จามจุรีวิชาการ ‘53

      คำคมจาก ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ท่านกล่าวกับ JJ ว่า “ท่านฉลาดเรื่องเดียว คือ รู้ว่า ตัวเองโง่ในเรื่ิองอะไร เท่านั้นแหละ

      ฟังแล้ว “ได้คิด หรือ คิดได้ ใหมนี่”

      ถอดบทเรียนสดสด จาก ปาก กูรู ที่กูรู้ว่าไม่รู้เรื่องอะไร ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช

      เช้านี้ท่าน นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล ประธาน กกอ และ อดีต นิสิตเก่า คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เคยสอบได้ที่ ๑ ประเทศไทย บรรยาย เรื่อง การจัดการความรู้ในสถาบันอุดมศึกษา

      หลักการจัดการความรู้ คือ การปฏิบัติ เสมือนหนึ่ง การสอนขี่จักรยาน หากไม่ได้ฝึกขี่จริงบรรยาย อย่างไร ก็ไม่มีทางขี่เป็น การจัดการความรู้ในประเทศไทยมีหลายรูปแบบ แบบที่ สคส คือ เน้นการปฎิบัติ

      จุดเน้น ของการจัดการความรู้ สคส ไม่ใช่จัดการความรู้ให้คนอื่นใช้ เป็นการจัดการความรู้ที่เน้นในตัวคนทำงานเอง ทำให้ทำงานสุข สนุก เคารพความเป็นคน เห็นคณค่าซึ่งกันและกัน เป็น Happy Workplace ซึ่งต้องทำถึงจะรู้

      KM ในสถาบันอุดมศึกษา คือ อะไร เหมือนอธิบายช้างทั้งตัวยาก หากสัมผัส รูปคลำ จะได้รู้จริง

      ตัวอาจารย์เอง เคย นิยาม หรือ ให้ความหมาย KM ไ้ดเป็นร้อยๆ แต่ไม่จำเป็น จริงๆแล้ว KM คือ เครื่องมือ ที่ทำให้องค์กรนั้นงานดีขึ้น เรานำ KM ไปใช้ประโยชน์ เพื่อให้องค์กรมี product/process และ มีความสุขดีขึ้น

      องค์กรที่นำการจัดการความรู้ไปใช้ หมายความว่าองค์กรนั้นนำความรู้ไปใช้ในองค์กร ซึ่งหมายถึง “การใช้ และ สร้างความรู้ในองค์กร”

     ที่ต้องเข้าใจ KM เป็นวง ไม่ใช่ทำครั้งเดียว ทำแล้วเป็นนิสัย เป็นวัฒนธรรม มีการ ค้นหา ค้นคิด หาวิธีการที่ทำงานให้ดีขึ้น เป็นการดำเนินการ หากทำเป็น จะเห็นผล ทำไปใช้ไป แล้วไม่ต้องบอกใครว่าใครใช้ KM อยากเห็น KM ที่ดี ให้ไปดู Toyota

      การทำงานให้ดีขึ้น หรือ การใช้เครื่องมือทุกตัวให้งานที่ดีขึ้น คือ CQI หรือ Kaizen งานดีขึ้น คนดีขึ้น เพราะ คนได้ผลประโยชน์

      จุดสำคัญ ของ KM คือ การใช้พลังกลุ่ม ไม่ใช่ พลังเดี่ยว หรือ ปัจเจก KM ใช้การ ลปรร ระัหว่างกันในที่ทำงาน เป็นปัญญารวมหมู่ หรือ Collective wisdom

      KM ทำให้เกิดการกระตุ้น ยกระดับความคิด สร้างสรรค์ เป็นการกระตุ้นซึ่งกันและกันระหว่างบุคคล เป็น positive psychology วึ่งจะทำให้ชีวิตเราดีขึ้น

      องค์กรทีมีการจัดการความรู้ มีการทำงานแบบ knowledge based ในทุกจุด และ ทุกคน ประเด็น ที่สำคัญ คือ แบบโบราณองค์กรที่มีแต่ผู้บริหาร ความรู้ไม่ใช่ที่หน้่างาน ดังนั้น ต้องปรับ ความเชื่อ ความคุ้นชิน ว่าทุกจุด ทุกตำแหน่ง ทำกหน้างานใช้คสามสร้างสรรค์ในจุดความรับผิดชอบ ไม่ใช่รอคนมาสั่ง

      นั่นหมายความว่า KM เคารพความเป็นมนุษย์ มีความเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนมี “ปัญญา” ต้องมีการ Empowerment ต้องมีการหาความรู้มาจากที่อื่น นำมาพัฒนางานที่ดีขึ้น หรือ สร้างองค์ความรู้เอง

      เมื่อหาความรู้มา หรือ นำความรู้มาหลายๆอย่าง ต้องมาปรับ อย่าใช้แบบลอกเลียน

      ดังนั้น องค์กรที่มีการจัดการความรู้ ทุกคนเป็น Knowledge Worker

      CQI เกิดขึ้นในทุกองค์กร ทุกจุด ทำให้ดีขึ้น

      การจัดการความรู้ ต้องมีทุกระดับ และ ผู้บริหาร อาจต้องลงไปคลุกกับคนหน้างานด้วย จุดสำคัญ ต้องผสมกลมกลืน

      หากมองอีกมุม องค์กรที่มีการจัดการความรู้ จะมีสองโครงสร้่าง คือ แบบปิรามิด จาก อธิการไล่ลงมา แต่การใช้ KM เราใช้โครงสร้างแบบแนวระนาบไร้กระบวนท่า ไม่ขึ้นกับอำนาจสั่งการ เป็นการทำงานแบบไม่ทางการ จะสามารถใช้แบบผสมกลมกลืนได้

      องค์กรที่มีการจัดการความรู้ จะมีการสื่อสารหลายแนว จะมีการแลกเปลี่ยน ข้ามสายงาน ข้ามระนาบ

      เราเน้นความรู้ปฎิบัติ How to ผลอย่างไรที่เราทำได้อย่างนั้น ที่สำคัญ คือ ทำให้ดู หรือ เล่าเป็นเรื่องราว ใน Story หลายครั้งเป็นเรื่องจิตวิญญาณ ในกระบวนการเล่า หลายครั้ง คนระดับปฎิบัติการ มีทีเด็ด แต่ไม่มีใครถามเลย

JJ2010 ฅนสานฝัน