การเลี้ยงมดแดง

นิต
การเลี้ยงมดแดงเพื่อบริโภค

    

 

 

    ไข่มดแดงเป็นอาหารอันโอชะของชาวชนบทในภาคอีสานมานาน พบได้ในช่วงหน้าร้อนประมาณต้นเดือนมีนาคม-ประมาณเดือนมิถุนายน ในปัจจุบันการบริโภคไข่มดแดงกำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั้งในชนบทและในสังคมเมือง เนื่องจากเป็นอาหารที่ได้จากธรรมชาติ ปลอดจากสารเคมีใดๆ แถมยังมีรสชาติอร่อย มีคุณค่าทางโภชนาการสูง สามารถนำมาทำอาหารได้หลากหลาย เช่น ยำไข่มดแดง ห่อหมกไข่มดแดง แกงส้มไข่มดแดง ต้มยำปลาช่อนไข่มดแดง แกงผักหวานใส่ไข่มดแดง เป็นต้น แต่เนื่องจากเป็นของที่หายากมีเฉพาะฤดูกาลจึงมีราคาสูง หลายคนจึงหันมาเลี้ยงมดแดงเพื่อบริโภคและขายเป็นอาชีพเสริม

     การเลี้ยงมดแดงทำง่ายมากแทบไม่ต้องลงทุนเลย ก่อนอื่นต้องมีต้นไม้ก่อน มดแดงชอบอยู่บนต้นไม้ที่มีทรงพ่มหนา ไม่ผลัดใบ ควรเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ถ้าสูงไปจะทำให้เก็บไข่ลำบาก ต้นไม้ที่นิยมใช้คือ  ไม้ผลชนิดต่างๆ เช่น มะม่วง ลำใย มะปราง ขนุน เป็นต้น มาถึงการเลี้ยง ถ้ามีมดแดงอยู่แล้วก็ไม่ต้องหาเพิ่ม ถ้ามีน้อยหรือไม่มีเราก็หารังมดแดงมาเพิ่มโดยยกมาทั้งรัง เพื่อที่เราจะได้ตัวนางพญามาด้วย ถ้าไม่มีนางพญารังก็จะร้างในเวลาต่อมา เราต้องหารังใหม่มาแทน พอได้มดแดงพอแล้ว ก็ปล่อยให้มดแดงหากินเองตามธรรมชาติ จนกว่าจะถึงปลายฤดูหนาว เราก็เริ่มเลี้ยงมดแดง โดยจัดหาน้ำใส่กระป๋องพลาสติกนำไปห้อยไว้ที่โคนต้นไม่ที่มีรังมด จากนั้นเมื่อเรามีเศษอาหารประเภทเนื้อสัตว์ เช่น เศษปลา เศษเนื้อหมู,ไก่,ก็จะนำไปเทไว้ที่โคนต้นไม้มดแดงก็จะลงมากินและคาบไปที่รัง หมั่นเปลี่ยนน้ำทุก 7 วัน เพื่อตัดวงจรของลูกน้ำยุง และเป็นการตรวจสอบระดับน้ำด้วย ถ้าสามารถฉีดน้ำใส่ต้นไม้ให้เหมือนฝนตกสัปดาห์ละครั้งจะดีมาก มดแดงจะให้ผลผลิตเร็วขึ้น พอย่างเข้าสู่ฤดูร้อนเราก็สามารถเก็บไข่มดแดงได้

     การเก็บไข่ทำได้โดยการแหย่ไข่มดแดง โดยนำภาชนะเช่นถังน้ำ หรือตะกร้า มัดใส่ที่ปลายไม้ เพื่อรองรับไข่มดแดงเมื่อเราแหย่รังมด ไข่จะตกลงที่ถังน้ำ เราก็นำลงมาเทใส่ถังอีกใบที่มีน้ำ แล้วก็แยกไข่ออกจากตัวมด นำไปปรุงอาหารหรือไปจำหน่าย เราสามารถเก็บผลผลิตได้เรื่อยๆ จนเข้าสู่ต้นฤดูฝน โดยทิ้งระยะเวลาพอสมควรเพื่อให้มดแดงออกไข่ใหม่

      มีชาวบ้านหลายคนใช้วิธีโรยแป้งมันใส่ตัวมดเพื่อให้สามารถแยกมดออกจากไข่ได้ง่าย แต่เป็นวิธีที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะมดแดงเมื่อถูกแป้งมัน ในจะพยายามใช้ปากของมันเลียแป้งออกจากตัวทำให้แป้งมันผสมกับน้ำลายมดแดงเกิดเป็นยางเหนียวติดทำให้มดแดงตายหมด ยิ่งถ้าเป็นมดนางพญาแล้วด้วย จะทำให้รังมดแดงรั้งนั้นร้างไม่สามารถสืบเผ่าพันธุ์ได้เลย วิธีนี้ทำให้ประชากรมดแดงลดลงอย่างรวดเร็ว มีผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ของแมลงอย่างมาก ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปสถานการณ์มดแดงในธรรมชาติคงเข้าขั้นวิกฤติในไม่ช้า

      มดแดงจะอ่อนใหวกับสารเคมีต่างๆมาก ถ้ามีการฉีดยาฆ่าแมลงหรือสารเคมี มดจะตายหรือย้ายรังหนี ดังนั้นเจ้าของสวนผลไม้ที่เลี้ยงมดแดงเสริม จะได้ผลไม้ปลอดสารด้วย ถ้าเราไปซื้อผลไม้ที่สวนให้สังเกตุว่าที่ต้นไม้มีรังมดแดงหรือไม่ ถ้ามีก็มั่นใจได้เลยว่าท่านจะได้ผลไม้ที่ปลอดสารแน่นอน

 

 

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เกษตรหลังบ้าน

คำสำคัญ (Tags)#ไข่มดแดง#การเลี้ยงมดแดง#การแหย่ไข่มดแดง#นางพญามดแดง#สถานการณ์มดแดงกำลังน่าเป็นห่วง

หมายเลขบันทึก: 347753, เขียน: 28 Mar 2010 @ 15:44 (), แก้ไข: 06 Sep 2013 @ 22:40 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน, ความเห็น: 7, อ่าน: คลิก


ความเห็น (7)

ขอบคุณมากค่ะ ที่นำความรู้มาให้รู้จักมดแดงมากยิ่งขึ้น

ครูอ้อย ชอบกินไข่มดแดงทอดกับไข่ค่ะ

ขอบคุณครับครูอ้อยที่แวะเข้ามาทักทาย ใครมีเมนูการทำอาหารไข่มดแดงหรือเทคนิคการเลี้ยงมดแดงใหม่ๆก็เอามาแชร์กันได้นะครับ

นิต

ตามมาอ่านคะ....เป็นคนอีสาน...กินก้อยไข่มดแดงมาตั้งแต่เด็ก...นำมาทำอาหารได้หลายอย่าง...

ไข่มดแดงถือเป็นอาหารชั้นสูงนะ....เพราะมันอยู่สูง...ราคาแพงด้วย...

อ่านไป...ยิ้มไป...คิดถึงตอนเป็นเด็ก....ตอนไปแหย่ไข่มดแดง...

วันนี้ไปแหย่ไข่มดที่เลี้ยงไว้ครับ รังเดียวได้เยอะมากเลย ทำแกงส้มปลาช่อนไข่มดแดง อร่อยมากเลยครับ แถมยังเหลือเก็บไว้กินอีก วันนี้ทดลองทำไข่มดแดงแห้งครับ เอาไข่มดแดงมาลวกน้ำร้อนให้สุก แล้วนำมาผึ่งแดดให้แห้ง เก็บใส่ภาชนะที่ปิดสนิทใส่ช่องแช่แข็ง ถ้าได้ผลดี เราคงจะได้กินไข่มดแดง นอกฤดูกันหล่ะ เวลาจะกินคิดว่า จะเอามาแช่น้ำแล้วลวกอีกทีเหมือนหน่อไม้แห้ง คงจะนำมาทำอาหารทานได้

suvit16
IP: xxx.173.244.167
เขียนเมื่อ 

ผมทดลองดูแล้วนะครับแป้งมันไม่ทำให้มดแดงตายแต่แช่น้ำทำให้มดแดงบางส่วนจมน้ำตายไ่ม่เชื่อลองทำเปรียบเทียบดูนะครับ

IP: xxx.120.231.24
เขียนเมื่อ 

อย่ากินเลยครับ

กินไรก้อได้ให้อิ่มก้อน่าจาพอ

IP: xxx.120.231.24
เขียนเมื่อ 

กินไข่มดแดงก็ไม่ต่างอะไรจากทำแท้งเด็กทั้งโรงพยาบาล