
อ่านข่าวอัครมหาเศรษฐีไทยที่ติดอันดับโลกแล้ว จึงอยากจะเล่าเรื่องอัครมหาเศรษฐีของอินเดียบ้าง โดยเฉพาะการที่คนอินเดียติดอันดับคนที่รวยที่สุดในโลก ใน 5 คนที่รวยที่สุด เป็นคนอินเดียถึง 2 คน
อันดับที่ 4 นาย Mukesh Ambani ประธานและกรรมการบริหารบริษัท Reliance Industries Limited มีเงิน 29 พันล้านเหรียญสหรัฐ
อันดับที่ 5 นาย Lakshmi Mittal ประธานและผู้บริหารบริษัท Arcelor Mittal และเป็นผู้อำนวยการของบริษัท Goldman Saches , EADS และธนาคาร ICICI มีเงิน 28.7 พันล้านเหรียญสหรัญ
นอกจากนั้นยังมีคนอินเดียติดอันดับ 50 คนแรกของโลกถึง 4 คน เป็นผู้หญิง 1 คน ได้แก่นาง Savitri Jindal ประธานบริษัท Jindal Steel
ในปี 2553 มีเศรษฐีอินดียระดับพันล้านเหรียญสหรัฐมากถึง 49 คน นับเป็นประเทศที่มีเศรษฐีมากเป็นอันดับ 5 ของโลก รองจากสหรัฐ จีน รัสเซียและเยอรมัน
ที่น่าสังเกตอีกประการหนึ่งก็คือนิตยสาร IndiaToday ฉบับพิเศษ 22 มีค. 53 นำเสนอคนที่มีอิทธิพลมากที่สุดของอินเดีย 50 คน ก็ล้วนเป็นคนรวยระดับอัครมหาเศรษฐีทั้งนั้น
ต้องจับตามองอินเดียต่อไป เพราะความรวยของคนอินเดียจะไม่หยุดเพียงแค่นี้ แต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
เหตุผล ถ้าจะให้บอกในเบื้องต้น ก็น่าจะมาจากการที่คนอินเดียเป็นคนที่มีศักยภาพ มีความรู้ เก่งภาษา เก่งคณิตศษสตร์ คิดเก่ง พูดเก่ง การเจรจาต่อรองเก่งและที่สำคัญ แก้ปัญหาเก่งโดยไม่เสียเปรียบคนอื่น
อินเดียเป็นตลาดที่น่าสนใจและถือเป็นเรื่องที่ดีที่มีนักธุรกิจไทยสนใจไปลงทุนในอินเดียมากขึ้นเรื่อยๆ ที่เข้าไปแล้วก็มีบริษัทอิตัลไทย ซึ่งทราบว่าได้งานกอ่สร้างสนามบินแห่งให่มที่กัลกัตตา บริษัทเจริญโภคภัณฑ์ บริษัทเดลต้าไทยแลนด์ บริษัทพฤกษา บริษัทไทยซัมมิท และล่าสุด ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ โดยประธานบริษัทสนั่น อังอุบลกุล ก็ได้เข้าไปบุกตลาดในอินเดียแล้ว ด้วยคุณภาพของผลิตภัณฑ์ของศรีไทย น่าจับตามองว่าในอนาคตจะมีเศรษฐีไทยติดอันดับโลกเพิ่มมากขึ้นเป็นแน่
ผมยังคงยืนยันว่าอินเดียเป็นตลาดที่เป็นอนาคตของคนไทยได้ หากเปิดใจ สนใจตลาดแห่งนี้สักหน่อย ยังมีลู่ทางการค้าขายและธุรกิจอีกมากมายที่นักธุรกิจไทยไม่ว่าจะขนาดใหญ่ กลางหรือเล็กจะมาเสนอตัวได้
ก็ต้องบอกข่าวถึงการเผยแพร่หนังสือ "อินเดีย ขุมทรัพย์ใต้กองขยะ" ที่ยังคงได้รับความสนใจจากผู้อ่าน หลายท่านได้อีเมล์มาหาและหลายท่านได้เดินทางไปสำรวจอินเดียด้วยตนเองเพื่อที่จะหาลู่ทางธุรกิจ
ขอให้กำลังใจนักธุรกิจไทยทุกท่านครับ เข้าไปบุกอินเดียกันเพื่อที่จะได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งไทยและอินเดีย
ขอต่อท้ายด้วยคำที่คิดขึ้นมาเองว่า "คบแขก เราอยู่ ดูถูกแขก เราจะพลาดโอกาสดีๆ"
ผมเพิ่มชื่อบันทึกว่า "อัครมหาเศรษฐีอินเดีย ติดอันดับโลก...คนไทยควรสนใจ เพราะอะไร? " เพราะต้องการจะบอกว่า ความรวยนั้น ใครก็รวยได้ ถ้ารู้จักคิด รู้จักใช้ปัญญาและที่สำคัญ ก็คือความคิดและปัญญานี้ สามารถเรียนรู้ ถ่ายทอดกันได้
สวัสดีค่ะ
วันนี้ไม่ได้มาให้กำลังใจคนอินเดีย
แต่มาให้กำลังใจคนเขียนหนังสือ
"อินเดีย ขุมทรัพย์ใต้กองขยะ"
หนังสือดี ที่คนอยู่อินเดียเขียนค่ะ
ตันติราพันธ์
ขอบใจมากนะ
รายได้จากหนังสือนำไปทำบุญช่วยสร้างหลังคาโบสถ์ให้พระประธานวัดพุทธอโศกและช่วยพระนักศึกษาไทย รวมทั้งร่วมทำบุญในการบวชเฉลิมพระเกียรติ 82 พรรษา
