วันที่25-26 มี.ค.53 ผมเดินทางมานครพนมอีกครั้ง ครั้งนี้ติดตามท่านอ.ไพบูลย์   วัฒนศิริธรรม ครับ  ท่าน  อ.ไพบูลย์ สนใจที่จะเรียนรู้กับชุมชนที่มีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนแล้วมีความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และส่วนการปกครองท้องที่ได้เป็นอย่างดีนั้นเป็นอย่างไร ที่ ต.วังยาง อ.วังยาง จ.นครพนมเป็นพื้นที่ที่มีความร่วมมือกันทั้งสามส่วนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินที่ทำกินของชาวบ้านที่นั่น พรุ่งนี้(26มี.ค.53) มีเวทีลบปรร.กันที่นั่นท่านอ.ไพบูลย์ได้รับเชิญมาร่วมเวทีนี้ด้วย  พรุ่งนี้ท่านจะเข้าร่วมเวทีที่นั่นด้วย 

เยี่ยมบ้านนาจอก หมู่บ้านมิตรภาพไทยเวียดนาม 

อ.ธันวา ใจเที่ยง อาจารย์ม.ราชภัฎกาฬสินธุ์แต่เป็นคนนครพนมได้กลับมาเยี่ยมบ้านทราบข่าวจึงไปต้อนรับท่านอ.ไพบูลย์ที่สนามบินด้วย เห็นว่าวันนี้พอจะมีเวลาเลยเชิญชวนแวะบ้านนาจอก ตำบลหนองญาติ อำเภอเมืองนครพนม หมู่บ้านมิตรภาพไทยเวียดนามซึ่งอยู่ระหว่างทางจากสนามบินก่อนเข้าเมืองนครพนม

 

             

 

อ.ธันวา  ใจเที่ยง เคยเป็นอาจารย์อยู่ม.ราชภัฏนครพนม(ก่อนมาเป็นมหาวิทยาลัยนครพนมในภายหลัง)มาก่อน ท่านเป็นนักวิชาการหนุ่มที่บุกเบิกงานวิชาการชุมชนท้องถิ่นในย่านนี้มาตั้งแต่ปี 2543  ไม่ว่าจะเป็นตำนานเสียงปืนแตก 7 สิงหา และตำนานบ้านนาจอกหมู่บ้านลุงโฮยุคกอบกู้เอกราชเวียดนาม ท่านอาจารย์ฉัตรทิพย์ นาถสุภา นักวิชาการอาวุโสเคยกล่าวชื่นชมถึงอาจารย์ธันวา ใจเที่ยง อยู่บ่อยครั้งส่วนผมเองได้อ่านงานของอาจารย์บ่อยครั้งด้วยความชื่นชม

 

            

 

เราจึงมาที่ "บ้านนาจอก"ซึ่งเป็นหมู่บ้านของคนไทยเชื้อสายเวียดนาม ที่บรรพบุรุษอพยพมาตั้งรกรากในไทยตั้งแต่สมัยฝรั่งเศสปกครองอินโดจีน และในช่วงหนีภัยสงครามมาในสมัยที่สหรัฐอเมริกาทำสงครามกับเวียดนาม ปัจจุบันมีประชากรกว่า 129 ครัวเรือน บ้านนาจอกถือเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ด้วยเคยเป็นหมู่บ้านที่ท่านโฮจิมินห์ ผู้นำการเรียกร้องเอกราชจากฝรั่งเศส เข้ามาอาศัยอยู่ที่นี่เป็นเวลากว่า 4 ปี (ราวปี 2470-2474  ลุงเตียวบอกผมว่าอย่างนั้นทั้งที่ป้ายบอกว่าระหว่าง2466-2474) ตั้งแต่เมื่อครั้งที่ท่านโฮจิมินห์ ทำงานเคลื่อนไหวต่อต้านฝรั่งเศสในภูมิภาคอินโดจีน บ้านท่านโฮจิมินห์หรือลุงโฮ ปัจจุบันตั้งอยู่ในบริเวณบ้านเลขที่ 48 หมู่ 5 ของคุณเตียว เหงียนวัน วัย 86 ปีครับ

            



