แกเรียกเมียมาใกล้ ๆ แล้วก็หอบแฟนหนึ่งฟ่อดใหญ่ ลูกสาวคนไข้ถึงกับน้ำตาซึม เสียงหัวเราะดังไปทั้งบ้าน ความสุขปกคลุมไปทั่ว

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (30 เม.ย.) ผมได้ไปเยี่ยมผู้ป่วยรายหนึ่งเข้าโครงการได้ประมาณ 6 เดือน ลุงเป็นมะเร็งลำใส้ใหญ่และมีการกำเริบกลับมาหลังจากการรักษาด้วยการผ่าตัดเมื่อปีก่อน หมอศัลย์เจ้าของไข้บอกลุงว่ามะเร็งมันกำเริบและรักษาไม่หาย คุณลุงมีเลือดออกทางอุจจาระเป็นพัก ๆ ต้องไปให้ลือดที่ รพ.เป็นระยะ

"ทีมเราเยี่ยมคุณลุงทั้งที่บ้านและบนหอผู้ป่วย...และได้คุยกับลุงถึงประเด็นที่ว่า หากอาการเป็นมากขึ้นลุงตัดสินใจอย่างไร? คำตอบส่วนใหญ่....เป็นคำตอบว่า เอาหมอว่า"คำตอบนี้ช่างครุมเครือ

ครั้งล่าสุดลุงไปนอน รพ.ด้วยปัญหาปอดอักเสบ ลุงตัดสินใจกลับบ้านและอาการเหนื่อยดีขึ้นอย่างมาก ซึ่งน่าแปลก ตอนอยู่ รพ.หอบมากจนผมนึกว่าหมอจะต้องใส่ท่อช่วยหายใจ...ผมไปเยี่ยมบ้านวันนี้ดูดีมาก

ลุงบอกว่ากลับมาอยู่บ้านสบายมาก และจะไม่กลับไป รพ.อีก ผมถามว่า "ทำไมละครับ"

ลุงยิ้ม ๆ  "อยากตาย"

ผม(เราคุยเรื่องนี้หลายครั้งและพอทราบแล้วว่าแกค่อนข้างรับได้) "คนส่วนใหญ่เขากลัวตาย แต่ลุงไม่กลัวหรือครับ"

ลุงส่ายหน้ายิ้ม ๆ "เบื่อเต็มที"

ผม "ตอนนี้ลุงมีอะไรให้หมอช่วยบ้าง" 

ลุง "ขอกินกาแฟได้ไหม?"

(ผมงง ๆ) แฟนแกบอกว่า "กลัวกาแฟกัดกระเพาะแล้วจะมีเลือดออก"

ผม "เลือดมันออกจากลำใส้ใหญ่ครับ...กาแฟไม่ทำให้แย่ลง กินได้ครับ" ลุงยิ้มแป้น

"มีอย่างอื่นอีกไหมครับ"

ลุง "เปล" ผมถึงกับงง...แล้วย้อยระลึกไปครั้งก่อนจำได้ว่า แกนอนเปล....

แฟนแกก็บอกว่า "กลัวเปลจะขูดก้นแก...ทำให้แผลที่ก้นใหญ่ขึ้น"

ผม "ถ้าแกอยากนอน ผมว่าให้แกนอนเถอะครับ...แล้วเอาผ้ารองเอาก็ได้"

ผมคิดรำพึงในใจว่า..สิ่งที่คนเราต้องการเป็นสิ่งเรียบง่าย เช่น แค่ได้นอนเปลที่ตัวเองนอนมาตลอด กินกาแฟซักแก้วเท่านั้นเอง

สุดท้ายผมถามแกว่า "ลุงมีอะไรอยากจะบอกอีกไหม?"

แกเรียกเมียมาใกล้ ๆ แล้วก็หอบแฟนหนึ่งฟอดใหญ่ ลูกสาวคนไข้ถึงกับน้ำตาซึม เสียงหัวเราะดังไปทั้งบ้าน ความสุขปกคลุมไปทั่ว

ชีวิตมันช่างงดงามและเรียบง่ายจริง ๆ ครับ

พี่วีนัสจับมือกับลุงก่อนเรากลับบ้าน