หน้า ๑๘ เล่ม ๑๒๕ ตอนพิเศษ ๒๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ปรับปรุงแก้ไขการกำหนดเขตพื้นที่การศึกษา และกำหนดเขตพื้นที่การศึกษาเพิ่มเติม พ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงแก้ไขประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง กำหนดเขตพื้นที่ การศึกษา ประกาศ ณ วันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๔๖ ให้มีความสอดคล้องกับแนวทางการบริหารและ จัดการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ ส่งเสริมคุณภาพการศึกษา สามารถยกระดับคุณภาพผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนของผู้เรียนให้ได้ตามมาตรฐานการศึกษา อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๓๗ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ พ มาตรา ๓๓ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยคำแนะนำของสภาการศึกษา เมื่อคราวประชุม ครั้งที่ ๑ วันที่ ๙ มกราคม ๒๕๕๑ จึงปรับปรุงการกำหนดเขตพื้นที่การศึกษาที่กำหนดไว้เดิม และกำหนดเขต พื้นที่การศึกษาเพิ่มเติมในจังหวัด กาญจนบุรี เชียงใหม่ ปราจีนบุรี มหาสารคาม เลย พัทลุง และ อุทัยธานี จังหวัดละ ๑ เขต ดังต่อไปนี้ ๑ อำเภอด่านมะขามเตี้ย และอำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาญจนบุรี เขต ๑ ตั้งอยู่ที่ อำเภอเมืองกาญจนบุรี ๒ และอำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาญจนบุรี เขต ๒ ตั้งอยู่ที่ อำเภอพนมทวน ๓ และอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาญจนบุรี เขต ๓ ตั้งอยู่ที่ อำเภอทองผาภูมิ ๔ และอำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาญจนบุรี เขต ๔ ตั้งอยู่ที่ อำเภอบ่อพลอย หน้า ๑๙ เล่ม ๑๒๕ ตอนพิเศษ ๒๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ๕ อำเภอสันกำแพง และอำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต ๑ ตั้งอยู่ที่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ๖ แตง อำเภอสะเมิง และอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต ๒ ตั้งอยู่ที่ อำเภอแม่ริม ๗ อำเภอแม่อาย อำเภอเวียงแหง และอำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต ๓ ตั้งอยู่ที่ อำเภอฝาง ๘ อำเภอหางดง อำเภอแม่วาง และอำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต ๔ ตั้งอยู่ที่ อำเภอสันป่าตอง ๙ อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต ๕ ตั้งอยู่ที่ อำเภอฮอด ๑๐ จังหวัดเชียงใหม่ ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต ๖ ตั้งอยู่ที่ อำเภอจอมทอง ๑๑ อำเภอประจันตคาม อำเภอศรีมหาโพธิ์ อำเภอศรีมโหสถ และอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปราจีนบุรี เขต ๑ ตั้งอยู่ที่ อำเภอเมืองปราจีนบุรี ๑๒ จังหวัดปราจีนบุรี ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปราจีนบุรี เขต ๒ ตั้งอยู่ที่ อำเภอกบินทร์บุรี ๑๓ อำเภอศรีนครินทร์ อำเภอศรีบรรพต และอำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพัทลุง เขต ๑ ตั้งอยู่ที่ อำเภอเมืองพัทลุง หน้า ๒๐ เล่ม ๑๒๕ ตอนพิเศษ ๒๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ๑๔ อำเภอเขาชัยสน อำเภอบางแก้ว อำเภอป่าบอน และอำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพัทลุง เขต ๒ ตั้งอยู่ที่ อำเภอตะโหมด ๑๕ อำเภอกันทรวิชัย อำเภอแกดำ และอำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต ๑ ตั้งอยู่ที่ อำเภอเมืองมหาสารคาม ๑๖ อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย อำเภอนาดูน อำเภอยางสีสุราช และอำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต ๒ ตั้งอยู่ที่ อำเภอวาปีปทุม ๑๗ อำเภอเชียงยืน อำเภอกุดรัง และอำเภอชื่นชม จังหวัดมหาสารคาม ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต ๓ ตั้งอยู่ที่ อำเภอโกสุมพิสัย ๑๘ อำเภอปากชม อำเภอเชียงคาน และอำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเลย เขต ๑ ตั้งอยู่ที่ อำเภอเมืองเลย ๑๙ อำเภอเอราวัณ อำเภอหนองหิน และอำเภอภูหลวง จังหวัดเลย ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเลย เขต ๒ ตั้งอยู่ที่ อำเภอวังสะพุง ๒๐ อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเลย เขต ๓ ตั้งอยู่ที่ อำเภอด่านซ้าย ๒๑ อำเภอทัพทัน และอำเภอสว่างอารมณ์ จังหวัดอุทัยธานี ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุทัยธานี เขต ๑ ตั้งอยู่ที่ อำเภอเมืองอุทัยธานี ๒๒ อำเภอห้วยคต และอำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุทัยธานี เขต ๒ ตั้งอยู่ที่ อำเภอหนองฉาง หน้า ๒๑ เล่ม ๑๒๕ ตอนพิเศษ ๒๔ ง ราชกิจจานุเบกษา ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ ๑๘ มกราคม พ วิจิตร ศรีสอ้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
.ศ. ๒๕๕๑.ศ. ๒๕๔๒ และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๘ และ.ศ. ๒๕๔๖/๒๕๕๑. เขตพื้นที่การศึกษากาญจนบุรี เขต ๑ ประกอบด้วยท้องที่ อำเภอเมืองกาญจนบุรี อำเภอท่าม่วง. เขตพื้นที่การศึกษากาญจนบุรี เขต ๒ ประกอบด้วยท้องที่ อำเภอพนมทวน อำเภอท่ามะกา. เขตพื้นที่การศึกษากาญจนบุรี เขต ๓ ประกอบด้วยท้องที่ อำเภอทองผาภูมิ อำเภอไทรโยค. เขตพื้นที่การศึกษากาญจนบุรี เขต ๔ ประกอบด้วยท้องที่ อำเภอบ่อพลอย อำเภอเลาขวัญ. เขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต ๑ ประกอบด้วยท้องที่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ อำเภอดอยสะเก็ด. เขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต ๒ ประกอบด้วยท้องที่ อำเภอแม่ริม อำเภอพร้าว อำเภอแม่. เขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต ๓ ประกอบด้วยท้องที่ อำเภอฝาง อำเภอเชียงดาว. เขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต ๔ ประกอบด้วยท้องที่ อำเภอสันป่าตอง อำเภอสารภี. เขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต ๕ ประกอบด้วยท้องที่ อำเภอฮอด อำเภออมก๋อย และ. เขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต ๖ ประกอบด้วยท้องที่ อำเภอจอมทอง และอำเภอแม่แจ่ม. เขตพื้นที่การศึกษาปราจีนบุรี เขต ๑ ประกอบด้วยท้องที่ อำเภอเมืองปราจีนบุรี. เขตพื้นที่การศึกษาปราจีนบุรี เขต ๒ ประกอบด้วยท้องที่ อำเภอกบินทร์บุรี และอำเภอนาดี. เขตพื้นที่การศึกษาพัทลุง เขต ๑ ประกอบด้วยท้องที่ อำเภอเมืองพัทลุง อำเภอควนขนุน. เขตพื้นที่การศึกษาพัทลุง เขต ๒ ประกอบด้วยท้องที่ อำเภอตะโหมด อำเภอกงหรา. เขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต ๑ ประกอบด้วยท้องที่ อำเภอเมืองมหาสารคาม. เขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต ๒ ประกอบด้วยท้องที่ อำ เภอวาปีปทุม. เขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต ๓ ประกอบด้วยท้องที่ อำเภอโกสุมพิสัย. เขตพื้นที่การศึกษาเลย เขต ๑ ประกอบด้วยท้องที่ อำเภอเมืองเลย อำเภอนาด้วง. เขตพื้นที่การศึกษาเลย เขต ๒ ประกอบด้วยท้องที่ อำเภอวังสะพุง อำเภอผาขาว อำเภอภูกระดึง. เขตพื้นที่การศึกษาเลย เขต ๓ ประกอบด้วยท้องที่ อำเภอด่านซ้าย อำเภอภูเรือ และ. เขตพื้นที่การศึกษาอุทัยธานี เขต ๑ ประกอบด้วยท้องที่ อำเภอเมืองอุทัยธานี อำเภอหนองขาหย่าง. เขตพื้นที่การศึกษาอุทัยธานี เขต ๒ ประกอบด้วยท้องที่ อำเภอหนองฉาง อำเภอลานสัก.ศ. ๒๕๕๑
:: กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์การแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ. 2546 ข้อที่ 1-8
อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 8 และ มาตรา 34 วรรคสี่ แห่ง พระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ในกฎกระทรวงนี้
"สำนักงานเขต" หมายความว่า สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในแต่ละเขตพื้นที่การศึกษา
ข้อ 2 การแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานเขต ให้กำหนดตามแนวทางดังต่อไปนี้
(1) สอดคล้องกับภารกิจหลักและรองรับการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาจากกระทรวงศึกษาธิการ
(2) มีความเป็นเอกภาพในทางการบริหารจัดการ มีความยืดหยุ่น และพร้อมต่อการปรับเปลี่ยน
(3) มุ่งสัมฤทธิ์ผลตามภารกิจ ความคุ้มค่า ลดขั้นตอนการบริหาร เพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลการบริหารจัดการ
(4) คำนึงถึงระดับ ประเภท ปริมาณและคุณภาพของสถานศึกษา ผู้รับบริการและความเหมาะสมด้านอื่น
ข้อ 3 ให้สำนักงานเขตมีส่วนราชการ ดังต่อไปนี้
(1) กลุ่มอำนวยการ
(2) กลุ่มบริหารงานบุคคล
(3) กลุ่มนโยบายและแผน
(4) กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา
(5) กลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา
นอกจากส่วนราชการตาม (1) ถึง (5) แล้ว ในระยะเริ่มแรก สำนักงานเขตอาจจัดตั้งกลุ่มส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษา เพื่อทำหน้าที่ส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษา โดยให้ยุบเลิกภายในสามปีนับตั้งแต่มีการจัดตั้งส่วนราชการดังกล่าวด้วยก็ได้
ข้อ 4 เพื่อให้การแบ่งส่วนราชการและการกำหนดอำนาจหน้าที่ของสำนักงานเขตเหมาะสมกับภารกิจ ปริมาณ และคุณภาพการจัดการศึกษาในแต่ละเขตพื้นที่การศึกษา สำนักงานเขตอาจมีส่วนราชการสำหรับเขตพื้นที่การศึกษานั้นมากกว่าที่กำหนดไว้ใน ข้อ 3 ก็ได้ ทั้งนี้ โดยความเห็นชอบคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ในการจัดให้มีส่วนราชการตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานอาจเสนอให้แบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานเขตเป็นศูนย์ หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่ากลุ่มก็ได้
ข้อ 5 กลุ่ม ศูนย์ หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่ากลุ่มอาจแบ่งส่วนราชการเป็นกลุ่มงาน หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่ากลุ่มงาน
การแบ่งส่วนราชการเป็นกลุ่มงาน หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่ากลุ่มงานให้ทำเป็นประกาศสำนักงานเขต โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
ข้อ 6 ในการระบุอำนาจหน้าที่ของแต่ละส่วนราชการไว้ในประกาศกระทรวงตาม มาตรา 34 แห่ง พระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ให้ระบุอำนาจหน้าที่ของสำนักงานเขตโดยให้สำนักงานเขตมีหน้าที่ดำเนินการให้เป็นไป ตามอำนาจหน้าที่ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ และมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(1) จัดทำนโยบาย แผนพัฒนา และมาตรฐานการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบาย มาตรฐานการศึกษา แผนการศึกษา แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานและความต้องการของท้องถิ่น
(2) วิเคราะห์การจัดตั้งงบประมาณเงินอุดหนุนทั่วไปของสถานศึกษา และหน่วยงานในเขตพื้นที่การศึกษา และแจ้งการจัดสรรงบประมาณที่ได้รับให้หน่วยงานข้างต้นรับทราบ รวมทั้งกำกับ ตรวจสอบ ติดตามการใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยงานดังกล่าว
(3) ประสาน ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาหลักสูตรร่วมกับสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา
(4) กำกับ ดูแล ติดตาม และประเมินผลสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และในเขตพื้นที่การศึกษา
(5) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และรวบรวมข้อมูลสารสนเทศด้านการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา
(6) ประสานการระดมทรัพยากรด้านต่าง ๆ รวมทั้งทรัพยากรบุคคล เพื่อส่งเสริม สนับสนุนการจัดและพัฒนาการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา
(7) จัดระบบการประกันคุณภาพการศึกษา และประเมินผลสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา
(8) ประสาน ส่งเสริม สนับสนุน การจัดการศึกษาของสถานศึกษาเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งบุคคล องค์กรชุมชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันอื่นที่จัดรูปแบบที่หลากหลายในเขตพื้นที่การศึกษา
(9) ดำเนินการและประสาน ส่งเสริม สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา
(10) ประสาน ส่งเสริม การดำเนินงานของคณะอนุกรรมการ และคณะทำงานด้านการศึกษา
(11) ประสานการปฏิบัติราชการทั่วไปกับองค์กรหรือหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในฐานะสำนักงานผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการในเขตพื้นที่การศึกษา
(12) ปฏิบัติหน้าที่อื่นเกี่ยวกับกิจการภายในเขตพื้นที่การศึกษาที่มิได้ระบุให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานใดโดยเฉพาะ หรือปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้มอบหมาย
สำนักงานเขตอาจมีอำนาจหน้าที่นอกเหนือไปจากที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่งก็ได้ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ข้อ 7 การระบุอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการภายในสำนักงานเขตให้พิจารณาตามความจำเป็นและความเหมาะสม โดยให้อยู่ในแนวทางที่กำหนดใน ข้อ 2
ข้อ 8 ให้เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีอำนาจตีความ และวินิจฉัยปัญหาอันเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้
:: ให้ไว้ ณ วันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2546
:: (ลงชื่อ) ปองพล อดิเรกสาร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
*หมายเหตุ : - เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจาก มาตรา 34 วรรคสี่ แห่ง พระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 บัญญัติให้การแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้