ภัยสังคม คม
ภัยมืดจากสื่อ "อินเตอร์เน็ต" กับปัญหาทางสังคม
 

ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนเรา ที่ประสงค์จะต้องใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการท่องโลกในอินเตอร์เน็ต หาความรู้ใหม่ๆ หรือความบันเทิงตามประสาของผู้ที่มีความ ?อยากรู้? ทั้งหลายถือเป็นการ ศึกษา ต่อยอดความรู้เดิมที่ตนมีอยู่ หรือจะเพื่อดูหนัง ฟังเพลง ฯลฯ นับวันผู้คนในสังคมที่มีความรู้ความสามารถใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อเล่นอินเตอร์เน็ตดังกล่าวจะมีจำนวนเพิ่มมาก ขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะสังเกตได้จากจำนวนร้านให้บริการอินเตอร์เน็ตที่เปิดให้บริการกันอย่างมากมาย เกือบจะทุกท้องถนนซอกซอยในกรุงเทพ มหานครและเมืองใหญ่ทั่วไป
         ?อินเตอร์เน็ต? ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนเรา ทั้งเด็ก เยาวชน ผู้ใหญ่ หรือแม้แต่ผู้ที่อยู่ในสถานะนักเรียน นักศึกษา ที่ประสงค์จะต้องใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการท่องโลกในอินเตอร์เน็ต หาความรู้ใหม่ๆ หรือความบันเทิงตามประสาของผู้ที่มีความ ?อยากรู้? ทั้งหลายถือเป็นการ ศึกษา ต่อยอดความรู้เดิมที่ตนมีอยู่ หรือจะเพื่อดูหนัง ฟังเพลง สันทนาการพักผ่อนหย่อนใจ อะไรก็แล้วแต่ นับวันผู้คนในสังคมที่มีความรู้ความสามารถใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อเล่นอินเตอร์เน็ตดังกล่าวจะมีจำนวนเพิ่มมาก ขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะสังเกตได้จากจำนวนร้านให้บริการอินเตอร์เน็ตที่เปิดให้บริการกันอย่างมากมาย เกือบจะทุกท้องถนนซอกซอยในกรุงเทพ มหานครและเมืองใหญ่ทั่วไป
         สังคมแห่งการเรียนรู้ (know ledge- based Society) ที่เราคาด หวังจะให้เกิดขึ้นในสังคมไทยเรา ย่อม ไม่ไกลเกินจริง หากประชากรส่วนใหญ่มีความรู้ความสามารถในการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ และใช้มันเข้าสู่โลกอินเตอร์เน็ตได้อย่างถูกต้อง
        แต่อย่างไรก็ตาม ในโลกนี้ยากที่จะหาสิ่งใดที่ดี และเพียบพร้อมทุกอย่าง มีขาว ก็ต้องมีดำ มีด้านสว่างก็ต้องมีด้านมืด สิ่งใดสิ่งหนึ่งจึงอาจมีทั้งข้อดีและข้อเสียเป็นของคู่กันในตัวของมันเอง อินเตอร์เน็ตก็เช่นเดียวกัน
       ข้อดีนั้นได้กล่าวเกริ่นข้างต้นมาบ้าง ส่วนข้อเสียที่เป็นภัยร้ายจากการใช้อินเตอร์เน็ต ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาก็ได้ เริ่มปรากฏภาพให้เห็นในสังคมไทย ควบคู่กับความเจริญด้านเทคโนโลยีที่เข้ามา ภัยจากการใช้อินเตอร์เน็ต ก็เป็นอย่างที่รับทราบกันดีว่า มีอยู่หลายเรื่อง ซึ่งบางเรื่องก็ก่อให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมอันดีงามของไทย
          แต่ภัยจากการใช้อินเตอร์เน็ตที่เป็นภัยอย่าง ร้ายต่อสังคม และมีผลกระทบต่อความรู้สึกอย่างมากเรื่องหนึ่ง ก็คือ ปัญหาการล่อลวงทางอินเตอร์เน็ต จากการ chat ห้องสนทนา หรือ โดยใช้โปรแกรมสนทนาของเว็บไซต์ชื่อดัง เพื่อ chat หรือพูดคุยผ่านระบบเครือ ข่ายอินเตอร์เน็ต หรือการล่อลวงหญิงสาวจากเว็บไซต์จับหาคู่ ซึ่งมีอยู่ มากมายหลายเว็บไซต์ ซึ่งบางเว็บของต่างประเทศ เช่น เว็บที่มีชื่อเหมือนไม้ขีดไฟ มีทั้งชายและหญิงไทยจำนวนมาก โพสรูปลงในอินเตอร์ เน็ตจะด้วยตนเอง หรือคนอื่นโพสให้ก็แล้วแต่ ซึ่งโดยความเห็นส่วนตัว อยากให้ทุกมหาวิทยาลัย
