ถึงช่วงวันหยุดยาวทีไร สิ่งแรกที่หลายคนคิดถึงคือจะไปเที่ยวพักผ่อนที่ไหนดี แต่สำหรับน้องฟ้อน มีอีกหนึ่งทางเลือก คือ การไปปฏิบัติธรรม อากาศร้อนเช่นนี้จะทำให้เย็นใจมาก ขอให้ทุกท่านเที่ยวสงการตน์อย่างมีความสุข กลับมาทำงานอารมณ์ดีกันทุกคนนะคะ  และน้องฟ้อนยังมีสาระดีๆสำหรับความรักมาฝากด้วย  ถ้าทำได้ 9 ข้อก็เป็นผู้บริหารที่มีแต่คนมารุมรักโดยไม่ต้องลงทุนข้าวของเงินทองเลยทีเดียว

ไม่ว่าใครจะเอ่ยเตือนอยู่เสมอว่า

ที่ใดมีรัก  ที่นั่นมีทุกข์

แต่ก็ใช่ว่าจะหยุดยั้งความรักได้  เพราะอะไรนะ...?

เพราะว่ารักมีพลานุภาพ!!!!

            พลานุภาพที่ไม่อาจพิสูจน์ได้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เสมอไป  แต่เมื่อมีความรัก  ร่างกายคนเรามักจะหลั่งสารแห่งความสุขออกมา  ทำให้เรารู้สึกแช่มชื่นสดใส  มีชีวิตชีวา ด้วยเหตุนี้คนส่วนใหญ่จึงปรารถนาที่จะมี “รัก”และ”ผูกพัน” ไม่ว่าจะเป็นกับคน สัตว์ หรือสิ่งของ

           มีงานวิจัย พบว่า  ความทุกข์เป็นตัวเร่งให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บได้เร็วขึ้น  ในขณะที่ความสุขสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้ผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า

           ความสุข  คือ  ยาวิเศษที่จะช่วยต่อต้านโรคภัยไข้เจ็บและความสุขเป็นสิ่งที่เราทุกคนสามารถสร้างได้ด้วยตนเอง 

           สิ่งสำคัญ คือ ความสุขใดก็ไม่อาจเทียบได้กับความสุขจากการเป็นผู้ให้และได้รับความรัก  ไม่ว่าจะเป็นความรักในรูปแบบใด รักระหว่างหญิง – ชาย รักเพื่อนมนุษย์ รักโลก ที่สำคัญอย่าลืมที่จะรักตัวเอง

จะทำอย่างไรให้เป็นที่รัก

           ความรักเป็นสิ่งที่ใครๆต่างก็อยากได้ อยากมี อยากเป็น และอยากครอบครอง  ไม่ว่าจะเป็นความรักรูปแบบใดก็ตาม  รักแบบชายหนุ่ม หญิงสาว รักเพื่อน  รักสัตว์  เพราะความรักทำให้คนเราอบอุ่นหัวใจ  ทำให้รู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า และมีกำลังใจในการดำเนินชีวิต

           แต่ทว่าความรักเป็นเรื่องแปลก  ขณะที่บางคนยิ่งไขว่คว้าหาความรัก ความรักนั้นก็ดูเหมือนยิ่งห่างไกลและไกลห่างไปทุกที ไปทุกที  ตรงข้ามกับบางคน  แค่อยู่เฉยๆ ความรักก็เดินทางมาหาเอง

          แน่นอนว่า  ไม่มีใครเป็นที่รักของคนอื่นได้ร้อยเปอร์เซ็นต์  เพราะว่าจิตใจของคนเรานั้นเป็นเรื่องซับซ้อน  เข้าถึงได้ยากที่สุดแต่จะทำอย่างไรให้คนสักห้าสิบเปอร์เซ็นต์พากันมอบความรักให้คุณได้อย่างไม่มีเงื่อนไข

