หากผู้เกี่ยวข้องผู้สนใจไม่หลงลืมกัน ประโยคที่หยิบมาเป็นชื่อบันทึก ถูกเผยแพร่ในช่วงที่ชมรมชาวน่านกล่าวขาน เป็นช่วงปี ๒๕๓๐ โดยประมาณ บวกลบ ๑ หรือ ๒ ปี แล้วที่สำคัญแกนนำร่วมขับเคลื่อนชมรมชาวน่านยุคนี้ คือ พลเอกสนั่น เศรตเศรนี เป็นบุคคลอันดับต้น ๆ ที่ให้ข้อคิดว่า หากคนไม่ปลื้มในแผ่นดินถิ่นเกิดย่อมทิ้งถิ่น แต่หากแผ่นดินไม่อุดม ไม่ใช้ปัญญาไม่ใช้การศึกษาเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมนำทางท้องถิ่นย่อมไม่น่าอยู่ ผู้คนยุคนั้นมีกิจกรรมด้านปลูกจิตสำนึกที่น่าสนใจ น่านในวันนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากผู้คนยุคก่อนหน้าพวกเราไม่เคยลืมบุญคุณ
พลเอกสนั่นฯ เคยพูดว่า พี่เกิดที่บ้านน้ำล้อม เป็นชาวเมืองน่าน มีส่วนร่วมในการทำโครงการอีสานเขียว กับบ้านเกิดเมืองนอนของพี่ ๆ ควรมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนด้วย หากไม่ลืม จะมีการพูดกันถึงเรื่องเขื่อนยาง ซึ่งต่อมากลายเป็นฝายธงน้อย เป็นเคลื่อนคอนกรีตไปเสีย ฯลฯ พลเอกสนั่นฯ พร้อมพวกพ้องที่ กทม.หลายท่านไม่อาจกล่าวนามได้ครบในที่นี่ได้ระดมทุนทางสังคมและอื่น ๆ มาช่วยบ้านเกิดเมืองนอน จะคล้าย ๆ กับที่กลุ่มเฮาฮักน่านได้จัดกิจกรรมอยู่ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.nan2day.com
สมัยก่อนคนเก่ง คนน่านที่ได้ดีไม่ค่อยกลับมาพัฒนาบ้านเมือง กล้ายืนยันได้ว่า พลเอกสนั่น เศวตเศรนี เป็นผู้หลักผู้ใหญ่คนแรกหรือคนแรก ๆ หรืออันดับต้น ๆ ที่กลับมาส่งเสริมการพัฒนาแผ่นดินถิ่นเกิดในนาม ชมรมชาวน่าน ที่ได้พัฒนามาเป็นสมาคมชาวน่าน อย่างไรก็ดี ท่านได้ล่วงลับไปก่อนหน้าหลายปีแล้ว
วันนี้ ( ๖ เมษายน ๒๕๕๓ ) ระหว่างเวลาประมาณ ๙ น.เศษ - ๑๐.๓๐ น.โดยประมาณ ที่วัดน้ำล้อม ชุมชนน้ำล้อมในเขตเทศบาลเมืองน่าน มีโอกาสต้อนรับนายสุรพล เศรตเศรณี ผู้ว่าการ ททท.และภรรยาพร้อมบุตรสาว โดยนายธีรพนธ์ วงศ์สิทธิ์ ประธานชุมชนน้ำล้อมได้กล่าวต้อนรับในวิหารวัดน้ำล้อม ได้กล่าวถึงความเป็นมาว่า พลเอกสนั่นฯ เกิดที่บ้านน้ำล้อม ครั้งเป็นนายทหารคนสนิทพลเอกบุญชัย บำรุงพงศ์ ได้ประสานขอสร้างศาลาวัด ต่อมาพัฒนาเป็นพิพิธภัณฑ์พระพุทธรูปไม้ และได้บูรณะก่อสร้างกุฎ เศรตเศรณี เป็นพระธาตุสร้างพระพุทธรูปที่เรียกว่า หลวงพ่อโต พระประธานในวิหารวัด ฯลฯ
ผู้บันทึกตั้งใจบอกเล่าแบ่งปันว่าประโยคที่กล่าวว่า น่านแห้ง น่านแล้ง น่านทิ้งถิ่น ได้ถูกนำเสนอในห้วงเวลาที่พลเอกสนั่น เศรตเศรนี และพี่น้องชาวน่านในต่างจังหวัดที่เรียกว่า ชมรมชาวน่านมีใจระดมทุนกลับมาพัฒนาบ้านเกิดเมืองน่าน และเมื่อนายสุรพลฯ และครอบครัวมาเยือนน่านจึงไม่รีรอที่จะกล่าวขานคุณงามความดีญาติผู้ใหญ่ตระกูลเดียวกับท่านที่เกิดเมืองน่านให้รับรู้ว่า เมื่อครั้งมีชีวิตได้ทำคุณงามความดีให้แก่น่านบ้านเกิดอย่างไรครับ สรุปไว้ไม่ว่า คุณดีคุณเด่นที่ไหน เป็นเกิดที่น่าน หรือเป็นเขยสะใภ้น่าน มีญาติอยู่น่าน มาร่วมกับช่วยกันสร้างสรรค์บ้านเมืองน่านให้เกิดสันติสุขร่วมกันครับ
