
คำพูดที่ว่า "การทำงานก็คือการพักผ่อน ยิ่งงานเยอะนั่นหมายถึงว่าชีวิตเรายังมีคุณค่า" ผมไม่รู้จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับคำกล่าวเหล่านี้ แต่ก็รู้สึกดีทุกครั้งที่นึกถึงมัน
ทุกวันนี้ภารกิจประจำวันที่ต้องทำ คือ การแบ่งเวลาให้คุ้มค่ามากที่สุดโดยเฉพาะเรื่องวิทยานิพนธ์ของตัวเอง พยายามควบคุมปัจจัยทุกอย่างให้ลงตัวให้มากที่สุดแต่บางอย่างก็ทำไม่ได้จริงๆ ( รู้เลยครับว่าทำไมหลักสูตรภาษาไทยปีนี้ที่มหาวิทยาลัยที่ผมเรียนถึงเปิดไม่ได้) อินชาอัลลอฮฺจะพยายามไปให้ถึงซึ่งปริญญา

ปี ๒๕๕๒ เป็นการเริ่มต้นสนใจในหลายเรื่องราวของชีวิตในแวดวงวิชาการของผม ผมเคยพูดคุยกับ ผศ.ปิยะ กิจถาวร (คณบดีคณะรัฐศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี) ในการเจอกันในงานสัมมนารัฐศาสตร์แห่งชาติ ท่านให้ความคิดเห็นเรื่องหนึ่งอย่างน่าสนใจกับผมว่า "องค์ความรู้เรื่องของพื้นที่เราสามารถสู้เขาได้และได้ดีกว่าด้วยซ้ำกับนักวิชาการส่วนกลาง แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องยอมรับ คือ องค์ความรู้สากลที่เราตามเขาไม่ทันเลย..." ประโยคหลังคำว่าแต่นี่แหละครับที่ทำให้ผมฉุกคิด และทบทวนตัวเองในการเป็นอยู่บนคำคุ้นชินของใครหลายๆคนที่พยายามบอกว่าเป็นนักวิชาการ
การทำงานวิจัยในสิ่งที่ผมเรียกว่า "สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า งานวิจัย" ในปี ๒๕๕๒ ของผมได้เริ่มขึ้นบนความท้าทายของความไม่รู้อะไรมากมายเกี่ยวกับงานวิจัยแต่ผมก็สนใจและมีความคิดว่าผมจะพัฒนาอะไรบ้างในพื้นที่แห่งนี้ ภารกิจงานวิจัยสองชิ้นในปีเดียวกันจากการได้รับทุนสนับสนุนจาก สทศ. (สำนักทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติฯ) กับ สถาบันพระปกเกล้า คือ บทพิสูจน์ความเป็นตัวตนของผมในการทำงานชิ้นหนึ่งๆอย่างชัดเจน จนได้รับความไว้วางใจให้เดินต่อกับทุนวิจัยของ สทศ. อีกครั้งในปี ๒๕๕๓ และกำลังจะสำเร็จในงานวิจัยในปีนี้ บวกกับการได้รับคำชมจากสถาบันพระปกเกล้าในการเขียนรายงานการวิจัย จนทำให้ได้รับทุนสนับสนุนการทำวิจัยต่ออีกปีในปีนี้ และ ได้รับความไว้วางใจอันทรงเกียรติหนึ่งในชีวิตที่ได้เป็นที่ปรึกษางานวิจัยของสถาบันพระปกเกล้าหนึ่งชิ้นในปีเดียวกัน
