ห้องสมุดมีชีวิต
ชื่อเรื่อง การประเมินโครงการห้องสมุดมีชีวิตของโรงเรียนชุมชนวัดม่วง
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสิงห์บุรี
ชื่อผู้วิจัย นางสาวกมลทิพย์ ใจเที่ยง
ระยะเวลาที่ศึกษา ตุลาคม 2551 ถึง กันยายน 2552
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมาย 1) เพื่อประเมินโครงการห้องสมุดมีชีวิตของโรงเรียนชุมชนวัดม่วงและ 2) เพื่อเปรียบเทียบผลการประเมินโครงการห้องสมุดมีชีวิตจำแนกตามสถานะของผู้ตอบแบบสอบถาม กลุ่มตัวอย่างทั้งหมดที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ มี 3 กลุ่ม คือ 1) บุคลากรสถานศึกษา ได้แก่ ผู้บริหาร ครูและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 34 คน 2) ผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 67 คน 3) นักเรียน จำนวน 102 คน ผู้วิจัยสร้างและพัฒนาคุณภาพเครื่องมือประเมิน 2 ชุด คือ แบบประเมินบุคลากรสถานศึกษา และแบบประเมินผู้ปกครองนักเรียนและนักเรียน ผ่านการพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่านและมีค่าความเชื่อมั่น ดังนี้ แบบประเมินบุคลากรมีค่าความเชื่อมั่น 0.932 แบบประเมินผู้ปกครองนักเรียนและนักเรียน มีค่าความเชื่อมั่น 0.963 หลังจากเก็บรวบรวมข้อมูลได้แล้วทำการวิเคราะห์ข้อมูล โดยหาค่าความถี่ (Frequency) ร้อยละ(Percentage) ค่าเฉลี่ย(Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Diviation) การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว(One - Way ANOVA) และทดสอบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีของเชฟเฟ่ (Scheffe’s Method)
ผลการวิจัยพบว่า
1. โครงการห้องสมุดมีชีวิตของโรงเรียนชุมชนวัดม่วงในภาพรวมด้านสภาวะแวดล้อมของโครงการอยู่ในเกณฑ์ระดับมาก เมื่อพิจารณาตามองค์ประกอบ พบว่า ความต้องการจำเป็นของโครงการอยู่ในเกณฑ์ระดับมาก ความเป็นไปได้ของโครงการ อยู่ในเกณฑ์ระดับมาก วัตถุประสงค์ของโครงการ อยู่ในเกณฑ์ระดับมาก และความพร้อมและทรัพยากร อยู่ในเกณฑ์ระดับมาก ด้านกระบวนการปฏิบัติงานตามโครงการ อยู่ในเกณฑ์ระดับมาก และด้านผลผลิตของโครงการบุคลากรสถานศึกษา ผู้ปกครองและนักเรียนประเมินสอดคล้องกันว่า อยู่ในเกณฑ์ระดับมาก
2. การเปรียบเทียบผลการประเมินโครงการห้องสมุดมีชีวิตด้านผลผลิตของโครงการจำแนกตามกลุ่มของผู้ตอบแบบสอบถาม ได้แก่ บุคลากรสถานศึกษา ผู้ปกครองนักเรียน และนักเรียนในภาพรวมพบว่า ไม่แตกต่างกัน และเมื่อพิจารณาในรายข้อ พบว่า ในรายข้อนักเรียนมีนิสัยรักการอ่านมากขึ้น มีความแตกต่างทางนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ทดสอบความแตกต่างรายคู่แล้ว พบว่าบุคลากรสถานศึกษาและนักเรียนมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ ในรายคู่ผู้ปกครองนักเรียนและนักเรียนมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
น่าสนใจมากค่ะ
ผลการวิจัยน่าสนใจมาก ๆ ค่ะ
เป็นงานวิจัยที่สร้างเสริมนิสัยรักการอ่านดีมาก มีความน่าสนใจในการใช้ในการเรียนการสอน
นำไปพัฒนากิจกรรมส่งเสริมการอ่านได้ดีมาก เป็นงานวิจัยที่เหมาะสมในการนำไปใช้
เป็นงานวิจัยที่นำไปใช้ในการพัฒนาในเรื่องการอ่านได้ดีมาก
เป็นงานวิจัยที่มีความน่าสนใจในการเรียนการสอนได้ดีมาก