จิตวิทยาการขอ, เติมใจ, เต็มใจ

สวัสดีค่ะ ชาว G2k ทุกท่าน

เชื่อว่าหลายๆท่านคงมีโอกาสได้ไป

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ

ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 26 มีนาคม-6เมษายน 2553

เป็นไงบ้างคะ ได้หนังสือถูกใจกันกลับมาบ้างหรือเปล่าคะ ?

 

วันนี้ได้พูดคุยกับเพื่อนคนหนึ่งที่มีโอกาสได้ไปร่วมงานนี้มาค่ะ เธอได้บัตรส่วนลดราคาหนังสือ 30% ของ สนพ.บรษัท บลิส พับลิชชิ่ง (Bliss) มาจากเพื่อนอีกคนหนึ่ง เธอจึงสนใจไปดูหนังสือที่บูธของ Bliss ค่ะ

      

ตอนแรกเธอคิดว่าแค่ไปดูเล่นๆจะซื้อแค่เล่มสองเล่ม แต่สุดท้ายกลับได้หนังสือมาตั้ง 6 เล่ม! ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ได้ มาดูกันค่ะ
  • เธอบอกว่าพนักงานขายที่บูธน่ารักมาก พูดจาดีเต็มใจบริการอย่างเป็นกันเอง
  • พนักงานทุกๆคนเตรียมตัวมาดี มีความรู้ในเรื่องหนังสืออย่างมาก เวลาที่เธอซักถามหรือขอคำแนะนำเรื่องหนังสือทุกคนสามารถตอบได้หมด และให้คำแนะนำเธอได้เป็นอย่างดี (มีลักษณะของ salesman ที่ดี)
ตรงจุดนี้ขอเรียกว่าวิธีการ  "เติมใจ" ลูกค้าให้ "เต็มใจ"

นั่นก็คือก่อนที่จะตัดสินใจซื้อสินค้าหรือ "เต็มใจ" ที่จะซื้อสินค้า ลูกค้ายังเรื่อง"คาใจ"อยู่มากมายค่ะ เช่น ข้อสังสัยต่างๆ ความไม่เข้าใจในตัวสินค้า หรือความต้องการที่ยังไม่ได้การตอบสนอง "ไม่ได้ดั่งใจ" ทั้งในด้านการบริการหรือในเรื่องต่างๆของตัวสินค้าเอง

 

ตรงนี้เป็นหน้าที่ของผู้ขายที่ควรหาวิธีต่างๆมา "เติมใจ" ให้ลูกค้าจนกระทั่ง "เต็มใจ" ที่จะซื้อหรือใช้สินค้าหรือบริการของตนเองค่ะ พูดง่ายๆก็คือการหาวิธีทำให้ "โดนใจ" ลูกค้าจนเขายอมซื้อหรือใช้บริการของๆเรานั่นเองค่ะ โดยมีวิธีการหลากหลาย เช่น แจกของแถม มอบส่วนลด หรืออะไรที่เข้า "ขั้นเทพ" เช่นสอบถามอะไรมาสามารถตอบได้หมด รู้ลึก รู้จริง ! แบบนี้เป็นต้น

 

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านนะคะ

และขอบคุณข้อมูลจากคุณ bb ด้วยค่ะ ^^