแล่นได้
ก็อาจเปลี่ยนจากนักพล่ามมาเป็นนักฟัง
เปลี่ยนจากนิยมแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มปัญหา
มาเป็นชอบผ่อนหนักให้เป็นเบา
หรือทำ เรื่องเบาให้ไร้น้ำหนักไปเลย
ซึ่งข้อดีที่เกิดขึ้นแทนดังกล่าว
อาจหมายถึงวิธีคิดที่สุขุม
ความฉลาด เลือกคำพูดประนีประนอม
ตลอดจนการลงมือกระทำการ ด้วยความนิ่มนวล
เล็งผลลัพธ์ที่ดีก่อนจะเอาอย่างใจให้เกิดความเสียหาย
แต่สำหรับคนอีกส่วนหนึ่ง
ที่สั่งสม คุณงามความดีมานาน
เป็นที่ยอมรับนับถือของสังคม
ถูกยกย่องให้เป็นผู้ริเริ่มทำการดีๆ
ชีวิตเต็มไปด้วยด้านสว่าง
ถึงจุดหนึ่ง จะเกิดด้านมืดขึ้นมาอย่างเลี่ยงไม่ได้
ประสาคน ยังมีกิเลสไม่สิ้นสุด
เช่น ไม่ฟังใคร เอาตัวเองเป็นใหญ่
ยอมเสียหน้าไม่ได้
ทนไม่ได้ที่จะให้ ใครชี้หน้าว่าทำผิดคิดพลาด
บางคนรวยระดับโลก ช้อนซื้อหุ้นถูกมาทั้งชีวิต
พอเก็งกำไร ลงทุนพลาดทีเดียว
เจอ นักข่าวล้อเลียนว่าแก่แล้วเลอะ
เท่านั้นเองถึง กับทนไม่ไหว โดดให้รถไฟชนตาย
กลายเป็นข่าวใหญ่ เมื่อเร็วๆนี้
ด้านดีถ้ามีมากไป
ดูพิเศษ สูงส่งเกินธรรมดา
มักจะค่อยๆก่อร่างสร้างแง่ร้าย ขึ้นมาทีละน้อย
โดยไม่เปิดโอกาสให้ทันได้รู้ เนื้อรู้ตัว
กว่าจะรู้ตัวก็จมไม่ลงเสียแล้ว
แต่ก็นั่นเอง ถ้าจะตัดข้อเสียของคนบางคนทิ้ง
แปลว่าคุณอาจต้องตัดข้อดีของเขาออก
ไม่ รู้ว่ากี่ข้อต่อกี่ข้อ
ถ้าพิจารณาแล้วว่าข้อดีของเขา
เป็นคุณอย่างใหญ่กับคนรอบตัวหรือกับสังคม
จะลองทำเป็นลืมๆ
ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น กับข้อเสียในวงแคบของเขาบ้างจะได้ไหม
พระพุทธเจ้าสอนให้พิจารณาว่าอะไรเป็นคุณ อะไรเป็นโทษ
บางทีเราต้องใช้เวลากันครึ่งชีวิตกว่าจะเข้าใจ
สมการชีวิตนั้น ไม่มีแค่บวกกับบวก
มัน มีลบ คูณ หาร เข้ามาเกี่ยวข้องตลอดเวลา
ถ้าเอา "ประโยชน์" เป็นตัวตั้ง
แล้วลบกับ "โทษ" ที่พ่วงมา
หายังได้ "ผล" ที่เป็นประโยชน์อยู่
แสดงว่าชีวิตนั้นใช้ได้ หรือเข้าขั้นดีทีเดียว
แต่พวกเรามักเอา "ความคาดหวัง" เป็นตัวตั้ง
จึงยอมได้แค่บวกกับบวก จะไม่ยอมให้มีลบเลย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นสมการชีวิตของคนอื่น
พวกเราจึงมัก "ตั้งโจทย์ผิด" และคิดกันจนปวดหัวตาย
แทบไม่มีใครได้อะไรดีติด มือไป
ไม่ว่าจะการบ้าน การเมือง การศาสนา
มนุษย์เราเคยชินกับการตั้งโจทย์ผิดๆ
ชีวิตถึงดำเนินไปผิดๆ ด้วยมุมมองผิดๆ
กล่าว โทษและด่าทอกันผิดๆ
สุดท้ายตายจากกันด้วยสัมพันธ ภาพผิดๆ
วนเวียน "ร่วมทุกข์" กัน
บนทางกันดารแห่งการเวียนว่ายตายเกิด
น้อย นักที่จะได้ร่วมสุขกับใครจริงๆ นานๆครับ
ดัง ตฤณ
เมษายน ๕๓
Dharma In Hand
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ครูต๋อย ภวิษ์พร · 11 เม.ย. 2553
นิต · 11 เม.ย. 2553
TU LIBS · 11 เม.ย. 2553
KTB_Music2007 · 11 เม.ย. 2553
อยากให้ทุกคนลองอ่านดูนะค่ะ แง่คิดดีๆ
จากนักเขียนท่านหนึ่ง
สวัสดีค่ะ
บางครั้งอารมณ์ความรู้สึกชั่วขณะก็มีผลเหนือเราค่ะ