ความกตัญญู

          ความกตัญญู หมายถึง ความเป็นผู้รู้คุณที่คนอื่นทำให้แก่ตน และความกตัญญูนี้ คือ ความดีที่เป็นพื้นฐานของคนดี เมื่อคนดีมีความกตัญญูเป็นพื้นฐานแล้ว ความดีทั้งหลายก็ไหลไปอยู่กับคนดี เหมือนลำธารทุกสายไหลลงสู่แม่น้ำใหญ่ แต่คนดีที่คิดทำดีต่อและสนองดีตอบนั้น มีอยู่ ๒ จำพวก คือ

            ๑. คนดีแบบมีเงื่อนไข (คนดีไม่บริสุทธิ์ เห็นแก่ตัว)

            ๒. คนดีแบบไม่มีเงื่อนไข (คนดีบริสุทธิ์ ไม่หวังผลตอบแทน)

                ลักษณะความกตัญญู

            ลักษณะความกตัญญูที่จะต้องแสดงออกให้ปรากฏนั้นมีอยู่ ๓ ประเด็น คือ

            ๑. กตัญญูต่อบุคคล เช่น ลูกกตัญญู ศิษย์กตัญญู พลเมืองกตัญญู และศาสนิกชนมีความกตัญญู

            ๒. กตัญญูต่อสัตว์ สัตว์ทั้งหลายที่มีคุณต่อมนุษย์นั้นมี ช้าง ม้า วัว ควาย เป็นต้น ที่ใช้เป็นพาหนะ ลากซุง เทียมเกวียนและไถนา เป็นต้น คนกตัญญู ย่อมรู้คุณของสัตว์เหล่านี้

            ๓. กตัญญูต่อสิ่งที่ไม่มีวิญญาณ บรรดาสิ่งของเครื่องใช้ที่เป็นคุณประโยชน์แก่ตน หรือสิ่งที่ป้องกันภัยอันตรายได้ในเวลาอับจนมาแล้ว คนกตัญญูย่อมรู้สึกรักใคร่ไม่อยากให้ใครเอาไปได้หรือเอาไปทำลายเสีย บางทีถึงต้องเปล่งวาจาว่าสิ่งนี้คู่ชีวิตทีเดียว ตัวอย่างเช่น ไม้คานที่ใช้หาบของขาย เมื่อเจ้าตั้งตัวได้เป็นคนมั่งมีศรีสุขขึ้น คิดถึงคุณของไม้คานได้ เลี่ยมทองเก็บไว้ เป็นที่ระลึก เป็นต้น

          ลักษณะของคนที่กตัญญูรู้คุณ ควรมีลักษณะดังนี้

            ๑. มีความซื่อสัตย์

            ๒. จงรัก และภักดี

            ๓. อ่อนน้อมถ่อมตน

            ๔. มีสติระลึกได้อยู่เสมอ

            ๕. ไม่ประทุษภัยต่อคน สัตว์ และสิ่งของ

            ๖. ไม่ลบหลู่ดูหมิ่นผู้มีคุณ

            ๗. มีเมตตาจิต คิดเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่

            ๘. รักเกียรติและศักดิ์ศรีของตน

            ๙. เป็นที่รักของคนทั่วไป

            ๑๐. ชีวิตมีแต่ความสุข และสมหวัง

            สังคมมนุษย์จะอยู่รอดได้เพราะความกตัญญู ความกตัญญูเป็นบ่อเกิดความรักและความผูกพัน เช่น พ่อ-แม่-ลูก ครูกับศิษย์ ฯลฯ ความกตัญญูช่วยให้เกิดความเคารพนับถือ เมื่อมีคนเคารพนับถือแล้ว ก็มีแต่ความเบิกบานสำราญใจ ที่เกลียดก็หายที่หน่ายก็สิ้น บุญก็มา ปัญญาก็เกิด ความมีบุญมาปัญญาก็เกิดนั้น จะช่วยส่งเสริมการใช้ชีวิตให้มีความเจริญก้าวหน้ายิ่ง ๆ ขึ้นไป