เมื่อวันจันทร์มีผู้ปกครองมาเป็นวิทยากร(ภูมิปัญญาท้องถิ่น)สอนเด็กอนุบาลปีที่
2ทำพวงเต่าร้าง
ชื่อนี้เรียกมาตั้งแต่อยู่ที่สิงห์บุรี
พอมาอยู่สระบุรีเขาเรียกพวงมโหตร
งงมากเพราะไม่เคยได้ยินมาก่อนทำให้ต้องไปค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมถึงที่มาว่าทำเพื่ออะไร
ที่สิงห์บุรีจะใช้ในงานมงคลต่างๆเช่นงานบวช งานแต่ง
โดยจะแขวนไว้ตรงกลางบ้านแล้วใช้สายรุ้งโยงเป็นรัศมีติดกับคานบ้านประมาณสัก
10เส้น เดี๋ยวนี้ไม่เห็นใครทำแล้ว
พอผู้ปกครองจะมาสอนก็ดีใจเด็กๆก็เตรียมฝึกตัดกระดาษสลับซ้าย ขวา
ซึ่งก็ทำได้
คนที่ดีใจมากกว่าคือผู้ปกครองบางคนที่ยังไม่รู้จักเช่นกัน ถามลูก
ว่าใครทำให้ ลูกบอกว่าทำเอง มีการประเมินผลการทำ
ผู้ปกครองไม่คิดว่าเด็กจะทำได้
แต่เมื่อทำได้ทำให้รู้สึกภูมิใจในตัวลูก
และการจัดกิจกรรมที่ให้เด็กได้ลงมือทำ
จากการที่ไปค้นคว้าพอได้ความว่า
สร้างขึ้น เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ตุงพญายอ
เป็นตุงที่มีรูปร่างคล้ายจอมแห หรือ ปรางค์, เจดีย์ กรรมวิธีในการทำ
คือ
ใช้กระดาษสี ๒-๓ แผ่น ตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส
วางซ้อนกันแล้วพับทะแยงมุม หลาย ๆ ทบ เป็นรูปสามเหลี่ยมปลายแหลม
จากนั้นใช้กรรไกรตัดสลับกันซ้ายขวาเสมอกัน โดยอย่าให้ขาดจากกัน
เหลือไว้ หนึ่งเซนติเมตร ตัดไปจนถึงส่วนที่เป็นฐานสามเหลี่ยม
จากนั้นให้ตัดชายตุง เป็นลวดลายต่าง ๆ เพื่ออวดฝีมือในเชิงประดิษฐ์
และ ความเลื่อมใสศรัทธา เมื่อตัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ให้แผ่ออกเป็นแผ่นผืน ระวังอย่าให้ฉีกขาด(เบา ๆ มือ)
แล้วใช้มือล้วงเข้าไปจับส่วนปลายแหลมด้านใน กลับออกมา
แล้วสลัดให้กระดาษยืดออก จะทำให้ตุงมีสปริงสลับสีสวยงาม
การใช้งานตุงชนิดนี้ จะผูกติดกับคันไม้ยาว ๆ ประมาณ หนึ่งเมตร
ใช้ปักกองเจดีย์ทราย ที่วัด ในประเพณีสงกรานต์ ปีใหม่เมือง หรือ
ใช้ถือร่วมขบวนแห่ครัวตานเข้าวัด ประดับต้นครัวตาน หรือ
ปักไว้กับเครื่องไทยทานต่าง ๆ บางครั้ง พบเห็นผู้เฒ่าผู้แก่
นำมาแขวนไว้ที่ประตูบ้าน เพื่อให้ลูกหลาน ได้ลอด โดยเชื่อว่า
หากหางตุงพญายอ พาดศรีษะ ก็จะถือว่าได้รับโชคลาภ ความสุขความเจริญ
จึงถือว่าตุงพญายอ เป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นสิริมงคล
(ขอขอบคุณ คุณ thassana wong ที่นำความรู้มาเผยแพร่ค่ะ)
สวัสดีค่ะคุณครู
ดาวว่าน่าจะมีรูปประกอบด้วยนะคะ...ดาวอาจจะเคยเห็นแต่ไม่รู้จักชื่อน่ะค่ะ เลยไม่แน่ใจว่าใช่ที่คุณครูเล่าหรือเปล่า
อ่านวิธีการทำแล้ว ท่าทางน่าสนุกทีเดียว อยากลองทำมั่ง แต่ไม่รู้ว่าทำแล้วจะเอาไปใช้ประโยชน์อะไร