บ้านชานเมือง (29) ราชินีแห่งไม้ดอกเมืองร้อน

Panda
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
การค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตในปัจจุบันนั้นง่ายมาก ๆ แต่จากข้อมูลมากมาย สิ่งที่สำคัญมากกว่าจึงเป็น การคัดเลือกว่า ข้อมูลที่ได้อันไหน น่าจะนำมาใช้ได้

     วันนี้นำภาพราชินีแห่งไม้ดอกเมืองร้อน  ที่บ้านมาฝากกันครับ นั่นคือ ดอกชบา  ซึ่งมีปลูกอยู่ในบริเวณบ้านหลายต้นและมีหลายสี ทั้งแดง ชมพู ขาว และ เหลือง  มีลักษณะที่แตกต่างกันมากเนื่องจากการผสมพันธุ์และการคัดเลือกพันธุ์เพื่อนำมาใช้เป็นไม้ดอกไม้ประดับ ในปัจจุบัน

 

     เพื่อให้เห็นถึงการใช้ประโยชน์จาก ยุคเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) โดยเฉพาะจากอินเทอร์เน็ตและ เครื่องมือช่วยค้นหา (Search Engine) ตัวเก่งสุดในยุคนี้ คือ พ่อกู หรือ อากู๋ (Google.com)  จึงนำผลการค้นแบบง่าย ๆ ด้วยการใช้คำค้นว่า “ดอกชบา+ชื่อวิทยาศาสตร์”  ผลการค้นออกมาจะแสดง  ผลการค้นหา 1 - 10 จากประมาณ 19,600 รายการ สำหรับคำว่า ดอกชบา+ชื่อวิทยาศาสตร์ (0.15 วินาที) แถมด้วยการแนะนำการค้นหาที่เกี่ยวข้องในตอนท้ายอีกด้วย

     ข้างล่างคือตัวอย่างข้อมูลจากสองรายการครับ

1.    (อ้างอิงจาก : เว็บมูลนิธิสุขภาพไทย http://www.thaihof.org/content/%E0%B8%8A%E0%B8%9A%E0%B8%B2-%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%AE%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B8%A5)

    ต้นไม้ต้นหนึ่งที่คนไทยรู้จักดี ดอกสีสดสวยงามแต่คนไทยมีการนำมาใช้ประโยชน์ไม่มากนัก นั่น คือ ต้นชบา    เหตุที่คนไทยไม่ค่อยนำชบามาใช้ประโยชน์ อาจเป็นเพราะชบาเป็นพันธุ์ไม้ต่างถิ่น มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศจีน อินเดียและเกาะฮาวาย ตอนที่แพร่พันธุ์เข้ามาคงเพราะเห็นในความสวยงามของดอกสีแดงสด ในเวลานี้ก็ยังมีคนนำไปปลูกไว้ริมรั้วหน้าบ้าน แม้จะไม่ใช่ไม้ประดับอินเทรนด์์เช่น ลีลาวดี แต่ก็ยังพบเห็นได้ทั่วไป เมื่อได้พิศมองดอกสีแดงๆ แล้วก็เกิดความสบายใจนอกจากนี้ดอกชบาที่เงาะป่าใช้ทัดหูยังขึ้นชั้นให้เป็นครูสำหรับเด็กๆ ตามตำราเรียนของกระทรวงศึกษาธิการ จะนำเอาดอกชบามาเป็นต้นแบบในการศึกษาโครงสร้างของดอกไม้ เพื่อเรียนรู้เกสร กลีบดอก ใบ ฯลฯ ชบาจึงไม่ธรรมดาแค่ไม้ประดับ

