ธรรมชาติที่แสนสวย

 

 

             "สิมิลัน...สวรรค์บนดิน"

 

         มีคนเคยบอกครูจ่อยว่า "สิมิลัน เหมือนสวรรค์บนดิน" ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย ครูจ่อยก็คนหนึ่งที่อยากจะได้สัมผัสกับคำว่าสวรรค์บนดิน และยิ่งไปกว่านั้น สวรรค์ก็อยู่ในเมืองไทยซะด้วย มันจึงทำใหครูจ่อยและครอบครัว ไม่พลาดจะได้เข้าไปสัมผัสกับอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน สวรรค์บนดิน 

        อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ซึ่งได้รับการยกย่องจากนิตยสาร สกินไดวิ่ง ของอเมริกาว่า เป็นหมู่เกาะที่มีความสวยงามทั้งบนบกและใต้น้ำ ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก และยิ่งไปกว่านั้นสิมิลันยังเป็นแหล่งดำน้ำชมปะการังที่ติดอันดับความสวยงามต้น ๆ ของโลก 

         ประมาณ 7.30 น.ของวันที่ 1  เม.ย.ตามเวลานัดพบกันของคณะทัวร์  ครูจ่อยนำครอบครัวถึงสามแยกทับละมุ แล้วก็จัดการฝากรถที่สามแยกทับละมุ ก่อนถึงสามแยกทับละมุทีมงานได้ติดต่อกับ บ.ทับละมุอันดามันทัวร์(กำนันเปิล เป็นผู้ดูแล) ให้นำรถมารอรับที่สามแยกทับละมุนี้แล้ว ซึ่งก่อนที่เราจะเดินทางมาที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันนี้ ทีมงานได้จองทัวร์กับ บ.ทับละมุอันดามันทัวร์ ในราคาคนละ 4,500 บาท แพ็คเกจ 3 วัน 2 คืน  

                              ที่ท่าเรือ บ.ทับละมุ

       รถยนต์ บ.ทับละมุอันดามันทัวร์ พาเรามายังท่าเรือของบริษัท และบริการเครื่องดื่มชา กาแฟ ให้แก่พวกเรา จากนั้นพวกเรานำสัมภาระลงเรือสปีดโบ๊ท (เป็นเรือสปีดโบ๊ท 4 เครื่องยนต์ บรรทุกผู้โดยสารได้ จำนวน 50 ที่นั่ง) และรอสมาชิกรายอื่น ๆ ที่มาลงเรือพร้อมเรา เมื่อครบจำนวน เรือสปีดโบ๊ทจึงออกจากท่าเรือทับละมุระหว่างอยู่บนเรือพวกเราก็นั่งชมวิว สัมผัสกับคลื่น กลิ่นไอของทะเล และเก็บภาพสมาชิก+วิว กันอย่างเพลิดเพลิน

    

      เราใช้เวลาอยู่ในเรือประมาณ 1.30 ชม. ก็มาถึงยัง เกาะ 8 (เกาะสิมิลัน) เพื่อชมหินเรือใบและรองเท้าบู๊ท (สัญลักษณ์สิมิลัน) และรับประทานอาหารกลางวันพร้อมพักผ่อนบนหาดทรายอันขาวละเอียดดุจนมผง เล่นน้ำ ชมปลา ปะการัง ก่อนลงดำน้ำเจ้าหน้าที่ บ.ทับละมุอันดามันทัวร์ ได้แนะนำวิธีการใช้สน๊อกเกิลในการดำน้ำ พร้อมกับแจกสน๊อกเกิลและชูชีพ ให้กับสมาชิกทุกคน เพื่อลงเล่นน้ำ ชมปะการัง หลังจากที่พวกเราขึ้นจากน้ำ ก็เดินขึ้นสู่จุดชมวิวเพื่อถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก

