นพ.ยงยุทธ เป็นแพทย์คนหนึ่งในทีมบุกเบิกยุคที่ นพ.สงวนและอีกหลายคนได้ร่วมกันคิดทำโครงการอยุธยา อันเป็นต้นแบบของแนวทางเวชปฏิบัติครอบครัว และนำไปสู่การขับเคลื่อนทางนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในเวลาต่อมา

      เวลาเรานึกถึงเรื่องการบริการปฐมภูมิ(Primary Care) ในเมืองไทยเราคงต้องเคยได้ยินชื่อของคนหลายคนบนหนังสือที่เขียนเกี่ยวกับบริการปฐมภูมิ นพ. ยงยุทธ พงษ์สุภาพ เป็นบุคลหนึ่งที่ผมอ่านพบเสมอ เคยพบหน้าตาหลายครั้งแต่ไม่มีโอกาสได้พูดคุยด้วย การไปดูงานที่ประเทศแอฟริกาใต้ในครั้งนี้นับเป็นโอกาสอันดีที่มีพี่ท่านเป็นผู้ร่วมคณะในฐานะผู้ประสานงานการดูงานอีกทั้งท่านมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับ Prof Sam Fehrsen ผู้บุกเบิกแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวในประเทศแอฟริกาใต้และประเทศใกล้เคียง ซึ่งนำคณะพวกเราเข้าไปรับรู้ระบบสุขภาพของประเทศนี้

            นพ.ยงยุทธ เป็นแพทย์คนหนึ่งในทีมบุกเบิกยุคที่ นพ.สงวนและอีกหลายคนได้ร่วมกันคิดทำโครงการอยุธยา อันเป็นต้นแบบของแนวทางเวชปฏิบัติครอบครัว และนำไปสู่การขับเคลื่อนทางนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในเวลาต่อมา ที่ต้องเล่าถึงเพราะท่านได้นำเสนอให้เราเห็นถึงพัฒนาการของระบบสุขภาพเปรียบเทียบไทยกับแอฟริกาใต้ ผมขออนุญาตคัดมาเพื่อท่านที่สนใจได้ศึกษา ดังนี้

           ภาพรวมระบบบริการด้านสาธารณสุขของประเทศแอฟริกาใต้

        แอฟริกาใต้มีชนผิวขาว ที่สืบเชื้อสายจากชาวดัตช์ ที่มาตั้งถิ่นฐานเป็นกลุ่มแรกตั้งแต่ปี 1652 ปัจจุบันชนผิวขาวมีทั้งชาวดัตช์ เยอรมัน ฝรั่งเศส อังกฤษ และมีชาวพื้นเมืองดั้งเดิมคือชนเผ่าซูลู

ประชากรทั้งหมดประมาณ 43 ล้านคน เป็นชนผิวดำประมาณ 80% ผิวขาว 10% และอื่นๆ อีกประมาณ 10% โดยอยู่ร่วมกันในลักษณะที่การเหยียดผิวแทรกซึมไปถึงโครงสร้างทางการเมืองและการปกครอง

ในทางการแพทย์ มีแพทย์ที่ไม่ใช่ชนผิวขาว (ยังคงเป็นผิวสีแต่ไม่ใช่ผิวดำ) ครั้งแรกในปี 1910 เริ่มมีการรับนักเรียนแพทย์ที่เป็นชนผิวดำมากขึ้นในปี 1951 ซึ่งก่อนหน้านั้นทั้งประเทศมีแพทย์ที่เป็นชนผิวดำไม่ถึง 10 คน

จุดเปลี่ยนที่ทำให้เกิดความรู้สึกว่า การเหยียดผิวในทางการเมืองการปกครองหยุดลงคือ เมื่อมีการจัดให้มีการเลือกตั้งโดย “ไม่แบ่งแยกผิว” ซึ่งมีขึ้นเป็นครั้งแรกขึ้นในปี 1994 อย่างไรก็ตาม ในสังคมการเหยียดผิวยังคงอยู่

จากฐานทางสังคมที่มีการแบ่งแยกอย่างชัดเจน ทำให้ชนผิวขาวซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในเขตเมือง ได้รับบริการที่ “ดีกว่า” ชนผิวดำ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในเขตชนบท ทั้งในแง่ของคุณภาพ และการเข้าถึงบริการ เช่น แพทย์ 88% อยู่ในเขตเมือง (Metropolitan areas) อัตราส่วนแพทย์ต่อประชากรแปรผันตั้งแต่ 1:600 ถึง 1:30,000 โดยที่ในภาครัฐใช้จ่ายเงินประมาณ 3.1 พันล้าน US ดอลลาร์ เพื่อดูแลประชากร 35 ล้านคน และในภาคเอกชนมีการใช้จ่ายเงินประมาณ 36.5 พันล้าน US ดอลลาร์ เพื่อดูแลประชากรเพียง 7 ล้านคน

ปัจจุบันโรคเอดส์เป็นปัญหาใหญ่ บางโรงพยาบาล 40% ของคนไข้ที่ admit เป็นคนไข้โรคเอดส์ ปัจจุบันมีประชากรประมาณ 2.4 ล้านคน ติดเชื้อ HIV

ในภาคเอกชน ส่วนใหญ่มีการซื้อประกันสุขภาพจากบริษัทเอกชน ในลักษณะของการจ่ายเบี้ยประกันร่วมกันระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง (ครึ่ง-ครึ่ง)

ในภาครัฐ งบประมาณที่เข้ามาในระบบบริการ 20% มาจากรัฐบาลกลาง และอีก 80% มาจากรัฐบาลท้องถิ่นในระดับจังหวัด

ประเทศแอฟริกาใต้มีโครงสร้างของการบริหารจัดการด้านสาธารณสุขที่ค่อนข้างซับซ้อน ทำให้ในภาคส่วนต่างๆ มีความเป็นเจ้าของสถานบริการที่หลากหลาย ทั้งในส่วนที่เป็นของรัฐบาลกลาง รัฐบาลท้องถิ่น แหล่งทุนในระดับนานาๆ ชาติ NGO เอกชน และองค์กรการกุศลต่างๆ

สถานบริการทีให้บริการในชุมชน ในเขตชนบทมักเป็น คลินิกที่ให้บริการโดยพยาบาลซึ่งเป็นของรัฐบาลท้องถิ่น (Municipalities) ส่วนในเขตเมืองส่วนใหญ่ให้บริการโดยแพทย์ที่เปิดคลินิกส่วนตัว ทำให้ปัญหาเรื่อง “การแยกส่วน (Fragmentations)” เป็นปัญหาใหญ่