สรุปวิจัยเรื่องที่ 4

ชื่อเรื่อง    ศึกษาการปฏิบัติตนเป็นผู้นำในการอนุรักษ์และพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมไทย ของครูในจังหวัดสงขลา

ผู้วิจัย  นางสาวประดับ  พงศ์นุรักษ์ (มหาวิทยาลัยทักษิณ)

ปีที่วิจัย    ธันวาคม  2547

วัตถุประสงค์

1.  เพื่อศึกษาศึกษาการปฏิบัติตนเป็นผู้นำในการอนุรักษ์  และพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมไทย  ของครูในจังหวัดสงขลา

2.  เพื่อเปรียบเทียบการปฏิบัติตนเป็นผู้นำในการอนุรักษ์  และพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมไทย  ของครูในจังหวัดสงขลา  จำแนกตามตำแหน่ง  ประสบการณ์ในการสอน  และสถานที่ตั้งของสถานศึกษา

3.  เพื่อประมวลข้อเสนอแนะในการปรับปรุงการปฏิบัติตนเป็นผู้นำในการอนุรักษ์และพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมไทย  ของครูในจังหวัดสงขลา

วิธีวิจัย

1.  วิธีการ  เป็นแบบเชิงสำรวจ

2.  ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

ประชากรที่ใช้ศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้  คือ ครูในจังหวัดสงขลา  จำนวน 6,500 คน  กำหนดเป็นกลุ่มตัวอย่าง 363 คน  โดยเทียบจากตารางส่วนของเครจซี่และมอร์แกน (Krejcie and Morgan. 1970 : 608)  แล้วสุ่มแบบแบ่งชั้น (Stratified random sampling) ตามตำแหน่ง  แล้วสุ่มแบบง่าย (simple random sampling) โดยวิธีจับฉลาก

3.  เครื่องมือ

เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลในการศึกษาค้นคว้าเป็นแบบสอบถาม  ซึ่งผู้วิจัยสร้างขึ้นเอง  จากการศึกษาค้นคว้าเอกสาร  รวมทั้งนำงานวิจัยของ  พิสมัย  ภูริคัมภีร์ (2538 : ภาคผนวก) และกมลทรรศน์  แซ่เฮง (2542 : ภาคผนวก) มาปรับปรุงที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตนเป็นผู้นำในการอนุรักษ์ และพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมไทย ของครูในจังหวัดสงขลา  แบ่งออกเป็น 3 ตอน ดังนี้

       ตอนที่ 1 เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม  มีลักษณะแบบสำรวจรายการ (check list) เพื่อทราบถึงตัวแปรที่กำหนดในการศึกษา คือ ตำแหน่ง ประสบการณ์ในการสอน  และสถานที่ตั้งของสถานศึกษา

       ตอนที่ 2  เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับการปฏิบัติตนเป็นผู้นำในการอนุรักษ์  และพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมไทย  ของครูในจังหวัดสงขลา  ซึ่งมีลักษณะเป็นแบบมาตรส่วนประมาณค่า (rating scale) ตามแนวคิดของไลเคิร์ท (ล้วน  สายยศและอังคณา  สายยศ.(2538 : 156 – 157 ; อ้างอิงมาจาก Likert. 1964)  จำนวน 36 ข้อ  แต่ละข้อได้กำหนดตัวเลือกไว้  ห้าระดับ  คือ มากที่สุด มาก  ปานกลาง  น้อย  และน้อยที่สุด กำหนดค่าคะแนนดังนี้

5  หมายถึง  ระดับปฏิบัติตนมากที่สุด

4  หมายถึง  ระดับปฏิบัติตนมาก

3  หมายถึง  ระดับปฏิบัติตนปานกลาง

2  หมายถึง  ระดับปฏิบัติตนน้อย

1    หมายถึง  ระดับปฏิบัติตนน้อยที่สุด

ตอนที่ 3 เป็นแบบสอบถามแบบปลายเปิด (Open – ended questionnaire) เพื่อประมวลข้อเสนอแนะในการปรับปรุงการปฏิบัติตนเป็นผู้นำในการอนุรักษ์ และพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมไทย  ของครูในจังหวัดสงขลา

4.  วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล

1.  ขอหนังสือรับรองและแนะนำตัวจากบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยทักษิณ  นำไปแสดงต่อผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสงขลา  ในจังหวัดสงขลา  เพื่อขอความร่วมมือในการเก็บข้อมูล

2.  ส่งแบบสอบถามและซองใส่แบบสอบถาม พร้อมปิดแสตมป์  จ่าหน้าซองถึงผู้วิจัย  เพื่อให้ผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้สอน  เป็นผู้ตอบแบบสอบถาม  และส่งคืนผู้วิจัยทางไปรษณีย์ภายในระยะเวลาที่กำหนด

3.  รวบรวมแบบสอบถามคืน  ตรวจสอบและคัดเลือกเฉพาะฉบับที่สมบูรณ์มาดำเนินการตามขั้นตอนการวิจัยต่อไป

5.  วิธีวิเคราะห์ผล 

1.  สถิติพื้นฐาน

สถิติที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้  ผู้วิจัยใช้คอมพิวเตอร์วิเคราะห์ข้อมูล  โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS สำหรับค่าสถิติ

  1. ค่าร้อยละ (Percentage)
  2.  ค่าเฉลี่ย (mean)
  3. ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (standard  deviation)
  4. ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่า (alpha - coefficient)
  5. ค่าที (t - test)
  6. ค่าเอฟ (F - test)

ผลการวิจัย  พบว่า

1.  ครูในจังหวัดสงขลามีการปฏิบัติตนเป็นผู้นำในการอนุรักษ์พัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมไทย  โดยภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับปานกลาง

2.  ครูในจังหวัดสงขลาที่มีตำแหน่งต่างกัน  มีการปฏิบัติตนเป็นผู้นำในการอนุรักษ์และพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมไทย  ในภาพรวมและรายด้าน ไม่แตกต่างกัน

3.  ครูในจังหวัดสงขลาที่มีประสบการณ์การสอนต่างกัน  มีการปฏิบัติตนเป็นผู้นำในการอนุรักษ์และพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมไทย  ในภาพรวมแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01  ด้านการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05  และด้านการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมไทยแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยครูที่มีประสบการณ์สอนตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปมีการปฏิบัติตนเป็นผู้นำในการอนุรักษ์และพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นมากกว่าครูที่มีประสบการณ์สอนต่ำกว่า 10 ปี

4.  ครูในจังหวัดสงขลาที่ปฏิบัติงานในสถานศึกษาที่มีสถานที่ตั้งต่างกัน  มีการปฏิบัติตนเป็นผู้นำในการอนุรักษ์และพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมไทย  ในภาพรวมและรายด้านแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 โดยครูที่ปฏิบัติงานสอนในสถานที่ตั้งเขตการศึกษาสงขลาเขต 2 มีค่าเฉลี่ยในภาพรวมและด้านการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมไทยและด้านการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมไทย  สูงกว่าครูที่ปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในเขตการศึกษาสงขลาเขต 1 และเขต 3 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05