ประวัติเมืองชะอำ
ชะอำเดิมมีชื่อว่า “ชะอาน” เล่ากันว่าในสมัยกรุงศรีอยุธยาครั้งสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและสมเด็จพระเอกาทศรถ ยกทัพมาทางใต้ ทรงนำทัพมาทางใต้ ทรงนำทัพมาที่เมืองนี้เพื่อไพร่พล ช้าง ม้า และล้างอานม้า จึงได้ชื่อว่า “ชะอาน” ต่อมาชื่อนี้จึงเพี้ยนมาเป็น “ชะอำ” ชะอำครั้งอดีตเริ่มมีความเจริญทางด้านทางท่องเที่ยว ตั้งแต่ทางรถไฟสายใต้สร้างมาถึงในราวปี พ.ศ. 2459 ชายหาดชะอำเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่รู้จักกันมานานแล้ว แต่ในอดีตยังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร จนกระทั่งปี พ.ศ. 2464 พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ และพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชบริพารในสมัยนั้นได้ออกสำรวจพื้นที่ชายทะเลที่ชะอำ ได้ทรงมาจับจองที่ดินชายทะเลตำบลชะอำ
"ภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเยี่ยมราษฎร ณ สำนักงานเทศบาลตำบลชะอำในอดีต"
ชะอำในอดีตเป็นพื้นที่ในความดูแลของเขตอำเภอนายาง จังหวัดเพชรบุรี ชายทะเลชะอำสมัยก่อนเป็นป่า พื้นที่ส่วนด้านชายทะเลเป็นดงกระบองเพชรป่าหนามเสมาสลับกับต้นมะขามเทศและต้นรัก กฤารประกอบอาชีพในอดีตประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนา ทำไร่สับปะรด และทำการประมง หมู่บ้านชะอำนั้นตั้งอยู่หลังสถานีรถไฟบ้านชะอำทางทิศตะวันตกของทางรถไฟ หมู่บ้านชายทะเลนี้เป็นเป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ ที่บ้านปากคลอง และบ้านหนองแจง เมื่อชะอำเริ่มเป็นที่รู้จักว่า เป็นเมืองชายทะเลที่สงบเงียบ ธรรมชาติสวยงาม อีกทั้งมีแหล่งน้ำจืดที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้มีราษฎรอพยพมาปลูกสร้างบ้านเรือนอยู่อาศัยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากชุมชนเล็ก ๆ ขยายตัวเป็นชุมชนใหญ่ มีการรวมตัวจัดตั้งเป็นหมู่บ้าน ให้ชื่อว่าหมู่บ้าน “สหคาม” โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าแต่งตั้งพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระนราธิปประพันธ์พงษ์เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก พระบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ได้ทรงวางผังเมืองชะอำ วางผังเมืองชะอำ วางผังตัดถนน และมีพระประสงค์์เพื่อให้ชะอำเป็นที่พักตากอากาศตามแผนพัฒนาชะอำที่พระองค์ได้จัดทำขึ้น โดยมีกรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี และพระยามโนปกรณ์ฯ ร่วมเป็นที่ปรึกษา
ชะอำจึงเป็นเมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศไทยที่รู้จักกันในหมู่ชาวต่างประเทศและยังเป็นที่ตั้งของพระราชนิเวศน์มฤคทายวันซึ่งเป็นพระราชวังฤดูร้อน
ตราประจำเทศบาลเมืองชะอำ
"ชะอำเมืองน้ำทะเลใส หาดทรายขาว
เจ้าพ่อเขาใหญ่ศักดิ์สิทธิ์ คนจิตใจงาม"


ขอบคุณค่ะสำหรับประวัติเมืองชะอำ
เป็นอีกบรรยากาศหนึ่งของทะเล(สวย)
ค่ะ....มีโอกาศไปเที่ยวนะค่ะ...
อยากจะไปเที่ยวเมืองชะอำจังเลยอากาศร้อนแบบนี้ถ้าไปตอนเย็นคงจะเย็นดี
อยากไปเท่วจุง
เกล็ดประวัติ บ้านหนองแจง ชะอำ เพชรบุรี ปีพศ 2500-2530
ตอนที่1 หาดทราย สายลมเเห่งความสงบเงียบในอดีตเปนชายทะเลที่เงียบสงบสวยงามมาก ตามชายหาดนับตั้งแต่บางเก่า บ้านท่า บางเกตุ ปากคลอง วัดเนรัญชราราม สามแยก มาจนถึงหนองอีด้วง หนองเเจง(ชะอำใต้) บ้านพักจอมพลสฤษดิ์ ระยะทางราว7-8กม ประกอบด้วยหาดรายขาวละเอียดตลอดแนวฝั่ง หากมองไปทางทิศใต้ ถ้าอากาศปลอดโปร่ง จะมองเห็นได้ถึงเขาตะเกียบหัวหิน และ เทือกเขาสามร้อยยอดลอยปลายเเหลมสุดตา ถนนเลียบฝั่งเต็มไปด้วยหนามเสมา ตะบองยักษ์ ผักบุ้งทะเลเเละต้นรักดำรักขาวมากมาย หากยามใดมีพายุ พวกเราก้จะรอยคอไปเก็บหลักหอยเเมงภู่ ที่ลอยนำมาด้วยโป๊ะเเตก หรือ แย่งกันไปเก็บลูกส้มเปลือกหนาแคลิฟฟอร์เนียที่เรือใบจีน(เรือไอ้เง่)แตกเเล้วลอยน้ำมาเกยฝั่ง ชีวิตชาวชะอำยุคนั้น ชีวิตดิ้นรนมากต้องมีหลายอาชีพจึงจะอยู่รอด พอฤดูมรสุม ก้ต้องไปทำไร่ ทำนาปลูกข้าว ซึ่งสมัยก่อนเเห้งเเล้งด้วยชะอำไม่มีสาขาเเม่น้ำเพชรบุรีไหลผ่าน อาจ กล่าวได้ว่า เปนอำเภอที่ยากจนที่สุดของจังหวัดเพชรบุรีที่มีเพียง6อำเภอ ขัดสนขนาดไหน ลองคิดดูว่า มาเเข่งกีฬาสีของจังหวัด เเม้กลองเเต็กสักใบก้ไม่มี ต้องอาศัยจังหวะกลองของวัดอนไก่เตี้ยใน อ เมืองแทน กีฬาที่ชนะก็พอมีประเภทวิ่งเท้าเปล่าประภทเดียว ด้วยเคยวิ่งไบ่ต้อนวัวควายจนชินชานั้นเอง ความเจริญค่อยๆคืบคลานมาสู่ชะอำ เเละเจ้าของที่ดินเดิมเปลี่ยนย้ายถ่ายโอนให้ลูกหลานหรือกลุ่มทุนต่างๆ ในยุคเเรกนั้ ขอกล่าวถึงผู้มีพระคุณต่อชาวชะอำชายทะเล คือ ชาวอังกฤษJames Bakerและภรรยา(คนชะอำเรียกชื่อภาษาอังกฤษยาก เลยเรียกใหม่ว่า นายห้างขยำน้ำเคย) ได้เข้ามาตั้งสถานีน้ำมันCaltexที่สี่เเยกชะอำเปนเเห่งเรก แหม่มเบกอร์ท่านมีความรู้ด้านกาพยาบาลเเละทำคลอด ท่านช่วยชีวิตเด็กๆชาวชะอำไว้มากมาย ไม่ว่าจะดึกดื่นยามใด พอไปตามมาดูอาการ ก็ขับรถMorrisสีดำมาทันท่วงที พระคุณนีเชาวชะอำไม่ควรลืม
โปรดติดตามตอนที้2 ต่อไปกำเนิด โครงการหุบกะพง ใต้ร่มพระบารมีเเละIsrael กับผีนางตะเคียน