     เมื่อถึงแก่เวลา เจ้าหน้าที่ บ.ทับละมุอันดามันทัวร์ จึงพาเรามายัง เกาะ 7 (เกาะบางู) เมื่อมาถึงจุดดำน้ำ พวกเราก็ลงดำน้ำ ชมปะการังที่ เกาะ 7 ต่อทันที ปะการังที่นี่เยอะมาก และยังมีฝูงปลาที่ไม่เคยเห็นแหวกว่ายเป็นจำนวนมาก เมื่อถึงเวลาเจ้าหน้าที่ บ.ทับละมุอันดามันทัวร์ เรียกพวกเราขึ้นจากน้ำ เพื่อเดินทางไปยังที่พักและพักผ่อนที่ เกาะ 4 (เกาะเมี่ยง)

       ประมาณ 14.00 น. พวกเราเดินทางมาถึง เกาะ 4 และได้สัมผัสกับธรรมชาติซึ่งยังคงความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ และสัตว์ป่า เช่น นกชาปีไหนที่เดินให้เห็นอยู่บนเกาะ 4 อย่างมากมาย รวมถึงค้างคาวแม่ไก่เกาะอยู่บนต้นไม้และส่งเสียงร้องตลอดเวลา และปูเสฉวนตัวใหญ่ที่เดินไปมาบนหาดทรายมีให้เห็นอยู่เป็นช่วง ๆ จากนั้นพวกเราเข้าไปเยี่ยมชมที่ทำการอุทยาน อีกไม่นานมัคคุเทศก์ของ บ.ทับละมุอันดามันทัวร์ มารับเราเพื่อเข้าที่พัก โดยเราต้องนอนที่เต๊นท์ริมหาด

      มัคคุเทศก์บอกกับเราว่าถ้าจะนอนบ้านพักต้องแจ้งล่วงหน้าและต้องเพิ่มเงินในการเข้าพัก แต่ไม่เป็นปัญหาสำหรับพวกเราอยู่แล้ว พวกเรานำสัมภาระเข้าในเต๊นท์จนเรียบร้อย จึงเดินทางไปยังหลังหาดเพื่อ เล่นน้ำ ชมปลา ดูปะการัง หาดเล็กเป็นชายหาดที่ขาวสะอาด ริมหาดมีต้นไม้เป็นแนวร่มเย็น เจ้าหน้าที่อุทยานได้นำเปลมาผูกเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้พักผ่อน เราพักผ่อนจนถึงเย็น จนพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าพวกเราจึงไปชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่หาดนุ้ย (อยู่ใน เกาะ 4)

    

     จากนั้นพวกเราจึงกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อรับประทานอาหารมื้อเย็น หลังจากเราทานอาหารมื้อเย็นแล้ว เรามาทราบทีหลังว่าบนอุทยานฯ ไม่อนุญาตให้ตั้งร้านขายของได้นอกจากร้านอาหารของอุทยานฯ (มีร้านเดียวเท่านั้น)  ครูจ่อยคิดว่าดีครับไม่เป็นการทำลายธรรมชาติจนเกินไป แต่ก็มีข้อเสียเช่นกัน อาหารแพงมาก ถ้าแบ่งซื้อ กับข้าวจานละ 100 บาท พวก น้ำอัดลมกระป๋องละ 60 บาท น้ำร้อนแก้วละ 10 บาท ไม่เป็นปัญหาสำหรับพวกเราครับ (ก็ไม่กินไงหละ) พวกเรายังมีเสบียงเหลืออีกนิดหน่อยก็เอามาปะทังความอยากได้บ้าง หลังจากอาหารเย็นแล้วก่อนกลับเข้าที่พัก มัคคุเทศก์ ได้นัดเราตอน 20.30 น. เพื่อชมปูไก่ เป็น Unseen in Thailand และหาที่มาของคำว่า "ปูไก่"

 

