ผมมีลูกคนเดียวเป็นลูกชาย (โสด) ขณะนี้เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย และกำลังลาศึกษาต่อระดับบัณฑิตศึกษา

         นอกจากนี้ยังมีหลานชายอีก 2 คน หลานสาวอีก 4 คน หลานสาวคนเล็กสุดขณะนี้อายุ 10 ขวบ ชื่อ น้องครีม (ด.ญ.บุศนันทน์  อึ้งบำรุงพันธุ์) เป็นลูกคนเดียวของน้องสาวคนเล็กสุดของผม


น้องครีม (ด.ญ.บุศนันทน์  อึ้งบำรุงพันธุ์)

         ผมรักลูกและหลาน ๆ ทุกคนเท่าเทียมกันและมักจะหาโอกาสพูดคุยอบรมบ่มนิสัยทั้งทางตรงทางอ้อมในทุกโอกาสที่มีให้ทุกคน (1) เป็นคนใฝ่รู้ สนใจการเรียนให้มากเข้าไว้และให้สนใจคณิตศาสตร์กับภาษาอังกฤษเป็นพิเศษ (2) เล่นกีฬาให้เป็นสักอย่าง (3) เล่นดนตรีให้เป็นสักอย่าง และ (4) หัดทำตัวให้เป็นประโยชน์กับผู้อื่นอยู่เป็นประจำ

         และทุกคนก็น่ารัก พยายามปฏิบัติตามที่ผมแนะนำ สำเร็จมากน้อยบ้างไม่เท่ากัน คนที่หัวไว และทำได้ดีเป็นพิเศษในทุก ๆ ด้านคือ หลานสาวคนเล็กสุดคือ “น้องครีม” เรียนได้เกรด 4 ตลอดในทุกวิชา เป็นนักแบดมินตัน เล่นขิม มีจิตใจที่ดีงามมุ่งมั่นและ มีความเป็นนักกีฬาเต็มตัว

         ตอนที่ “น้องครีม” อายุ 8 ขวบ เคยไปแข่งแบดมินตันชิงถ้วยใหญ่ของ กทม. เพื่อชิงแชมป์สำหรับเด็กอายุ 9 ขวบ ซึ่งเป็นการแข่งครั้งแรก ๆ ในชีวิตของเธอ และต้องไปแข่งกับคนที่มีประสบการณ์มากกว่าและอายุมากกว่า แต่เธอก็ทำได้ดีถึงกับได้เหรียญทองแดงมาเป็นเหรียญแรก

         เนื่องจากเป็นหลานสาวคนเล็กสุดและสนิทกันเป็นพิเศษ เมื่อโดนอ้อนให้ไปเชียร์ผมก็มักจะหาโอกาสไปให้กำลังใจถึงขอบสนามอยู่บ่อย ๆ บางครั้งถึงกับลงไปนั่งเก้าอี้เป็น coach เองที่ขอบสนามก็เคย จนมีบางคนคิดว่าเป็นลูกสาวและมาทาบทามขอให้ไปเข้าฝึกซ้อมในสังกัดเดียวกับลูกเขา เพื่อจะได้ทำชื่อเสียงให้กับค่าย

         ปีที่แล้ว “น้องครีม” อายุ 9 ขวบ เธอตระเวนแข่งขันแชมป์แบดมินตันหญิงอายุ 9 ขวบทั่วราชอาณาจักร กวาดแชมป์ทั้งประเภทเดี่ยวและประเภทคู่มาฝากผมจนนับไม่ถ้วน ตอนที่ยังไม่ค่อยจะได้แชมป์ ผมเคยสัญญาว่าถ้าได้เหรียญทองมาฝากจะให้รางวัลหลายอย่างรวมทั้งสัญญาว่าจะนำเรื่องราวและรูปของเธอลง blog ด้วย แต่พอได้แชมป์มาจำนวนมากจริง ๆ ผมกลับทำเป็นลืมสัญญาและไม่ยอมนำเอาเรื่องและรูปเธอลง blog จนกระทั่งวันนี้จึงนำมาลง อ้าว! ทำไมหรือครับ ?

         ทุกท่านลองคิดดู กว่าจะได้แชมป็มา ผมว่ามันน่าสงสารมาก ต้องซ้อมอย่างหนัก ผมเคยไปเชียร์เธอระหว่างการแข่งในรอบแรก ๆ ครั้งหนึ่ง หลังจากชนะผู้แข่งขันได้เธอเดินออกจากสนามมาบอกผมว่า “ลุงบูลย์ น้องครีมเจ็บเข่า” ผมต้องขับรถไปหาซื้อที่รัดเข่ามาช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวด และ “น้องครีม” ต้องแข่งขันไปในสภาพเช่นนั้นต่อไปอีกหลาย match จนกว่าได้แชมป์ทั้งประเภทเดี่ยวและคู่

         อีกอย่างหนึ่งคือ ผมสังเกตเห็นว่าแชมป์ในรุ่น 13 ขวบก็เจ็บเข่าทั้ง 2 ข้างเช่นกัน แถมกล้ามเนื้อเธอใหญ่โตจนแบบจะเป็นนักกล้าม (ทั้ง ๆ ที่หน้าตาสวยมาก) ท่าทางดูไม่ค่อยจะเหมือนสุภาพสตรีโดยทั่วไปนักและคิดว่าต่อไปอีกไม่นาน “น้องครีม” ก็คงจะต้องเป็นเช่นนี้ (ตามภาพคู่ด้านล่าง)


น้องครีม (เสื้อขาว) และแชมป์ในรุ่น 13 ขวบ

         ตัวผมเองก็เคยชอบเล่นแบดมินตันมากมาก่อนเช่นกัน ของแถมที่เป็นผลพลอยได้ (เสีย) ก็คือ เคยได้รับการผ่าตัดเรื่องหมอนรองกระดูกที่บริเวณหลังก็เนื่องมาจากการเล่นแบดมินตันและเป็นจุดอ่อนประจำตัวผมมาจนทุกวันนี้รวม ๆ แล้วผมเริ่มทนเห็นหลานต้องซ้อมหนักจนไม่ค่อยจะมีเวลาไปมาหาสู่กันเหมือนเดิม กอปรกับเห็นหลานได้รับบาดเจ็บเกรงว่าจะเป็นเช่นเดียวกันกับผมด้วยอีกคน และเห็นเพื่อน ๆ รุ่นพี่ของหลานอยู่ในสภาพเช่นไรกันแล้ว ทำให้ผมเริ่มลังเลที่จะลุ้นให้เธอเดินไปบนเส้นทางนี้

         แต่สุดท้าย ณ วันนี้ “น้องครีม” รวมทั้งคุณพ่อคุณแม่ของเธอยังคงมีความสุขดีกับชีวิตบนเส้นทางสายนี้ ตัวผมเองก็เริ่มทำใจได้ จึงลงมือเขียนบันทึกนี้ขึ้นมาก็เพื่อทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้นานแล้ว (Better late than never.)

         และอีกอย่างก็ด้วยความรักและคิดถึง “น้องครีม” อย่างมาก เนื่องจากตลอด 2 – 3 เดือนที่ผ่านมาไม่ได้พบหน้ากันเลย ต่างคนต่างยุ่งอยู่กับภารกิจในเส้นทางของตัวเอง ผมยุ่งอยู่ที่พิษณุโลก “น้องครีม” เรียนอยู่นนทบุรี

         ถ้า “น้องครีม” เป็นลูกหรือหลานท่าน ท่านจะทำตัวหรือให้คำแนะนำต่อไปอย่างไรดีครับ?

 

         วิบูลย์ วัฒนาธร