รอ

     เรื่องเล่าจากประสบการณ์จริง

เย็นวันที่ 3 เมษายน ตั้งใจจะกลับบ้านที่พิษณุโลก ปกติจะกลับรถพิษณุโลกยานยนต์(ซึ่งต้องนั่งรถเข้าไปหมอชิตก่อน อยู่ประตูนำพระอินทร์ )แต่วันนี้ไม่ยากเข้าเมืองจึงคิดจะนั่งรถตู้กลับเพราะรถจะมารับที่พระอินทร์เลย เลยโทรไปจองรถตู้รอบ 15.30 น.

15.00 น.ออกจากห้องพักมารอรถที่ท่ารถ ได้รับโทรศัพท์จากรถตู้ว่ารอบ15.30ไม่มีคนรถจะออกตอน17.30เลยตอน 17.00 น.ให้โทรศัพท์มาบอกอีกครั้งหนึ่ง

ด้วยความที่ตั้งใจจะกลับรถตู้แล้วจึงคิดว่าอย่างไรตนก็จะรอจึงไปเดินดูของเล่นแล้วก็มานั่งรอรถต่อ

ระหว่างนั่งรอรถ วินประกาศว่าพิษณุโลก พิจิตร ปลวกสูง ใครจะไปให้มาซื้อตั๋ว เราก็คิดเหมือนเดิมคือจะรอรถตู้ พอรถที่ว่ามาจอดไม่มีคนขึ้น(ลืมบอกเป็นรถของพิษณุโลกยานยนต์ด้วยซึ่งปกติรถจะไม่จอดที่พระอินทร์นอกจากรถไม่เต็ม ซึ่งน้อยมาก))รถจอดอยู่แป๊บหนึ่ง ในใจเราก็กำลังตัดสินใจว่าจะไปดีไหม แต่อีกใจก็คิดว่าจะรอรถตู้ (ทั้งๆที่ยังไม่ได้โทรไปบอกอีกครั้งเพราะยังไม่ 17.00น.)พอตัดสินใจว่าจะไปรถก็ออกไปแล้ว

เราจึงต้องรอไปเรื่อยๆ มีความคิด ความตั้งใจอย่างเดียวว่าจะรอรถตู้ จะกลับรถตู้ ระหว่างที่รอมีรถพิษณุโลกยานยนต์มาอีก 2 คัน เราก็ไม่ขึ้นเพราะอะไรตอนนั้นตอบไม่ได้รู้อย่าเดียวว่าจะรอรถตู้

เราได้ขึ้นรถตู้ ประมาณ 19.00 น.  นั่งรถตู้มาเกือบถึงนครสวรรค์รถก็มายางแตกอีก

ถ้าเราตัดสินใจขึ้นรถพิษณุโลกยานยนต์ตั้งแต่เวลา 15.30 น. เราก็จะถึงบ้านประมาณ 20.00 น. แต่วันนั้นเราถึงบ้านประมาณ 00.30 น.

มีคนบอกว่า การตั้งใจรอ มีความอดทนรอเป็นสิ่งที่ดี แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งที่รอเป็นสิ่งที่ดีสำหรับเราเพราะสิ่งที่เรารออาจจะไม่ใช่สิ่งที่ดีก็ได้เพราะมันยังมาไม่ถึง

เราควรจะมองสิ่งที่ผ่านมาระหว่างที่เรารอบ้าง อย่ามองข้ามมันไป ถ้าสิ่งที่ผ่านมามันเป็นสิ่งที่ดี และพาเราไปถึงจุดหมายเหมือนกัน มาถึงเราก่อนเราก็ควรจะพิจารณา

การตัดสินใจทำอะไรควรทำอย่างรอบคอบ แต่การตัดสินใจก็ควรทำอย่างรวดเร็วไม่ควรลังเล เพราะบางครั้งการตัดสอนใจที่ช้าก็ไม่เกิดผลดีกับตัวเราเท่าไรนัก

แล้วคุณละอ่านแล้วคิดอย่างไร