                                                     ปูไก่

      เมื่อถึงเวลามัคคุเทศก์ได้ บอกวิธีเข้าชม และให้ความรู้เกี่ยวกับปู่ไก่ โดยลำตัวของปูไก่เป็นสีแดงสด มีก้ามสีดำเหลือบน้ำเงิน เวลาร้องจะมีเสียงคล้ายไก่ จะเห็นได้ในช่วงหัวค่ำที่มันออกหากิน โดยมัคคุเทศก์พาไปที่รูของปูไก่ ซึ่งอยู่ระหว่างทางเดินที่จะไปหาดเล็ก เมื่อได้ชมปูไก่แล้วทุกคนจึงแยกย้ายกันเข้านอน
     รุ่งเช้า หลังจากเราได้หม่ำอาหารเช้าแล้ว มัคคุเทศก์แจ้งว่าเรือของอุทยานจะพาเราไปเล่นน้ำ ชมปะการังที่ เกาะ 7 (เกาะบางู) ใกล้จุดดำน้ำของวันที่ผ่ามา 

                                                               

     เกาะ4 (เกาะเมี่ยง) ฝั่งทางทิศตะวันตกของเกาะ ซึ่งมีปะการังสวยมาก และมีปลานานา ชนิด ว่ายน้ำให้เราเห็นอย่างมากมาย จนถึงเวลาเที่ยง พวกเราจึงเดินทางมาหม่ำอาหารกลางวัน ที่เกาะ 4 เหมือนเคย

     หลังจากอาหารกลางวันเราก็ขึ้นเรืออุทยานฯ ครั้งเพื่อดำน้ำชมปะการังที่สวยอีกแห่งหนึ่งก็คือ อ่าวไฟแว๊บ ซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่งของเกาะ 8 (เกาะสิมิลัน)

 อ่าวไฟแว๊บเป็นอ่าวที่มีปะการ

     อ่าวไฟแว๊บเป็นอ่าวที่มีปะการังสวย และยังมีปลาหลายชนิดที่เราไม่เคยเห็นอีกเพียบ ครูจ่อยชอบมากตรงที่ดำน้ำไปเจอนีโม่ดำขาว และส้มขาวเป็นฝูง ในปะการัง ขนาดดำเข้าไปดูใกล้ ๆ เจ้านีโม่ยังไม่หนีเลย พวกเราเพลิดเพลินกับอ่าวไฟแว๊บมากจนไม่อยากขึ้นจากน้ำ แต่เนื่องจากเราต้องเดินทางต่อไปยัง เกาะ 6 และ เกาะ 5 ต่อ เราจึงต้องลาอ่าวไฟแว๊บ และเดินทางต่อไปยัง เกาะ 5 และ เกาะ 6

      เกาะ 5 และ เกาะ 6 เป็นเกาะที่อยู่ไม่ไกลกันพวกเราจึงเล่นน้ำที่จุดนี้ และผมยังโชคดีที่เห็นเต่าทะเลที่เกาะนี้ด้วย เวลาก็เย็นเข้าไปทุกทีพวกเราจึงขึ้นจากน้ำ และเดินทางกลับสู่เกาะ 4 เพื่อรับประทานอาหารเย็น จากนั้นพวกเราจึงเข้านอน
      รุ่งเช้าของนี้พวกเรามีโปรแกรมขึ้นไปชมวิวที่บนลานข้าหลวง ตอนแรกก็คิดว่าคงไม่ไกล แต่กว่าจะขึ้นได้ เหนื่อยเอาการ (เหนื่อยมาก) แต่ก็คุ้มค่าเมื่อได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้ากับวิวสวย ๆ ของเกาะต่าง ๆ เราลงมาจากลานข้าหลวงก็เดินเล่นรอบเกาะ จนถึงเวลาเที่ยง ก็หม่ำอีกรอบ จากนั้นก็เก็บข้าวของเตรียมเดินทางกลับท่าเรือทับละมุด้วยเรือสปีดโบ๊ท เมื่อถึงท่าเรือก็แยกย้ายกัน 

          ครูจ่อยและครอบครัวคิดว่าถ้ามีโอกาสต้องมาเยือนดินแดนสวรรค์ที่สิมิลันอีกครั้งให้ได้ แล้วไว้พบกันใหม่นะครับ สิมิลัน สวรรค์บนดิน...