         โดยศูนย์คอมพิวเตอร์ทำการบล็อกเว็บจับหา คู่เช่นเดียวกับเว็บลามก ในระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตของสถาบันการศึกษาด้วย ภัยจากการล่อลวงทางอินเตอร์ เน็ต มักลงเอยด้วยการล่อลวงคู่สนทนาเพื่อพาไปข่มขืน ซึ่งช่วงเวลา หนึ่งที่ผ่านมาการกระทำความผิดอาญา อันเกิดจากการล่อลวงทางอิน เตอร์เน็ตนี้จะมีมาก สังเกตได้จากข่าว ในหน้าหนังสือพิมพ์หลายครั้งหลายคราวในช่วงเวลาที่ผ่านมา ดังข่าว พาดหัวหนังสือพิมพ์ชื่อดังฉบับหนึ่งเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2548 ?เล่ห์เหลี่ยมเพื่อนแชตสุดอันตราย หลอกมาเจอข่มขืนยับ? รู้จักทางเน็ตไม่รู้นิสัย สาวแสนซื่อเป็นเหยื่อ หรือกรณี น.ส.ดิสนีย์ (ดิ-สะ-นี) หรือปิยานันท์ หรือคุณโอ๋ อายุ 28 ปี ครูสาวจาก จ.อุบลราชธานี ซึ่งถูกนายโมฮัมหมัด อายุ 34 ปี ชาวปากีสถาน ล่อลวงผ่านการ ?แชต? หรือพูดคุยทางอินเตอร์เน็ต และฆ่าหั่นศพอย่าง โหดเหี้ยม ซึ่งคดีนี้นับว่าเป็นคดีที่สืบเนื่องจากการ ?แชต? ที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นในเมืองไทย เรื่องราวของครูสาวท่านนี้ได้สะเทือนขวัญไปทั้งประเทศ เมื่อตำรวจพบชิ้นส่วนศพของเธอถูกหั่นเป็นชิ้นๆ ยัดใส่กระเป๋ารวม 4 ใบ ทิ้งไว้ตามสถานที่ต่างๆ
         การใช้กฎหมายเพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาการล่อลวงทางอินเตอร์เน็ต จะสามารถทำได้มากน้อยแค่ไหนนั้น เป็นประเด็นที่ประสงค์จะแลก เปลี่ยนทัศนคติกับผู้อ่านและสังคม เพื่อที่คนทุกเพศ จะได้ตระหนักถึงภัยร้ายของสังคมในลักษณะเช่นนี้ จากสถิติการข่มขืนเพียงช่วงระยะเวลา 8 ปี ระหว่างปี 2540- 2547 มีจำนวนคดีที่มากถึง 5,052 คดี อ้างอิงสถิติจากสำนักงานตำรวจแห่ง ชาติ ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วตามรายงาน ดังกล่าวช่วงอายุของเหยื่อจะอยู่ระหว่าง 20-30 ปี (อ้างอิงจากหนัง สือพิมพ์ข่าวสด ฉบับวันที่ 25 พฤษภา- คม 2548 หน้า 14) ซึ่งสถิติการล่อ ลวงทางอินเตอร์เน็ตเพื่อไปข่มขืนก็น่าที่จะถูกนำมารวมเป็นตัวเลขสถิติการ กระทำผิดในลักษณะที่กล่าวมานี้ด้วย
        ในส่วนของกฎหมายที่น่าจะนำมาใช้ลงโทษแก่ผู้กระทำผิดที่เข้ามาล่อลวงผู้เสียหายทางอินเตอร์เน็ต เพื่อไปข่มขืนกระทำชำเรา จะขอกล่าว ถึงเพียงเฉพาะตามประมวลกฎหมาย อาญา ลักษณะ 9 ความผิดเกี่ยวกับเพศจะแบ่งออกเป็น 6 ฐานใหญ่ๆ คือ
1. ความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา
2. ความผิดฐานกระทำอนาจาร
3. ความผิดฐานเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปเพื่อการอนาจาร ซึ่งเด็ก หญิงหรือหญิง
4. ความผิดฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจาร
5. ความผิดฐานดำรงชีพจากรายได้ของหญิงซึ่งค้าประเวณี
6. ความผิดฐานค้า หรือทำให้แพร่หลาย ซึ่งวัตถุหรือสิ่งของลามก
7. ความผิดฐานสำคัญที่สามารถนำมาปรับใช้กับการกระทำผิดกรณีล่อลวงทางอินเตอร์เน็ต น่าจะอยู่ที่ข้อ 1 และ 2 โดยที่ความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา อาจแบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ คือ ความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราหญิงซึ่งมิใช่ภริยาของตน กับความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุยังไม่เกิน 15 ปี