   ชบา มีชื่อ วิทยาศาสตร์ :   Hibiscus rosa-sinensis L. อยู่ในวงศ์ :  Malvaceae

   ชื่อสามัญในภาษาอังกฤษว่า Rose Mallow หรือ Chinese Rose และ เนื่องจากดอกชบามีความสวยงาม และมีสีสันสดใส ชบาจึงได้ชื่อว่า Queen of Tropic Flower หรือ ราชินีแห่งไม้ดอกเมืองร้อน   เป็นดอกไม้ประจำชาติของมาเลเซียและจาไมก้า   และเป็นดอกไม้ประจำรัฐฮาวาย

   ที่ประเทศอินเดีย แม้จะไม่ได้นับดอกชบาเป็นไม้ประจำชาติหรือประจำรัฐ แต่คนอินเดียนับถือดอกชบาอย่างยิ่ง โดยชาวฮินดูยกย่องให้ชบาเป็นตัวแทนของแม่พระกฤษณะ และตอนที่อยู่อินเดียได้พบเห็นพิธีกรรมในวันโกนก่อนวันพระของศาสนาพราหมณ์ ซึ่งมีพิธีบูชาพระกฤษณะ ชาวอินเดียทุกบ้านจะทำการปรับพื้นดินหน้าบ้านให้เรียบเป็นรูปวงกลม แล้วทำให้ภายในวงกลมเปียกชื้น จากนั้นวางดอกชบาลงตรงกลาง และวางเศษใบตองหรือใบไม้ซึ่งใส่น้ำตาลไว้ด้วย โดยวางไว้ด้านข้างดอกชบาถือเป็นการบูชาแม่พระกฤษณะ เทพแห่งความรักเสียงเพลงและการฟ้อนรำ    แสดงให้เห็นว่าคนอินเดียถือว่าชบาเป็นดอกไม้ชั้นสูง และเมื่อไปเยี่ยมชมตามศาสนสถานของฮินดู ก็พบว่าคนอินเดียนำชบาเป็นดอกไม้สำหรับบูชาพระกฤษณะในทุก ๆ ที่ นอกจากจะใช้ดอกชบาในการแสดงความเคารพหรือเป็นตัวแทนสิ่งศักสิทธิ์แล้ว ชบายังเป็นไม้ที่ใช้ในการดูแลสุขภาพได้หลากหลายด้วย ในประเทศอินเดียมีการใช้ส่วนต่าง ๆของชบาเป็นสมุนไพรเพื่อการดูแลสุขภาพ เช่น ดอก ชบา สดหรือแห้งใช้ในการรักษาโรคเกี่ยวกับเลือด เช่นผู้หญิงที่มีประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือเป็นตกขาว ภาษาอีสานบ้านเราเรียกว่าหมากขาว ใช้แก้ คอมดลูกอักเสบ หรือใช้ชงดื่มลดพิษไข้ กลีบดอกขยี้ให้ช้ำทาศีรษะเป็นยาบำรุงผม หรืออาจใช้ส่วนของ ใบ ประมาณหนึ่งกำมือผสมน้ำเล็กน้อยขยี้ให้แหลกคั้นเอาเฉพาะส่วนของน้ำซึ่งมีลักษณะเป็นเมือกชะโลมเส้นผม จะทำให้ผมดกดำเป็นเงางาม      ส่วนของ ฐานดอก ตำให้แหลกใช้พอกแผลไฟไหม้ได้เป็นอย่างดีนอกจากนี้ดอกสดยังสามารถนำมาแช่น้ำดื่มดับกระหายและลดความร้อนภายในร่างกายได้อย่างไม่น่า เชื่อ ความรู้นี้ได้จากประสบการณ์ตรงซึ่งเพื่อนชาวอินเดียทดลองทำให้กิน เนื่องจากการประชุมมีการออกไปทำงานในภาคสนาม ซึ่งมีอากาศร้อนมาก เมื่อกลับมาที่พักเพื่อนชาวอินเดียได้นำเอาดอกชบา 3-4 ดอกมาแช่น้ำให้ดื่ม เพื่อช่วยลดความร้อนภายในร่างกายได้ จากการพูดคุยทำให้ทราบว่าองค์ความรู้เหล่านี้เป็นการถ่ายทอดจากบรรพบุรุษ พ่อแม่ ปู่ ย่า ตายาย ซึ่งจะต้องเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐานให้กับลูก หลาน เหมือนกับการสืบสานวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพจากรุ่นหนึ่งสู่รุ่นหนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้การเรียนรู้จากโรงเรียน ที่ถือเป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับโลกภายนอก ซึ่งเด็กๆ ชาวอินเดียจะได้เรียนรู้จากทั้งสองส่วนแล้วนำมาบูรณาการ เพื่อให้ดำเนินชีวิตได้อย่างสมดุลและประโยชน์ของชบายังมีอีก คือ ส่วนของ ราก เมื่อ นำมา โขกให้ละเอียดใช้พอกแก้ฟกบวม พอกฝี ลดการอักเสบ หรือนำมาเป็นส่วนผสมของยาระบาย ใช้ทาผิวหนังให้ชุ่มชื้น รากตำผสมกับเปลือกเป็นยาแก้ไอ ขับน้ำย่อย และใบตำผสมกับดอก ใช้รักษาอาการเลือดกำเดาออก แก้ฝีพุพองได้ เปลือก มีสรรพคุณในการรักษาโรคติดเชื้อที่เป็นเชื้อราโดยเฉพาะฮ่องกงฟุต