มาช่วยกันทำให้เมืองน่าน เป็นเมืองแห่งต้นน้ำน่านกันเถอะค่ะ
น้องแป้ง ขอขอบใจเข้ามาทักทาย ร่วมด้วยช่วยกันครับผม
ผมชอบความคิดเของท่านนะครับ มาช่วยกันพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอนของเรา เช่นชาวน่าน แต่ถ้าพวกเรามาช่วยกัน
พัฒนาชุมชนของเรา บ้านเมืองของเรา ชาติไทยของเราทั่วประเทศไทยจะดีมากครับ ในปัจจุบันนี้มีประชาชนในท้องถิ่น
และพ่อค้านักธุรกิจ นักการเมือง ต้องการทรัพยากรที่มีค่าไปเป็นประโยชน์ของตนเอง มีการตัดไม้ทำลายป่า เผาไม้ทำ
ถ่านขาย เผาไม้ เพื่อต้องการผักหวานป่าขาย หรือตัดไม้ทำลายป่าเพื่อต้องการที่ดินเพื่อปลูกบ้านสวย ๆ ของบุคคลเหล่านี้
ทำให้เกิดปัญหาภัยแล้งตามมา เป็นปัญหาของชาวไทยทั้งประเทศ ปัญหาที่สำคัญนี้พวกเราต้องช่วยกันในการให้ความรู้
แก่ชุมชนในท้องถิ่นของเราเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นว่ามาจากกระบวนการดังกล่าว ถ้าพวกเราไม่ช่วยกัน เราอาจจะเห็น
แม่น้ำเจ้าพระยาไม่มีน้ำเลยสักหยดได้นะครับ ผมเคยมีโอกาสไปดูงานที่ประเทศอินเดีย เห็นแม่น้ำที่มีขนาดความกว้าง
ใหญ่กว่าแม่น้ำเจ้าพระยาสักสองสามเท่า แต่ปัจจุบันนี้ แห้งสนิท เป็นพื้นแผ่นดินไปแล้ว ได้สอบถามผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ
ในท้องถิ่นว่า เกิดจากการตัดไม้ทำลายป่านี้เองครับ
สวัสดีครับ อ.ดร.วรกาญจน์
ความตั้งใจอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ ที่ผ่านมา ชาวน่านมีบทเรียนมากมาย จะโวยวายมากไปก็ไม่ดี ทุกถิ่นที่ในสังคม เท่าที่ติดตามผู้มีอำนาจ หากหูเบาเอาแต่ใจไร้ปัญญา บ้านเมืองเสียหายครับ
จากที่สั่งสมประสบการณ์ ในโลกยุคนี้เช่นอยาอาจารย์ได้สื่อสารมา ทำให้รู้สึกยินดีมีขวัญกำลังใจ สิ่งที่เราอยากได้มากกว่างบประมาณ คือ ๑.เพื่อน ๒.ความรู้ ๓.การไปมาหาสู่ องค์ประกอบทั้ง ๓ สำคัญ
คนในท้องถิ่นหรือในภูมิภาค จำเป็นต้องเรียนรู้เรื่องราวที่อาจารย์ได้กล่าวถึง กรณีแม่น้ำแห้งที่ประเทศอินเดีย ที่ จ.น่านของเราสัปดาห์ที่ผ่านมามีปัญหาเป็นข่าว ๒ อำเภอ คือ อ.บ้านหลวง และที่ อ.นาน้อย
วันที่ ๗ - ๘ เม.ย.ศกนี้ ทราบว่าจะมีการพบพูดคุยปรึกษาหารือร่วมกำหนดแนวทาง ขณะเดียวกัน ได้ประสานงานไปยังสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค ๙ พิษณุโลก คณะกรรมการลุ่มน้ำน่าน จังหวัดน่าน ให้ร่วมกิจกรรมด้วย
การดูแลแก้ไขปัญหา จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้เกี่ยวข้องต้องขยันสื่อสาร ประสานงานให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล จะดีแต่ประชุมโดยไม่เร่งลงมือทำไม่ได้ ประการสำคัญ การทำงานในยุคนี้ แผนที่หรือระบบสารสนเทศสำคัญอย่างยิ่ง
