ด้านสังคม

ผลงานรัฐบาลด้านสังคมในปี 2552
รัฐบาลเพิ่งแถลงผลงานที่ทำมาในรอบปีต่อประชาชน ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นหนักถึงความสำเร็จในการฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กระเตื้องขึ้น พร้อมทั้งรูปธรรมของการจัดสวัสดิการสังคมแก่กลุ่มผู้สูงอายุและผู้พิการ พร้อมทั้งการจัดการศึกษาฟรีให้แก่เด็กยาวนานถึง 15 ปี กระนั้นก็ตามมีสิ่งที่น่าพิจารณาและฝากถึงรัฐบาลได้ทบทวน สานต่อหรือผลักดันดำเนินการขึ้น ในหลายประเด็น ดังนี้
1. การศึกษาฟรี 15 ปี เป็นความสำเร็จและสมใจประชาชนที่ต้องปรบมือให้ กระนั้นก็ตามยังมีเรื่องสืบเนื่องที่ต้องพัฒนาให้ได้คือ ยังมีการเรียกเก็บเงินเด็กในหลายกรณี ซึ่งเด็กที่รับผลกระทบมากที่สุดคือบรรดาเด็กยากจนและด้อยโอกาสทั้งหลาย ซึ่งส่งผลให้เด็กเหล่านี้จำนวนมากไม่เข้าเรียน พร้อมทั้งเรื่องใหญ่คือมีเด็กไม่ต่ำกว่า 3 ล้านคนที่ทยอยออกจากการศึกษากลางคันก่อนจะเรียนจบครบ 15 ปี
2. เบี้ยยังชีพสำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการ นับเป็นความกล้าหาญที่รัฐบาลกล้าดำเนินการจ่ายเบี้ยยังชีพให้แก่ผู้สูงอายุทุกคนที่ไม่มีสวัสดิการดูแลตนเองและผู้พิการทุกคนที่เข้าเกณฑ์และไปขึ้นทะเบียน แต่ก็ยังมีปัญหาในทางปฏิบัติอย่างมากในเรื่องของเงินที่กลุ่มเป้าหมายบางส่วนไม่ได้รับหรือได้รับช้ากว่ากำหนด อันเนื่องมาจากปัญหาทางการเมือง ทางแก้ที่รัฐพึงทำคือการจ่ายผ่านธนาคารแก่กลุ่มเป้าหมายโดยตรงจะแก้ไขปัญหานี้ได้
3. การรักษาพยาบาลฟรี เป็นการเปลี่ยนแปลงจากการที่ผู้ป่วยต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลคราวละ 30 บาทมาสู่การรักษาให้ฟรี รวมถึงคุณภาพของยาที่มีหลากหลายมากขึ้น ผนวกการใช้ระบบคลินิกชุมชนเป็นหน่วยปฐมภูมิแรกในการดูแลรักษาเบื้องต้น หากอาการหนักจะมีใบส่งต่อให้เดินทางไปรักษายังโรงพยาบาลต่อไป วิธีการเช่นนี้พิจารณาแล้วก็น่าจะดีเพราะเข้าหลักกระจายผู้ป่วยไม่ให้ไปรวมแออัดที่โรงพยาบาล ข้อเสนอที่น่าพิจารณาคือการคุมเรื่องคุณภาพและวิธีการให้บริการของคลินิกชุมชนเป็นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องใส่ใจกวดขันดูแลให้มากขึ้น
4. สวัสดิการชุมชน ทราบว่ารัฐบาลมีความสนใจและเริ่มเชื่อมั่นในระบบสวัสดิการชุมชนที่ชาวบ้านในชุมชนต่างๆ รวมตัวดำเนินการขึ้นในลักษณะต่างๆ ดังที่ได้มีการจัดเวทีเรียนรู้และแลกเปลี่ยนแนวทางกันมาหลายต่อหลายครั้ง กระทั่งได้ข้อสรุปว่าจะต้องมีการขับเคลื่อนต่อไปอย่างจริงจัง ซึ่งก็หวังว่าปี 2553 นี้จะเป็นปีที่รัฐบาลรุกส่งเสริมและสนับงานด้านนี้อย่างจริงจังเสียที เพราะเวลาที่ผ่านมานั้นเนิ่นช้าไปพอควรแล้ว
สำหรับเรื่องที่เป็นจุดอ่อนของรัฐบาลที่ดูแลน้อยหรือละเลยอย่างมาก มีหลายกรณี ดังนี้