     กลับจากแดนภารตะแล้วก็พบว่าคนไทยก็ใช้ประโยชน์จากชบาอยู่บ้าง เช่นที่ชาวแสก บ้านบะหว้า ตำบลท่าเรือ อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม เรียกชบาว่า ต้นดอกไม้ และมีการใช้ดอกชบาเป็นยาสมุนไพรสำหรับเด็ก เมื่อเด็กเป็นไข้จะใช้ดอกชบาขยี้โปะที่กระหม่อมของเด็กทำให้ลดไข้ได้เป็นอย่างดี

     คนอินเดียยกย่องชบาให้เป็นเครื่องบูชาของสูง อาจจะเป็นเพราะสรรพคุณที่หลากหลาย ซึ่งสามารถนำมาใช้ได้แทบทุกส่วนของต้น สำหรับคนไทยแม้จะไม่ค่อยคุ้นเคยการนำชบามาใช้มากนัก แต่ถ้าเราเรียนรู้อยู่เสมอ ชบาดอกแดงแรงฤทธิ์นี้ ก็น่าจะปลูกอยู่หน้าบ้านของเรา เพื่อเป็นสมุนไพรของโฮมสคูล โรงเรียนประจำบ้านของทุกคน เพื่อให้ชบาสร้างสุขด้วยสีสันสดใส และสร้างเสริมการดูแลสุขภาพด้วยการพึ่งตนเอง.

2. ( อ้างอิงจาก : สองจุก (ขนิษฐา ไชยเต็ม) วิชาการ.คอม  http://www.vcharkarn.com/vblog/49755 )

       ชบา (ชื่อวิทยาศาสตร์: Hibiscus syriacus L.; Hibiscus chinenis DC. ) เป็นไม้ในสกุล Hibiscus มีถิ่นกำเนิด จาก ประเทศจีน ที่มีความผันแปรทั้งรูปทรงของใบ ลำต้น และดอกมาก ตลอดจนปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ง่าย จากความสวยงามของดอกทำให้ได้รับสมญาว่า Queen of Tropic Flower หรือ ราชินีแห่งไม้ดอกเมืองร้อน เป็นดอกไม้ประจำชาติของมาเลเซียและจาไมก้า และเป็นดอกไม้ประจำรัฐฮาวาย ส่วนในศาสนาฮินดูถือว่าเป็นดอกไม้ของเจ้าแม่กาลี