 9 วิธีที่จะทำให้ใครๆมารุมรัก

1.   เป็นธรรมชาติ   จริงใจ  ไม่เสแสร้ง   การที่ใครสักคนจะมอบความรักให้คุณ  เขาจะต้องรู้สึกว่าคุณจริงใจกับเขา  ไม่เสแสร้งไมว่าต่อหน้าและลับหลัง  เมื่ออีกฝ่ายสัมผัสได้ถึงความจริงใจ  ความรัก  ความไว้วางใจย่อมตามมา

2.  ยิ้มแย้มแจ่มใส  ร่าเริงเบิกบาน  ใครๆก็อยากอยู่ใกล้คนที่ยิ้มแย้มแจ่มใส  อารมณ์ดี  ไม่ขี้หงุดหงิด  หน้านิ่วคิ้วขมวด  ที่สำคัญ  การยิ้มคือการแนะนำตัวเองที่ดีที่สุดบางครั้งดีกว่าคำพูดและการกระทำเสียอีก

3.  พูดจาไพเราะน่าฟัง  อย่าพูดโดยไม่คิดและอย่าทำโดยไม่ได้ไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน  ที่สำคัญ  ต้องรู้จักพูดคำว่า “ขอโทษ”และ “ขอบคุณ” ให้ติดปากและติดใจ

4.  วางตัวดี  เสมอต้นเสมอปลาย  วางตัวให้เหมาะสมกับบทบาทหน้าที่ มีความเสมอต้นเสมอปลาย  เมื่อได้ดีแล้วต้องไม่ลืมตัว

5.  เป็น  “ผู้ให้” มากว่า  “ผู้รับ” รู้จักเสียสละและแบ่งปัน ไม่เห็นแก่ได้เพียงฝ่ายเดียว การให้ในที่นี้รวมถึงการรู้จักให้อภัย ทั้งให้อภัยผู้อื่นและให้อภัยตนเอง

6.  เอาใจเขามาใส่ใจเรา  ไม่วาจะทำอะไรให้นึกถึงคนอื่นเสมอ  ถ้าไม่ชอบให้ใครทำเช่นไรกับเรา  ก็ไม่ควรทำเช่นนั้นกับเขา

7.  ใส่ใจและจดจำรายละเอียดเล็กๆน้อยๆได้  สนใจและใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่มีความหมายและมีคุณค่าต่อจิตใจของเขา  เช่น  วันเกิด  วันครบรอบแต่งงาน  สิ่งที่เขาชอบและไม่ชอบ ฯลฯ  อีกฝ่ายจะรู้สึกประทับใจ และรู้สึกว่าเขาคือคนสำคัญสำหรับคุณ

8.  เคารพในสิทธิและให้เกียรติผู้อื่น  ทุกคนล้วนต้องการการยอมรับ  ไว้ใจ  และให้เกียรติ จงเคารพในสิทธิส่วนบุคคล  และทำให้คนที่อยู่ใกล้คุณรู้สึกเป็นอิสระ  สบายใจ  ที่ได้เป็นตัวของตัวเอง

9.  เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่  มีเมตตาต่อทุคนและทุกสิ่ง  มีน้ำใจ  เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และมีเมตตาต่อทุกคน ไม่ว่าคนในครอบครัว  ญาติมิตร  เพื่อนฝูง  เพื่อนร่วมโลก ตลอดจนสรรพสิ่งทั้งหลาย ฯลฯ

  เห็นไหมคะว่าความรักเป็นสิ่งดีสำหรับใครที่อกหักหรือรู้สึกผิดหวังก็ลองมองตัวเองสิว่ารักผิดตรงไหนแล้วให้อภัยกับคนที่เรารักอย่างน้อยเขาก็คือเพื่อนร่วมโลกของเราที่ทำให้เรารู้จักคำว่าผิดหวัง  ต้องขอบคุณเขาที่ทำให้เราผิดหวังแล้วนำสิ่งนี้มาเป็นแรกบันดาลใจให้เราได้เดินมาฝึกปฏิบัติธรรมะ