สุภาษิตไทยมีมาตั้งแต่เมื่อใดข้าพเจ้าไม่ทราบ แต่ยังคงใช้ได้ดีในปัจจุบันนี้

กิจกรรมที่กำลังดำเนินอยู่ในท้องถนน มีการต่อรอง มีการเดินหน้า ถอยหลัง เดินไปข้างๆ เดินไปข้างหลัง คนหนึ่งรุก คนหนึ่งถอย มีเหตุร้าย มีสิ่งดีบังเกิด (มองยากหน่อย) มีกิเลส (โลภ โกรธ หลง) ล้วนแต่เป็นลีลาชีวิตของคนจำนวนหนึ่งที่มีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน แต่ถ้าโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ไปอีกสัก ๖๐ รอบ  ตัวละครและผู้ชมในขณะนี้ก็แทบจะหมดไปแล้ว  เช่นเดียวกับรูปภาพสมัยรัชกาลที่ ๕ ที่เราเห็นภาพผู้คนมากมาย แต่ปัจจุบันไม่มีท่านใดอยู่แล้ว

จึงคิดถึงสุภาษิตหรือคำพังเพยได้จำนวนหนึ่ง พอจะเอามาเอ่ยได้เหมาะกับสิ่งที่เห็นพอดี

ถ้า ก เกรงใจ ข แล้ว ข เกรงใจ ก ด้วย - เอาใจเขามาใส่ใจเรา

ถ้า อ เกรงใจ จ แล้ว จ ยิ่งได้ใจจะเอามากขึ้นอีก - ได้คืบจะเอาศอก

ถ้า จ ว ณ เห็นโอกาสที่จะได้ประโยชน์ ก็รีบทำการหาประโยชน์ - น้ำขึ้นให้รีบตัก

ถ้า ท พูดอะไรที่ไม่ถูกแล้ว คนที่ด้อยกว่าทำตามหรือยกย่อง - นายว่าขี้ข้าพลอย

ถ้า จ ว ณ ทำบางสิ่งแล้ว ห ซึ่งมีจุดประสงค์บางอย่างมาสมทบด้วยเพื่อเป้าหมายของตน - เห็นแก่ตัว

แม่ทัพ ท บอกไพร่พลว่า เมื่อใดที่รบกัน ฉันออกไปนำหน้าเอง (ตอนนี้แกออกหน้าไปก่อน) แต่เมื่อรบจริง แม่ทัพก็ยังไม่ออกมา - ปากว่าตาขยิบ, ดีแต่ปาก, โม้

แม่ทัพที่นำไพร่พลออกไปรบ ตนเองอยู่หน้า จะสั่งไพร่พลว่า ทั้งหมดตามข้าพเจ้ามา

แม่ทัพที่ส่งไพร่พลออกไปรบ ตนอยู่แนวหลัง จะสั่งไพร่พลว่า พวกเราบุก

 

ชีวิตคนคนหนึ่งอยู่นานมากน้อยต่างๆ กัน แต่เกือบทั้งหมดก็ไม่เกิน ๑๐๐ ปี  ใน ๑๐๐ ปี ถ้าจะใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือย จะใช้เงินสักเท่าใด หากใช้อย่างพอสมควรจะใช้เงินสักเท่าใด  เคยคุยกับเพื่อนอเมริกันคนหนึ่ง เขาบอกว่าครอบครัวเขาไม่เคยคุยกันเรื่องที่จะตายเลย ป่วยหนักเท่าไรก็ไปโรงพยาบาล แล้วก็จะกลับออกมาใหม่  คนที่ไม่เคยคิดว่าจะตายเมื่อใด อาจจะสะสมสิ่งของเงินทองมากอย่างไม่จำกัด ตามแต่จะเห็นช่องทาง