เมื่อถามถึงความสุขของบุคลากร ไม่มีความสุข

บ่ายวันนี้ Dr.David Hughes จากมหาวิทยาลัย Swansea ประเทศสหราชอาณาจักร มาบรรยายผลงานวิจัยของท่านเกี่ยวกับการปฏิรูประบบสาธารณสุขของสหราชอาณาจักรที่คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร 

ได้ความรู้ว่า อังกฤษมีระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าอยู่แล้วแต่ก็พยายามปรับปรุงเรื่อยๆ  การปฏิรูปที่ทำมาในรัฐบาล ๓-๔ สมัย ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆคือ ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการให้บริการสุขภาพเพิ่มขึ้น ทั้งเป็นโรงพยาบาลเอกชน และเป็นหน่วยที่มีจุดประสงค์เฉพาะเช่นรักษาต้อกระจกอย่างเดียว  การเปลี่ยนแปลงสำคัญคือเกิดระบบผู้ซื้อบริการสุขภาพ (คล้าย สปสช ของไทย) ประชาชนจะมีโอกาสเลือกสถานพยาบาลได้สะดวกขึ้น และมีหน่วยตรวจสอบคุณภาพโรงพยาบาล ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการแข่งขันระหว่างสถานพยาบาล  หากที่ใดทำได้ไม่ดี(ในมุมมองของผู้รับบริการและหน่วยงานตรวจสอบ)  สปสช (อังกฤษ) ก็จะไม่ต่ออายุให้ หากเป็นเอกชนก็ต้องล้มไป  ฟังแล้วดูดีสำหรับประชาชน แต่ท่านผู้บรรยายไม่ได้เล่าถึงงบประมาณหรือค่าตอบแทนที่โรงพยาบาลได้รับ ว่าน้อยกว่าค่าใช้จ่ายจริงและถูกหักค่าต่างๆยุบยับ อย่างในประเทศของเราหรือไม่  พอดีเวลาจำกัดและมีผู้ร่วมฟังจำนวนมากจึงไม่มีโอกาสถาม  แต่ได้ถามว่าได้ศึกษาว่าเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการมีความสุขดีไหม  ท่านผู้บรรยายตอบว่าไม่ได้ศึกษาโดยตรง แต่จากการสัมภาษณ์พบว่าส่วนใหญ่ไม่มีความสุข  บางคนต้องออกจากงานแล้วสมัครเข้ามาในตำแหน่งเดิมใหม่   และมีความขัดแย้งอยู่ระหว่างกระทรวงสาธารณสุขอังกฤษ กับหน่วยงานผู้ซื้อบริการ (เหมือนกระทรวงสาธารณสุขไทย กับ สปสช เลย)

ผู้ไปร่วมฟังด้วยกันกับผม ได้แก่คุณไพทูล คุณสามารถ และคุณชัชวาล ซึ่งทั้ง ๓ ท่านตอบตกลงไปทันที เมื่อผมชวน โดยไม่ได้ถามเลยว่าไปทำอะไร  ทำให้ซาบซึ้งใจในคำว่า "ไว้วางใจ"    เมื่อนั่งรถไปด้วยกันผมจึงเล่าให้ฟังว่าเราจะไปฟังโปรเฟสเซอร์ฝรั่งพูด คนฟังอาจจะไม่มาก เราคงต้องเตรียมตัวถามกันด้วยเพื่อแสดงว่าเราสนใจ  จึงนั่งคิดกันว่า เมื่อฝรั่งพูดจบแล้วเราจะถามอะไรดี   คุณสามารถนั้นคิดเพียงแว่บเดียวก็นึกคำถามได้  คำถามนั้นคือ "Who are you?"  ส่วนคุณไพทูลจะถามว่า "Who am I?" (คือตั้งใจจะถามให้ฝรั่งจนมุมในคำถามแรกเลย) ส่วนคุณชัชวาลนั่งนิ่งๆ ไม่แน่ใจว่าเตรียมคำถามไว้ในใจหรือไม่

ผมเป็นคนขับรถ ระยะทางจากโรงพยาบาลพุทธชินราชไปมหาวิทยาลัยนเรศวรประมาณ ๑๕ กิโลเมตร เผื่อเวลาไว้ครึ่งชั่วโมง  พอเตรียมคำถามเสร็จได้สักนาทีเดียว ผมก็ใจหายเพราะมองในกระจกมองหลัง คุณไพทูลหลับคอพับลงไป คุณสามารถฝืนลืมตาอยู่พักหนึ่งแล้วหลับ  ส่วนคุณชัชวาลนั่งอยู่ข้างผม ไม่แน่ใจว่าหลับไปก่อนคิดคำถามหรือเปล่า  ที่ใจหายก็เพราะกลัวว่าไปนั่งฟังฝรั่งพูดท่าทางจะหลับหมดแน่ๆ เพราะผมเองก็ง่วงในห้องบรรยายเป็นประจำ ทั้งเมื่อเป็นผู้ฟังและผู้พูด

เมื่อไปถึงห้องประชุม พบว่ามีคนคอยฟังอยู่แล้วกว่า ๒๐ คน ก็ใจชื้นหน่อยว่าคงไม่ต้องถาม Who am I? แล้ว  แต่ตามสไตล์ไทยคือมาหลังนั่งหน้า  เก้าอี้ที่เหลือให้นั่งคือแถวหน้า ติดกับโปรเฟสเซอร์ และคณบดี ครั้งแรกผมนั่งเก้าอี้ตัวที่จะติดกับโปรเฟสเซอร์ แล้วทราบว่าอาจารย์ ดร.ณรงค์ศักดิ์ ซึ่งคุ้นเคยกันจะเป็นมด (Moderator) จึงขอแลกที่นั่งกับคุณสามารถ  ที่นั่งจึงเรียงกันเป็น ท่านคณบดี ดร.ฮิวส์ คุณสามารถ คุณชัชวาล ผม และ ดร.ณรงค์ศักดิ์ ส่วนคุณไพทูลเก้าอี้แถวหน้าไม่พอจึงโชคดีไปนั่งเสียไกล  พอโปรเฟสเซอร์เริ่มพูด คุณชัชวาลก็เริ่มหลับผมต้องคอยใช้นิ้วดีดขาให้แกลืมตาเป็นระยะๆ   ผมเองก็พยายามฟังง่วงบ้าง แต่สบตาโปรเฟสเซอร์อยู่เรื่อยจึงไม่กล้าหลับและเป็นเรื่องที่สนใจอยู่ด้วย  แต่ที่แปลกใจคือมองไปทีไรคุณสามารถซึ่งนั่งติดกับโปรเฟสเซอร์ไม่หลับเลย

เมื่อฟังเสร็จมีการถ่ายรูปหมู่ ท่านคณบดีให้ผมไปยืนติดกับโปรเฟสเซอร์แล้วท่านขนาบข้างผมอีกที ก็รู้สึกดี เพราะทั้งสองท่านตัวใหญ่ อ้วนด้วย คงช่วยกลบเกลื่อนตัวผมได้ดี  เมื่อจะกลับผมก็ชมคุณสามารถว่าดีจัง ไม่หลับเลย แกตอบว่าก็เขาถ่ายวิดีโอตลอดเวลา ตัวแกนั่งติดโปรเฟสเซอร์ถ้าหลับก็คงประจานตัวเองไปทั่ว