ลุงเตียวบอกว่า พ่อของลุงเตียวเป็นเพื่อนกับท่านโฮจิมิห์ พ่ออพยพมาอยู่เมืองไทยตั้งแต่ปี 2466 และได้แต่งงานอยู่กินกับคนไทย ในช่วงที่ประเทศในแถบอินโดจีนตกอยู่ใต้อาณานิคมของฝรั่งเศส ท่านโฮจิมินห์ซึ่งเป็นผู้นำเรียกร้องเอกราชจากฝรั่งเศส ได้นำคณะผู้ร่วมขบวนการเข้ามาเคลื่อนไหวก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์อินโดจีนขึ้นในหมู่ผู้อพยพเวียดนามในประเทศไทย และได้พักอยู่ที่บ้านคุณลุงเตียวหลังนี้เป็นเวลาหลายปี ลุงโฮใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ปลูกผัก ปลูกต้นไม้ เช่นเดียวกับชาวนาจอกทั่วไป

บ้านที่เห็นในปัจจุบันตามรูปข้างบนนี่เป็นบ้านสร้างใหม่ตามรูปแบบเดิม ส่วนหลังเดิมได้รื้อถอนไปนานแล้วเนื่องจากทรุดโทรม ลักษณะเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว ภายในแบ่งเป็นห้องนอน 2 ห้อง และห้องโถง(ลุงโฮนอนที่ห้องโถงด้านนอก ครับ ห้องนอน 2 ห้องให้มิตรสหายที่มีครอบครัว 2 ครอบครัวนอน) โดยพยายามจำลองและจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้เสมือนครั้งที่ตอนลุงโฮอาศัยอยู่ ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะเขียนหนังสือ เครื่องเรือน ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ อาทิ นาฬิกา ถาดทองเหลือง กาน้ำชา บนผนังบ้านยังแขวนภาพถ่ายและภาพวาดลุงโฮในอิริยาบทต่าง ๆ

 

            

 

นอกจากนี้พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ ที่ฮานอยประเทศเวียดนามยังได้มอบรูปภาพลุงโฮในวาระต่างๆ ใต้ภาพมีคำกลอนเป็นภาษาเวียดนามอธิบายประวัติชีวิต วีรกรรม และผลงานของลุงโฮ ติดแสดงไว้ด้วย   แวะบ้านลุงโฮคราวนี้   ทำให้ผมได้หนังสือ “หวอเหงียนย้าป”จอมทัพคู่บารมี โฮ จิ มินห์ 1 ใน 10นักการทหารที่โลกยกย่อง  ติดมือมาด้วย

 

            

                       ภาพลุงโฮต้อนรับท่านปรีดี  พนมยงค์ครับ


บริเวณหน้าบ้านลุงโฮร่มรื่นไปด้วยต้นไม้นานาชนิด ทั้งต้นมะพร้าว ต้นหมาก ต้นไม้ และต้นมะเฟืองซึ่งเป็นต้นที่ลุงโฮปลูกด้วยตนเองและยังมีแปลงผักเล็ก ๆที่คุณลุงเตียว และลูกสาวช่วยกันดูแล

จนถึงทุกวันนี้ลุงเตียวยังคงจำเรื่องราวต่างๆได้อย่างชัดเจนราวกับเหตุการณ์เรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นเมื่อวันวาน(ลุงเตียวยังพูดภาษาเวียดได้คล่อง)ปัจจุบันชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวเวียดนามจำนวนมากสนใจจะเข้ามาท่องเที่ยวในบริเวณดังกล่าว เพราะมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์การเมืองสำหรับชาวเวียดนาม

 

              

                                  โต๊ะนั่งทำงานลุงโฮครับ

ออกจากบ้านนาจอกคณะเราไปลงเรือล่องแม่น้ำโขงยามเย็นๆ  ชมบรรยากาศ 2 ฝั่งโขง และอากาศวันนี้เย็นสบายๆ(ออกจะหนาวเสียด้วยซ้ำ)ประทับใจกับบรรยากาศการล่องเรือก่อนจะเข้าที่พัก ที่โรงแรมนครพนม ริเวอร์วิว  ริมฝั่งโขง ครับ

 

             

           อ.ไพบูลย์พร้อมนายกอบต. กำนัน และประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลวังยางครับ