พญานาค
พญานาคไม่ใช่เป็นแค่เรื่องของเทพนิยาย พญานาคมีกล่าวไว้ในพุทธศาสนา ว่าเป็นสัตว์สวรรค์ กึ่งเทพ มีฤทธิ์ สามารถแปลงกายเป็นมนุษย์ได้ แต่ยามใดที่เผลอสติ หรือหลับใหล ก็จะกลับคืนร่างเป็นพญานาคที่มีลำตัวทอดยาวขนานไปกับพื้นพิภพดังเดิม ซึ่งแม้พญานาคจะมีศรัทธาในพระพุทธศาสนามากมายเพียงใด แต่โอกาสบรรลุธรรมสูงสุดนั้นไม่มี เพราะเป็นเดรัจฉาน
และเรากำลังจะได้เข้าไปคำชะโนดดินแดนพญานาคกัน เมื่อเดินเข้าไปสุดเส้นทาง ที่เป็นพื้นปูน เท้าของเราจะได้สัมผัสพื้นดิน ที่มีลักษณะพิเศษ คืออ่อนนุ่มเหมือนซับน้ำ ฟองน้ำ แต่ดินก็ไม่ได้เปียกน้ำแต่ประการใด ทั่วบริเวณเต็มไปด้วยป่าของต้นชะโนด ที่มีลักษณะของ ไม้สามชนิดมารวมกัน กล่าวคือ ต้นมะพร้าว ต้นตาล และต้นปาล์ม
เป็นที่น่าแปลกใจว่า ต้นชะโนดนี้ จะขึ้นในบริเวณ ป่าชะโนดดังกล่าวเท่านั้น บริเวณใกล้เคียง ไม่มีปรากฎ ชะโนดเป็นไม้จากสวรรค์ ที่พระอินทร์พระราชทานให้แก่ท่านพญาศรีสุทโธ ให้เป็นไม้สัญญลักษณ์แห่งเมืองนี้
เรื่องเล่ามีอยู่ว่า ท่านพญาศรีสุทโธและพญาสุวรรณนาค เจ้าแห่งเมืองบาดาล ผู้เป็นสหายกัน มีเรื่องให้บาดหมาง เรื่องอาหารที่แบ่งปัน ได้สู้รบกันนานถึง 7 ปี เป็นที่เดือดร้อนทั่วไป พระอินทร์เทพผู้ดูแลมนุษย์ และสัตว์โลก จึงลงมาห้ามปรามให้ยุติศึกต่อกัน ที่รบมาทั้งหมดให้ถือว่าผลลัพธ์เสมอกัน แต่จะให้แข่งกันสร้างแม่น้ำ ใครสร้างจนแม่น้ำถึงปากทะเลก่อนเป็นอันชนะ และจะได้รับรางวัลพิเศษจากพระอินทร์ เป็นการแยกนาคทั้งสองและบริวาร ให้ต่างอยู่ในลุ่มน้ำของตน ยุติการทะเลาะขัดแย้งกันต่อไป
ท่านพญาศรีสุทโธ ทรงเป็นผู้มีความใจร้อนกว่าพญาสุวรรณนาค จึงสร้างแม่น้ำอย่างเร่งด่วน ทะลุทะสวงขุนเขา บางครั้งก็ซอกซอนเลาะไหล่เขาคดโค้ง แต่ที่สุด ก็สร้างถึงปากทะเลก่อน แม่น้ำดังกล่าวเรียกตามลักษณะว่าแม่น้ำโค้ง ซึ่งต่อมาเรารู้จักกันในชื่อ แม่น้ำโขง รางวัลของพระอินทร์คือพระราชทานปลาบึกในลุ่มน้ำนี้ มีแห่งเดียวในโลก และพระราชทานต้นชะโนดที่มีที่นี่ที่เดียวเช่นกัน
พญานาคไม่สามารถอยู่ในภพมนุษย์ได้นานเกิน 15 วัน ดังนั้น ท่านศรีสุทโธ จึงขอทางลงสู่เมืองบาดาลด้วย ซึ่งพระอินทร์ก็ทรงพระราชทานให้ กล่าวกันว่าในช่วงคืนแรม 15 วัน นาคจะอยู่ในเมืองบาดาล และช่วงข้างขึ้นเดือนหงาย 15 วันจะขึ้นมาสู่โลกมนุษย์
ทุกวันนี้ป่าชะโนดบนเนื้อที่ 20 ไร่ ก็ไม่มีผู้ใดเข้าไปบุกรุกทำลายหรืออยู่อาศัย แต่กลับกลายเป็นของคู่บ้าน ที่ศรัทธาเคารพของชาวบ้าน แม้จะเป็นพื้นที่ล้อมรอบด้วยน้ำ จะมีน้ำเอ่อท้นในฤดูฝน แต่แปลก ป่าชะโนดไม่เคยถูกน้ำท่วม กลับเหมือนแผ่นดินที่ลอยได้อยู่เหนือพื้นน้ำฉะนั้น
หวังว่าบันทึกนี้ คงได้ร่วมสัมผัสและรับทราบเรื่องราวของ ป่าคำชะโนดพอประมาณ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินลอยน้ำ หรือพื้นดินที่มีสภาพอ่อนนุ่มทุกรอยเท้าที่ผ่านไป ยังความอบอุ่นละมัยขอผู้ไปเยือน
ส่วนกลิ่นอาย และสรรพเสียง ที่เกิดขึ้นในขณะเข้าสู่เมืองนาคินทร์แห่งนี้ คงต้องเป็นบันทึกหน้า เพราะขณะที่เขียนบันทึกอยู่นี้ ก็ให้นึกถึงตะวันยอแสง ก่อนออกจากป่าชะโนดอยู่รำไร
เคยได้ยินเรื่องป่าคำชะโนดมานานแล้วค่ะ
บี๋ชอบอ่านมากพวกเรื่องที่เกี่ยวกับตำนานต่างๆ หรือเรื่องเล่า เพราะฉนั้นบันทึกนี้ถูกใจมากค่ะ^-^
สวัสดีค่ะคุณBaby
ขอบคุณค่ะ
งั้นยกให้เป็นเรื่องเล่าก่อนนอนนะคะ
ดิฉัยเองก็ชอบเรื่องเหล่านี้
และติดตามเสมอ
การได้ไปสัมผัสจริงๆ
แล้วจะรู้ค่ะ
อย่าลืมไปสักครั้งนะคะ
เคยไปมาแล้วค่ะ
มีสิ่งเหลือเชื่อมากมาย
ว่างจะเอาบันทึกไปฝากนะคะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะคุณkrutoiting
ขอบคุณมากเลยค่ะ
กำลังศึกษาเรื่องราวคำชะโนดอยู่
จะได้เป็นประสบการณ์ชีวิต และความรู้ต่อไป
ขอบคุณอีกครั้งค่ะ.. รอนะคะ
สวัสดีค่ะ คุณตันติราพันธ์
ดิฉันอยากไปคำชะโนดมากค่ะ ช่วงนี้ฝันเห็นแต่พญานาคบ่อย ล่าสุดวันที่ 4 ก.ย.53 ฝันเห็นพญานาค 7 เศียร เลี้อยมาหาไม่ได้พูดหรือบอกอะไร งงเหมือนกันทำไมถึงฝันบ่อย ก็เลยหาข้อมูลเลยพบ คำชะโนด เกิดศรัทธาอย่างมาก พอได้อ่านข้อมูลอยู่ดีดีก็ขนลุกใจสั่นตลอด แต่ไกลมากไม่เคยไปค่ะ แต่อยากไปถ้ามีวาสนาคงได้ไปสักครั้ง จะลองอธิฐานจิตขอพรปู่พญานาคให้ท่านช่วยได้ไป สาธุ
สวัสดีค่ะ
สิ่งที่เรามองไม่เห็นแต่สัะมผัสมีอยู่ในโลกนี้แน่นอน
ตั้งจิตอธิษฐานดีดีนะคะ จะได้ไปคำชะโนด เร็วๆนี้
ขอให้สมปรารถนาค่ะ