ใครเล่าที่ประกาศว่า...ผมที่แหละอำมาตย์ร้อยเปอร์เซนต์ ?
ถ้าไม่ใช่ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา...
ป้าเจี๊ยบมีโอกาสได้พบกับอำมาตย์ 100% ตัวจริง แบบเผชิญหน้า...
ดร.สุเมธ ที่นั่งสนทนากับป้าเจี๊ยบเป็นชายหนุ่มวัยงามค่ะ แบบว่าดูอ่อนกว่าวัยมาก หน้าตาเป็น 60 มากกว่า 70 มีบุคลิกที่สร้างความรู้สึกอบอุ่นให้แก่ผู้ที่อยู่ใกล้ พูดเสียงเบาๆ นุ่มๆ แบบคนใจเย็นและอารมณ์ดี
นี่เป็นครั้งแรกที่ได้พบท่านค่ะ ตอนแรกก็คาดเดาไม่ถูกเหมือนกันว่าบรรยากาศจะเป็นอย่างไร เคยทราบแต่เพียงว่าท่านทำงานรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทมานานมากกก.. เคยเห็นท่านผ่านทางสื่อต่างๆ และเคยอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับท่านมากมายจากสื่อ เรียกว่ารู้จักท่านแบบระยะไกล
การไปสัมภาษณ์ท่านครั้งนี้ ป้าเจี๊ยบได้เรื่องที่ค่อนข้างแน่ใจว่าส่วนใหญ่ไม่เคยเผยแพร่ที่ไหนมาก่อน เพราะพยายามถามแต่เรื่องที่ตัวเองไม่รู้ ใครอยากทราบรายละเอียดก็ติดตามหาอ่านจากนิตยสาร Trust ฉบับมกราคม-มีนาคมได้ค่ะ
ในบรรดาหัวข้อสนทนาทั้งหลาย มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ทำให้คุยกันได้ยาว เพราะเป็นเรื่องที่ป้าเจี๊ยบชอบ และไม่คิดว่าท่านจะสนใจคือ การทำอาหาร
แม้ว่าคุณแม่ของท่านจะเป็นต้นเครื่องพระกระยาหารไทยในพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน แต่ดร.สุเมธพัฒนาฝีมือในการทำอาหารจากความจำเป็นบังคับค่ะ
สมัยอยู่ต่างประเทศ อยากกินอะไรก็ต้องทำเอง ท่านเล่าว่า “กะทิไม่มี ก็ต้องเอานมสดมาแทน บางทีเอาโยเกิร์ตมาผัดแพนง อยากกินน้ำพริก กะปิไม่มีก็เอาแอนโชวี่มาแทน ...ทำแกงเผ็ด ทองหยิบ ฝอยทอง ซาลาเปา ไม่มีผงฟูก็ไปขอผงฟูร้านขนมปังมาแทน ทำเสร็จพองฟูเต็มจาน...” ท่านจึงคิดเมนูอาหารที่บอกว่าเป็น “เมนูพิลึกๆ” ออกมาหลายอย่าง
หนึ่งในเมนูพิลึกจากความคิดนอกกรอบของท่านล่าสุดคือ ไอศกรีมมะรุม หรือจะเรียกให้ตรงหน่อยว่า เชอเบทมะรุม ท่านเล่าอย่างมีอารมณ์ขันว่า “หม่อมถนัดศรีพูดว่าบ้าหรือเปล่า มะรุมมันแกงส้มได้อย่างเดียว เอาไปทำของหวานได้อย่างไรโดยเฉพาะทำเชอเบท แต่แล้วขอ 2 ถ้วยเลย...”
การคิดนอกรอบและกล้าทดลองทำสิ่งต่างๆด้วยตนเอง ทำให้ท่านมีความคิดเห็นว่า “...ประสบการณ์สำคัญมากกว่าวิชาการ วิชาการให้เบสิก แต่จะทำออกมาได้ดีอย่างไร ต้องอาศัยประสบการณ์ ...เพราะฉะนั้นชีวิตคนเรามีวิชาการต้องบวกประสบการณ์ด้วย มันถึงจะเต็ม..”
นอกจากนั้น ท่านยังบอกว่า “ ...พอทำงานจริงๆ กลับได้ทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ร่ำเรียนมาเลยสักอย่าง จึงต้องขวนขวาย ต้องรู้ คนเราไม่จำเป็นต้องรู้และทำอะไรอยู่อย่างเดียว ถ้าให้ความสนใจกับสิ่งที่ตัวเองทำ ขวนขวายหาความรู้ ก็สามารถนำมาปรับปรุงตัวเองได้”
ป้าเจี๊ยบก็เป็นคนหนึ่งที่ศรัทธาคนจากผลงาน การกระทำและประสบการณ์มากกว่าใบปริญญาค่ะ จึงเห็นด้วยกับท่านเต็มร้อย!
นอกจากได้ข้อคิดและสาระดีๆไปเขียนบทความแล้ว ป้าเจี๊ยบยังได้สูตรไอศกรีมมะรุมของท่านมาด้วย
ส่วนผสมประกอบด้วย มะรุม น้ำตาล เกลือป่น มะนาว น้ำเปล่า และ Gin ส่วนวิธีทำก็มีดังนี้ค่ะ
- นำมะรุมไปต้มจนสุก ลอกเปลือก แกะเมล็ดออก เลือกเฉพาะเนื้อมะรุม
- นำมะรุมที่ต้มสุกแล้ว พร้อมส่วนผสมตั้งบนไฟจนเดือด คนส่วนผสมให้เข้ากัน
- ปรุงรสตามชอบใจ
- ยกลงจากเตา เทใส่ภาชนะ ทิ้งไว้จนส่วนผสมเย็น
- นำเข้าเครื่องปั่นไอศครีม
- ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟ พร้อมประดับด้วยมะรุมเชื่อม
ใครจะนำไปทำก็เชิญเลยนะคะ เจ้าของสูตรไม่หวง เพราะมะรุมเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการมาก อยากให้กิน
ป้าเจี๊ยบเองอยู่ในระหว่าง “กำลังจะทำ” ค่ะ อิ อิ อิ...
