Positive Thinking

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านทุกท่าน

วันนี้มีเรื่อง การคิดในเชิงบวก (Positive Thinking) +

มานำเสนอค่ะ

  

การคิดเชิงบวก (Positive Thinking) ไม่ใช่เพียงแค่จิตวิทยาที่ส่งผลทางด้านจิตใจเท่านั้น แต่ยังมีผลเชิงกายภาพด้วยค่ะ! จากการศึกษาผลของการคิดเชิงบวกต่อสุขภาพกายโดยทั่วไป มีผลทั้งทางวิทยาศาสตร์รับรองค่ะว่า...การคิดเชิงบวกมีผลต่อเชิงกายภาพ เช่น ทำให้อาการป่วยหายเร็วขึ้น หรือคนที่ไม่ป่วยก็จะมีสุขภาพดีกว่าคนทั่วๆไป
ในทางกลับกัน คนที่มักจะมองโลกในแง่ร้าย มีความคิดเชิงลบเป็นประจำ หรือเป็นคนที่มักจะวิตกกังวลเป็นประจำ มีจิตใจหดหู่ เมื่อรู้สึกว่าตนเองกำลังเจ็บป่วยขึ้นมาเพียงเล็กน้อยก็มักจะรู้สึกและคิดไปว่าตนเองกำลังเจ็บป่วยอย่างหนัก ส่งผลต่อสุขภาพให้รู้สึกเจ็บป่วยอย่างหนักด้วยค่ะ

 

จากผลการศึกษา
รายงานการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศอังกฤษ เมื่อต้นปี 2007 สรุปผลการทดลองศึกษากับผู้หญิงทำงานแม่บ้านในโรงแรม 7 แห่ง จำนวน 84 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม.....ดังนี้ค่ะ

กลุ่ม 1 ได้รับการบอกกล่าวว่า การทำงานตามหน้าที่ปรกติในแต่ละวัน เป็นการออกกำลังกายไปด้วยที่พอเพียงสำหรับสุขภาพ
กลุ่ม 2 ไม่ได้รับการบอกกล่าวอะไรเลย

หลังจากนั้นเป็นเวลา 4 สัปดาห์ พบว่าแม่บ้านโรงแรมกลุ่มที่ 1 มีสุขภาพดีขึ้นอย่างชัดเจนน้ำหนักลดลงเกือบ 1 กิโลกรัม ความดันเลือดลดลงเกือบ 10 เปอร์เซ็นต์ ส่วนแม่บ้านโรงแรมอีกกลุ่มที่ 2 ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ
 
สรุป
สิ่งที่เราเชื่อและสิ่งที่เราคิดนั้นจะมีผลต่อร่างกายของเราด้วยค่ะ ถ้าเราคิดฝึกคิดในแง่ดี มองโลกในแง่ดี อารมณ์ดี ความคิดของเราก็จะมีผลด้านดีต่อทางกายภาพได้ด้วยค่ะ

 

ดังนั้น ถ้าคุณผู้อ่านที่ไม่ใช่คนป่วยอย่างชัดเจน แต่มักรู้สึกจิตใจไม่เป็นปรกติ เหนื่อยง่ายไม่สบายบ่อยๆ ก็ลองสำรวจตนเองดูว่า คุณเป็นคนมองโลกในแง่ไหน? ถ้าคุณรู้สึกหงุดหงิดมองอะไรก็ขวางหูขวางตาไปหมด รำคาญ หมั่นไส้ อิจฉาคนอื่นๆเป็นประจำ ก็ลองปรับเปลี่ยนเป็นคนมองโลกในแง่ดี คิดในเชิงบวก (+) ต่อทุกสิ่งทุกคนที่อยู่รอบตัวดูนะคะ จะทำให้ชีวิตคุณมีความสุขขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ !!
 
ขอขอบคุณข้อมูลจาก - กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข