CQI การดูแลแผลเบาหวาน

การพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง(CQI)งานอุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน   โรงพยาบาลห้วยแถลง

เรื่อง การดูแลแผลเบาหวาน

โดย นายพสิษฐ์  วิริยะสิริกร  พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ

 

ที่มาและความสำคัญ

สืบเนื่องมาจากผู้ป่วยเบาหวาน เป็นโรคเรื้อรังที่ต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องซึ่งอาจจะมีภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญหลายอย่างเช่น  หัวใจ  ไต   ระบบประสาท  และอาจจะเกิดแผลที่อวัยวะส่วนปลายโดยเฉพาะแผลที่เท้าได้ง่ายกว่าคนปกติที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน  การรักษาแผลเบาหวาน  นอกจากจะใช้ระยะเวลาในการรักษาที่นานกว่าปกติแล้ว  ยังมีหลายปัจจัยที่ก่อให้เกิดความยุ่งยากในการดูแลรักษาแผลเบาหวานอีกหลายอย่างซึ่งล้วนแล้วแต่ทำให้เกิดการสิ้นเปลืองทรัพยากรและการเกิดความเบื่อหน่ายต่อการรักษาทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการอีกด้วย

ปัจจุบัน วิทยาการและความรู้ในการดูแลผู้ป่วยได้ก้าวหน้าไปเป็นอย่างมาก ทั้งในเรื่องของการรักษาโดยใช้ยา    การใช้สมุนไพร   การใช้ศาสตร์แขนงอื่นๆในการรักษา  ซึ่งล้วนแต่มีประโยชน์ในการดูแลผู้ป่วยเป็นอย่างยิ่ง  รวมไปถึงนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยให้แผลเบาหวานหายเร็วขึ้น  แต่อาจจะมีข้อจำกัดในด้านงบประมาณเพราะการรักษาด้วยเทคนิคบางอย่างต้องนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ซึ่งอาจจะไม่สามารถดำเนินการได้

จากปัญหาดังกล่าวข้างต้นึ่งล้วนแต่มีประโยชน์ในการดูแลผ จึงได้เกิดความคิดที่ว่าหากเรารู้จักประยุกต์และนำทรัพยากรที่เรามีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์ก็จะเป็นผลดีต่อการดูแลผู้ป่วยได้ไม่มากก็น้อย   การที่เราจะช่วยให้แผลเบาหวานหายได้เร็วขึ้นก็มีหลายวิธี  ทั้งการใช้การศัลยกรรม  การใช้เครื่องมือพิเศษต่างๆ แต่วิธีที่น่าสนใจคือ การใช้เครื่องชะล้างแผลแบบ VersaJet  แต่ราคาค่อนข้างแพงมาก อาจจะไม่เกิดความคุ้มทุนหากต้องซื้อเครื่องมือชนิดนี้ในการมาทำแผลผู้ป่วยเบาหวาน    การใช้วิธีนี้เป็นวิธีทางหนึ่งในการช่วยให้แผลผู้ป่วยหายได้เร็วขึ้นโดยอาศัยหลักการชะล้างบาดแผลโดยไม่ก่อให้เกิดการทำลาย Granulation Tissue  นั่นเอง  เพราะโดยปกติแล้วเราก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าผู้ป่วยเบาหวานแผลจะหายช้าเนื่องจากเลือดไปเลี้ยงส่วยปลายไม่ดี  รวมถึงภาวการณ์ติดเชื้อได้ง่ายก็ส่งผลให้แผลหายช้าลง   การทำแผลในอดีตจะใช้สำลีเช็ดที่บริเวณแผลโดยตรง ทำให้เช็ดเอา Granulation tissue ส่วนที่กำลังจะเกิดใหม่ออกไปด้วย   จึงเกิดความคิดที่ว่า  จะเป็นการดีที่เราสามารถลดการทำลาย Granulation Tissue  เหล่านี้  แต่จะทำอย่างไรเมื่อเรายังต้องทำความสะอาดแผลทุกวัน

หลังจากที่ได้มีโอกาสไปอบรมเรื่องการดูแผลเบาหวานและได้ไปศึกษาดูงานหลายๆที่  ก็พบปัญหาเช่นเดียวกันคือ  ผู้ป่วยเบาหวานที่เป็นแผลจะหายช้าและต้องใช้เวลาในการทำแผลนานกว่าแผลทั่วไป   จึงคิดหาวิธีการว่าทำอย่างไรแผลเบาหวานจึงจะหายได้เร็วขึ้น จึงได้ทดลองใช้ Syring Irrigate แผลแทนการเช็ดแผลโดยตรงก็พบว่าแผลหายเร็วขึ้นกว่าเดิมอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่ที่ทำแผลก็ต้องมีความรู้และปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้องเหมาะสม รวมถึงการควบคุมอาหารการรับประทานยาซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมการหายของแผลร่วมด้วย