  ชบาไทย

       ชบาเป็นไม้พุ่มขนาด 1-3 เมตร อาจสูงได้ถึง 7-10 เมตร ใบรูปไข่กว้าง ปลายใบแหลมเรียว ขอบใบจักหรือขอบใบเรียบ ดอกออกตามซอกใบใกล้ปลายยอด ก้านดอกยาว กลีบรองดอกมี 2 ชั้น สีเขียว ดอกมีทั้งดอกลาและดอกซ้อน มีหลายสี มีทั้งดอกใหญ่และดอกเล็ก ถ้าดอกลาจะมี 5 กลีบ เกสรตัวผู้เป็นดอกยาวยื่นขึ้นมากลางดอก ปลายสุดเป็นยอดเกสรตัวเมีย แยกเป็น 5 แฉกสีแดง เกสรตัวผู้ติดรอบๆ ดอกเป็นสีเหลือง ออกดอกตลอดปี

 การปลูกและดูแลรักษา

      ชบาทำการขยายพันธุ์โดย ปักชำกิ่ง ตอนกิ่ง เสียบยอด เป็นไม้ดอกที่ปรับตัวเจริญเติบโตได้ทุกสภาพแวดล้อม แต่ที่เหมาะสมคือสภาพอากาศอบอุ่นจนถึงร้อน ดินปลูกควรเป็นดินร่วนที่มีความอุดมสมบูรณ์ไม่มีน้ำขังแฉะ การให้น้ำควรให้สม่ำเสมอ ถ้าขาดน้ำจะสลัดใบล่างทิ้งอย่างรวดเร็ว

  •  แสง ชอบแสงแดดมาก
  • น้ำ ต้องการน้ำพอประมาณ
  • ดิน เป็นไม้ที่ปลูกได้ง่ายสามารถเจริญเติบโตได้ในดินแทบทุกชนิด แต่ไม่ควรให้ดินเปียกหรือแฉะเกินไป
  • ปุ๋ย ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก
  • โรคและแมลง ไม่ค่อยมีโรค จะมีก็แต่เพลี้ยที่รบกวนอยู่
  • การป้องกันกำจัด ฉีดพ่นด้วยยามาลาไธออนหรือไดอาซินอน ตามคำแนะนำที่ระบุไว้ในฉลาก

 (ชบา เป็นดอกที่สมบูรณ์เพศ มีทั้งเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมีย)

 สรรพคุณทางยาและประโยชน์

      ในคัมภีร์อายุรเวท พูดถึงสรรพคุณของดอกชบาว่า ช่วยฟอกโลหิต บำรุงจิตใจให้แช่มชื่น บำรุงผิวพรรณ นอกจากนี้ยังช่วยรักษาและบรรเทาโรคเกี่ยวกับไต

 

      จะเห็นว่า การค้นหาข้อมูลสารสนเทศจากอินเทอร์เน็ตในปัจจุบันนั้นง่ายมาก ๆ ครับ แต่จากข้อมูลมีมากมายเช่นนี้ (เกือบ สองหมื่นรายการ ในกรณีตัวอย่างนี้) สิ่งที่สำคัญมากกว่าจึงเป็น การคัดเลือกหรือประเมินความน่าเชื่อถือว่า ข้อมูลที่ได้อันไหน น่าจะนำมาใช้ได้ครับ

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน  Freeland Panda



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

  • เอาชบาพันธุ์เดิม ๆ ที่คุ้นตามาฝากค่ะ
  • เดี๋ยวนี้ชบามีสีสันสวย ๆ ขึ้นมามากมายนะคะ
  • ขอบคุณค่ะ
เขียนเมื่อ 

เอาชบา และดอกไม้อื่นมาแจมค่ะ

เขียนเมื่อ 
  • ขอบคุณ ครูเมือง ฯ มากครับที่นำดอกชบาสีแดงพันธุ์เดิม มาเสริม
  • ขอบคุณ น้อง เอ้ย อาจารย์พิชชา ที่เอาดอกชบาและดอกอื่น ๆ มาเพิ่มเติมครับ