ความท้าทายบนฐานของบททดสอบจนได้รับการทาบทามเป็นผู้ร่วมงานวิจัยอีก ๒-๓ เรื่องในขณะนี้ และงานหนึ่งที่ผมยอมรับและน่าจะเป็นความภาคภูมิใจ (อัลฮัมดุลิลละฮฺ) กับความเมตตาของพระเจ้า คือ การได้รับความไว้วางใจจากทาง ปปช. คัดเลือกเป็นงานวิจัยชิ้นแรกของสามจังหวัดฯ เกี่ยวกับการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และวินัย แก่เยาวชนฯ (กว่าจะผ่านด่านปรับแก้กันสามรอบ แต่ก็อัลฮัมดุลิลละฮฺบทเรียนที่คุ้มค่า ขอขอบคุณทีมงาน ปปช. โดยเฉพาะ ศ.ดร.วันเพ็ญ ไกรฤกษ์ จาก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่ให้คำแนะนำด้วยดีมาโดยตลอด
ความท้าทายยังไม่หมดเมื่อเพื่อนนักศึกษาจาก USM โทรมาบอกว่าโครงการของศูนยมนุษยสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับคัดเลือกเป็น ๑ ใน ๘ เรื่องที่ผ่านและได้รับให้เป็นโครงการที่เขียนดีด้วยในไม่กี่เรื่องของ ๘ เรื่อง (อัลฮัมดุลิลละฮฺ) งานนี้ผมลืมไปแล้วครับเพราะเป็นโครงการวิจัยที่ต้องเขียนเป็นภาษาอังกฤษ ผมเคยถามเพื่อนอาจารย์ในมหาวิทยาลัยถึงโครงการนี้ แต่ท่านก็ถามว่า "จะทำไหม๊หละเป็นภาษาอังกฤษ..." คล้ายกับว่าผมนั้นคงไม่ได้ภาษาอังกฤษคงลำบาก อิอิ ผมยิ้มรับทุกความท้าทายครับ เพราะมัน คือ บททดสอบ แต่ก็ยังมีคนให้โอกาสผมพิสูจน์ในองค์ความรู้และข้อมูลที่มีอยู่ เลือกผมเข้าร่วมทีม ก็อัลฮัมดุลิลละฮฺครับก็มีคนเห็นคุณค่าในสิ่งที่ผมอยากนำเสนอ...
ความท้าทายระลอกใหม่ที่ได้รับ คือ การได้รับการเสนอชื่อ ให้เป็น บรรณาธิการ ในหนังสือของ สกว. เล่มใหม่ ที่เพื่อนอาจารย์สถาบันเดียวกัน (มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา) เป็นคนเขียนและเรียบเรียงขึ้นมาจากงานวิจัยที่นัยยะของมาเลเซียที่มีต่อไทย รุ่นที่ ๑ อยากจะขอบคุณมากครับที่อาจารย์ให้โอกาสผมได้ิพิสูจน์อีกมุมหนึ่งของชีวิต ขออัลลอฮฺทรงตอบแทนคุณงามความดีของอาจารย์ในครั้งนี้
บททดสอบที่ได้รับ คือ ความท้าทายที่ผมต้องเผชิญในปีนี้ ผมมีความสุขและสุขใจกับการได้ทำในสิ่งที่ตนรัก แม้อาจจะมีการสบประมาทบ้างจากใครหลายๆคนแต่ผมก็คิดว่าตัวเราและพระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าสิ่งที่ดีที่สุดของชีวิต คือ อะไร
หลายต่อหลายครั้ง หลายต่อหลายคน "ดังแต่ท่อล้อไม่หมุน" ผมเองก็ไม่ได้สนใจแต่กลับยิ่งสงสารกับคนเหล่านี้ ทุกวันนี้เขากำลังทำอะไรกันอยู่ สังคมกำลังรอคอยพวกเขาอยู่มิใช่หรือ ทำไมถึงเป็นแบบนี้
โลกใบใหม่ของผม คือ การตัดสินใจที่จะเลือกทำบางสิ่งบางอย่าง การทาบทามจากบางหน่วยงาน บางสถาบัน ผมรู้ดีครับพื้นที่แห่งนี้ยังคงต้องการคนสอนภาษาไทยอีกมาก โอกาสที่ทุกฝ่ายหยิบยื่นให้ขอน้อมรับด้วยใจจริง การวิ่งอยู่บนลู่วิ่งเส้นนี้บางครั้งสำหรับผมแล้วมันไม่มีอะไรที่ท้าทายอีกต่อไป สุดท้ายการเลือกที่จะกลับบ้านคือคำตอบสุดท้ายสำหรับผม แต่ ณ เมื่อใด ตอนไหน นั้นขอให้เป็นเรื่องของเวลา...เคยมีคนท้าจะลาออกอีกหรือ ผมมองเป็นคำท้า อิอิ ผมตอบว่า...ถ้าลาออกได้ตอนนี้เลยก็ยินดีครับ แล้การพูดคุยสนทนาก็จบลงด้วยคำถามมากมายภายในใจผมกับคนที่นี่กับสถาบันแห่งนี้
วันนึงเมื่อการได้พิสูจน์ และเรียนรู้อะไรบางอย่างเกิดึ้นกับใครสักคน วันนั้นเขาคนนั้นจะเข้าใจว่า การทำหน้าที่ของเสียงเล็กๆคนนี้ที่ผ่านมาไม่เคยลุกขึ้นมาพูดและบอกเล่าเรื่องราวให้ใครเข้าใจเพราะคิดว่ามันไม่จำเป็น ผมเลือกที่จะทำมากกว่าพูด เพราะผมมองว่าผลของงานมันเห็นภาพมากกว่าแค่ลมปาก
ผมรู้ว่าผมเหลือเวลาอีกเท่าไหร่กับการกลับไป แต่ ผมก็คิดแล้วเหมือนกันว่าผมจะกลับไปเพื่อเรียนรู้ต่อไปอีกเท่าไหร่(ไม่กี่ปีเท่านั้น) เพราะผมเชื่อว่าทุกคนมีเหตุผล มีความฝัน และเมื่อใดก็ตามที่เรากล้าีที่จะฝันเราก็ต้องกล้าที่จะรับผิดชอบความฝันของตัวเอง ... ขอพระเจ้าได้โปรดชี้นำแนวทางที่ถูกต้องแก่บ่าวผู้ด้อยประสบการณ์ในครั้งนี้ด้วยเถิด

บันทึกความใน...ของเสียงเล็กๆ
๑ เมษายน ๒๕๕๓
* ธรรมใดก็ไร้ค่า ถ้าไม่ทำ
* การทำงาน คือ การปฏิบัติธรรม
* มีความรู้(ปริยัติ) ต้องลงสู่การกระทำ(ปฏิบัติ) จึงจะเห็นผล(ปฎิเวธ)
* ทำไปเถิดครับ ถูกบ้าง ผิดบ้าง อย่างน้อยก็ได้งาน ได้ประสบการณ์
ขอบคุณมากครับอาจารย์
small man
ที่เลือกทำเพราะมีความสุขกับสิ่งที่ทำครับ
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณมากครับพี่
ครูคิม
รูปแบบการทำงานของผม บททดสอบมันก็เยอะแบบนี้แหละครับ แต่การน้อมรับทุกสภาพการณ์และทำมันให้สุดที่ดี คือ ปณิธาน ที่ตั้งใจครับ
ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งครับ
ผมว่า บัง ได้ทำในหลายเรื่องๆที่น่าสนใจและเกิดประโยชน์มาก แม้จะเป็นเพียงคนเล็กๆ มันก็ย่อมมีค่าขึ้นในสักวันหนึ่ง.....อยู่ที่เวลา ว่าจะมาเมื่อไร
เป็นแรงใจเสมอครับ จากน้องคนเล็กในมุมเล็กๆแห่งนี้
บังได้ขนาดนี้ ผมยังไม่ได้ทำไรเลย...
ยังเป็นคนเล็กๆ ที่เดินไปตามประสาของคนเดินทาง
ขอบใจมากน้อง
คนตานี
ณ จุดที่เรายืนอยู่บางครั้งโอกาสมันต่างกันก็จริง แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่า คือ การไม่ปล่อยให้ชีวิตไหลไปตามริสกี แต่ยืนอยู่บนวิถีที่ริสกีต้องวิ่งตามเราเพราะนั่นหมายถึงว่าบททดสอบที่พระเจ้าให้เรามาเราต้องขวนขวายครับ
เป็นกำลังใจให้เสมอครับ...และบังเชื่อว่า ณ เส้นทางของเราทุกวันนี้ก็ทำประโยชน์เพื่อสังคมมากมายเพียงแต่มีแค่เราและพระเจ้าเท่านั้นที่รู้มัน อย่างน้อยในรุ่นเดียวกันบังว่าน้องบังคนนี้ทำงานเพื่อสังคมเยอะนะเท่าที่รู้ (วัลลอฮฺอะลัม)