ข้อมูลเช่นอย่างที่สำเนามาแบ่งปัน ทำให้เห็นว่า ปัญหาหมอกควันเพื่อนบ้านเราเป็นผู้ก่อไม่น้อย ขณะเดียวกันในจังหวัดของเรา หากรณรงค์ขอความร่วมมือ มีกลยุทธ์มากมาย ที่สำคัญเกษตรกรจำเป็นต้องมีความรู้ ทำการเกษตรที่ไม่ทำลายชีวิตตัวเขาเองและสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวของเขาด้วย http://aqnis.pcd.go.th/air/haze.html
ที่น่านหลายภาคส่วนร่วมมือกันเป็นอย่างดี เมื่อมีปัญหา พวกเราจะตั้งใจรับฟัง หาทางแก้ไขปัญหาร่วมกันครับ
ขออนุญาตนำสิ่งที่ได้รับจากน้องกีตาร์มาแบ่งปันที่นี่
ขอบคุณสำหรับบทความที่เเนะนำมาค่ะ
อ่านเเล้วทำให้คิดอะไรบางอย่างได้มากขึ้น
เลยเป็นที่มาของสิ่งที่อยากจะสื่อตอนนี้น่ะค่ะ ^___^
...." ก็แค่ "
กีตาร์...
ก็เเค่...เกิดที่น่าน
ก็เเค่...เรียนประถมราชานุบาล
ก็แค่...เรียนมัธยมที่สตรีศรีน่าน
ก็แค่...มีเพื่อนที่น่าน
ก็เเค่...มีที่ญาติที่น่าน
ก็เเค่...เด็กน่านที่มาเรียน มช.
ก็แค่...เจอเวปนี้ได้ไม่กี่วัน
ก็แค่...ดีใจที่ได้เจอพี่น้องคนน่านในสังคมแห่งนี้
ก็แค่...อยากมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น
ก็แค่...เป็นคนที่ค่อนข้างชิลล์ๆ
(แต่เรียนก็คือเรียน นอกห้องเรียนต่างจากในห้องเรียน)
ก็เเค่...บางครั้งโพสต์บางเรื่องที่ทำให้หลายๆคนมองเราผิดไป
ก็เเค่...อยากให้รู้ว่าความจริงเเล้วบางอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่หลายคนคิด
ก็แค่...อยากบอกว่าขอโทษจริงๆค่ะที่ทำให้หลายๆคนสะดุดก่ะบางคำพูด
ก็แค่...อยากขอบคุณพี่ๆหลายคนที่เตือนกันมาเรื่องการใช้บอร์ด
(ยินดีเสมอและพร้อมที่จะย้อนกลับมามองตัวเองเพื่อปรับปรุงบางส่วนให้ดีขึ้น)
ก็แค่...อยากให้น่านเป็นสังคมที่น่าอยู่ และอบอุ่น
ก็แค่...อยากให้คนไม่มองว่าเวปนี้ดูไร้สาระแต่ก็ไม่เคร่งเครียดจนเกินไป
ก็แค่...ความจริงแล้วก็มีความตั้งใจและมุ่งหวังไม่ต่างจากพี่ๆทีมงานNan2dayซักเท่าไหร่
ก็แค่...อยากเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้น่านพัฒนามากกว่านี้
(พัฒนาโดยไม่ลืมรากเหง้าและภูมิปัญญาท้องถิ่นของตนเอง)
ก็แค่...อยากบอกว่ารัก(ษ์)น่านเสมอและไม่น้อยกว่าใครๆ
ก็เเค่...ต่างคนย่อมต่างพื้นเพซึ่งส่งผลต่อ ความต่างด้านความคิดและจิตใจ
ก็แค่...อยากให้คนน่านมองโลกให้กว้างขึ้น และเปิดใจมากกว่านี้
ก็แค่...อยากบอกว่ายังมีอีกหลายสิ่งที่เราอาจยังไม่รู้เเละควรที่จะเรียนรู้ไปพร้อมๆกัน (ไม่ทิ้งใครคนใดคนหนึ่งไว้ข้างหลังแม้เเต่คนเดียว)
>>> ...แม้ความคิดและจิตใจอาจต่างกันบ้างในหลายเรื่อง
แต่เชื่อว่าที่ไม่ต่างกันคือจิตใจที่ รัก(ษ์)"น่าน"บ้านเกิดของเรา <<<<
ก็แค่..."คน♥น่าน" คนหนึ่ง เท่านี้เอง
▶ PUNCHITHA