หนึ่ง...อบายมุข ตั้งแต่ปัญหายาเสพติดแพร่ระบาด การดื่มสุรามากในวัยรุ่น การผุดขึ้นอย่างมากมายของสถานบริการยามค่ำคืนและร้านเกมส์ที่ไม่จดทะเบียน เป็นจุดอ่อนที่รัฐบาลนี้ต้องเร่งกวดขันดูแลอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพราะสิ่งเหล่านี้คือปมสร้างปัญหาแก่เด็กและเยาวชน ตลอดจนสังคมอย่างมาก ทั้งขอย้ำว่าขณะที่การแก้ไขปัญหาเหล่านี้ยังไม่ลุล่วงลง รัฐบาลจะต้องไม่เพิ่มอบายมุขเพิ่มเข้าไปอีก เช่นหวยออนไลน์
สอง...แม่วัยรุ่น เป็นเรื่องใหญ่ที่เด็กหญิงอายุ 12 – 14 ปีตั้งท้องเพิ่มขึ้นกันอย่างมากมาย กระทั่ง สังคมไทยกลายเป็นสังคมที่มีแม่วัยเด็กเพิ่มขึ้นมากติดอันดับต้นๆ ของโลก แต่การเอาจริงเอาจังต่อเรื่องนี้ยังอยู่เพียงระดับของการจัดเวทีสัมมนาหาปัญหา ซึ่งสิ้นเปลืองงบประมาณไปมาก โดยไร้ทิศทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม
สาม...สภาเด็กและเยาวชน มีการเลือกตั้งเสร็จสิ้นในทุกระดับตั้งแต่ระดับอำเภอ ระดับจังหวัดจนถึงระดับชาติ แต่การสนับสนุนทั้งสถานที่ งบประมาณและความเชื่อมั่นในความคิดเห็นและบทบาทของสภาเด็กและเยาวชนนั้น รัฐบาลและหน่วยงานที่ให้การดูแลและรับผิดชอบยังใส่ใจและสนับสนุนน้อยมาก เช่นนี้แล้วจะหวังได้อย่างไรว่า การแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนโดยเยาวชนมีส่วนร่วมนั้นจะเกิดขึ้นได้
สี่...คนเถื่อนในผืนแผ่นดินไทย นับวันจะมีประชากรที่ไม่รู้สถานะของตนเองในประเทศเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเหตุมาจากการทะลักเข้ามาของประชาชนรอบประเทศ ทั้งอพยพหนีภัย หลบหนีเข้ามา เข้ามาหางานทำ รวมเข้ากับคนไทยจำนวนไม่น้อยที่อยู่มาแต่ดั้งเดิมและถูกทอดทิ้งไม่ได้รับความใส่ใจช่วยเหลือในด้านสถานะจากเจ้าหน้าที่รัฐ แม้รัฐไทยจะมีนโยบายและมติคณะรัฐมนตรีในการแก้ไขปัญหานี้ แต่การเอาจริงตามนโยบายดังกล่าวมีผลในทางปฏิบัติน้อยมาก ปล่อยปัญหาคาราคาซังเช่นนี้ ผลดีต่อประเทศไม่เกิดขึ้นแน่
ทั้งสี่ผลงานโดดเด่นและสี่ข้อเสนอสำหรับปี 2553 เป็นสิ่งที่ต้องการคำตอบจากรัฐบาล ด้วยการดำเนินการขึ้นอย่างจริงจัง มากกว่าเงื้อง่าราคาแพง ช้าเนิ่นนานตามสไตร์พรรคประชาธิปัตย์ที่ควรเปลี่ยนแปลงได้แล้ว
..............................ครูหยุย มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก.......................

ผลงานของรัฐบาลในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2553 ยังไม่มีอะไรชัดเจนครับ คงเป็นเพราะวุ่นๆ กับการประท้วง
แต่ที่เริ่มเห็นทิศเห็นทางในสัปดาห์ที่ผ่านมาคือ "การใช้ฐานงานชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ ที่ประกอบไปด้วยองค์กรชุมชน 30,000 กว่าแห่ง" เป็นตัวตั้ง โดยรัฐบาลโชคดีที่ได้คุณหญิงสุพัตรา มาศดิศ มาทำหน้าที่เป้นประธานใหญ่ประสานงานเรื่องนี้ให้ ซึ่งรูปธรรมแรกที่จะเด่นชัดเป็นผลงานของรัฐบาลคือเรื่อง "โฉนดชุมชน" ที่ชุมชนจะร่วมกันดูแลเป็นสถานที่ส่วนกลาง สำหรับด้านอื่นๆ นั้นจะได้นำมาเล่าสุ่กันฟังในโอกาสต่อไปครับ.................