มีแต่กำไรบุญ
เจริญสุขทุกคืนวัน
สวัสดีค่ะ คุณพลเดช วรฉัตร
"เหตุผล ถ้าจะให้บอกในเบื้องต้น ก็น่าจะมาจากการที่คนอินเดียเป็นคนที่มีศักยภาพ มีความรู้ เก่งภาษา เก่งคณิตศษสตร์ คิดเก่ง
พูดเก่ง การเจรจาต่อรองเก่งและที่สำคัญ แก้ปัญหาเก่งโดยไม่เสียเปรียบคนอื่น"
อ่านประโยคนี้แล้วโดนใจค่ะ การเจรจาต่อรองเก่ง สร้างมนุษยสัมพันธ์ เป็นการพัฒนาทักษะ ความสำเร็จของชีวิต
เพื่อความสำเร็จในหน้าที่การงาน และการดำรงชีวิตประจำวัน การเจรจาต่อรองเพื่อสร้า้งความเข้าใจ ลดปัญหาความขัดแย้งได้ค่ะ
สวัสดีค่ะ
คนอินเดียเป็นคนที่มีศักยภาพ มีความรู้ เก่งภาษา เก่งคณิตศาสตร์ คิดเก่ง พูดเก่ง การเจรจาต่อรองเก่งและที่สำคัญ แก้ปัญหาเก่งโดยไม่เสียเปรียบคนอื่น
คุณ ภัทรานิษฐ์ ครับ
ที่ต้องบอกว่าเบื้องต้นเพราะผมกำลังค้นหาข้อเท็จจริงจากการใช้ชีวิตในอินเดียและพบปะผู้คนในระดับต่างๆ ถือเป็นการวิจัยข้อมูลภาคสนาม(ส่วนตัว)
และประเด็นที่ว่า ไม่เคยยอมเสียเปรียบคนอื่น หรือชาติอื่น นั้นมีความน่าสนใจที่คนไทยประเทศไทยจะได้นำมาใช้เพื่อปกป้องประเทศชาติกันบ้าง
ทุกวันนี้ ต้องทำใจ กับความน่าสลดใจที่คนไทย(ด้วยกันเอง)และคนต่างชาติ พากันเอาเปรียบประเทศชาติ แลกเพียงผลประโยชน์ส่วนตัว โดยประชาชนไม่ค่อยรู้เห็นข้อเท็จจริง
หากคนไทยได้เรียนรู้นิสัยแบบคนอินเดียบ้าง ที่เขาแม้จะเห็นแก่ตัว(ตามที่คนอื่นมอง)แต่ก็ไม่เคยยอมให้ประเทศชาติเสียเปรียบประเทศอื่น
ไม่อยกาพูดมากกว่านี้ครับ
เจริญสุขนะครับ
คุณ ครูคิม ครับ
ก่อนอื่นต้องขอบคุณคุณครูที่เป็นครูที่ดีของประเทศชาติ
เป็นเสาหลักสำคัญของครอบครัว ของชุมชน ของประเทศและของโลกทีเดียวครับ
ครูดี ก็ทำให้คนมีการศึกษาที่ดี รู้จักเรียนรู้ รู้จักคิด รู้จักพูด ก่อนที่จะทำอะไรลงไป
ซึ่งพุทธศาสนามีอยู่แล้วครบถ้วน
อยากให้เด็กไทยได้มีโอกาสไปทัศนศึกษาอินเดีย ก่อนที่จะไปประเทศอื่น เพราะอินเดียเป็นห้องเรียนทางจิตวิญญานที่ดีที่สุดในโลก
อยากให้การบินไทยส่งเสริมเด็กไทย เช่นโดยการลดค่าโดยสารไปอินเดียเพื่อเรียนรู้ชีวิตในช่วงปิดเทอม จะได้เห็นชีวิตที่แท้จริง ว่าเป้นอย่างไร
ความคิดแบบวิถีอินเดียเป็นอย่างไรและมีคุณค่าอย่างไร
และเด็กไทยจะนำความคิดเหล่านั้นมาพัฒนาใช้ได้อย่างไร
ความขัดแย้งนำไปสู่ปัญญา
ครูจะเป้นผู้ชี้ทางให้เห็นช่องทางนั้นครับ
ครูอินเดียท่านหนึ่งบอกว่า ไม่สอนเด็กให้หาคำตอบที่ถูก แต่จะสอนเด็กให้ตั้งคำถามที่ถูก
ฝากครูไทยด้วยนะครับ แนวคิดนี้
เจริญสุขครับ
สวัสดีครับ คุณพลเดช
ผมขอสมัครเป็นแฟนคอลัมน์ด้วยอีกคนครับ โดยเฉพาะผมสใจเมืองเจนไน เป็นพิเศษครับ มีคอลัมน์เก่าๆ ให้ศึกษาไหมครับ กรุณาแนะนำด้วยครับ
ด้วยความระลึกถึงเสมอ
ชาญชัย แดง
สวัสดีครับ
ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่แวะมาทักทายกันในเว้บบล๊อคนี้นะครับ
และขอแสดงความยินดีด้วย ต่อตำแหน่งใหม่ที่จะได้รับนี้
ถือเป็นสิ่งที่ท้าทายและน่าสนใจมาก เจนไนเป็นเมืองในฝันของผมเมืองหนึ่ง
อ่านจากบันทึกนี้ครับ http://gotoknow.org/blog/poldejw/283250
และ http://gotoknow.org/blog/poldejw/287171
เป็นเมืองที่น่าไปเที่ยว และน่าไปอยู่และทำงาน
ในส่วนของงาน มีงานที่สำคัญคือการส่งเสริมธุรกิจไทยไปบุกอินเดีย ซึ่งกำลังมีโอกาสที่สดใส
แนะนำให้อ่านหนังสือเรื่อง "อินเดีย ขุมทรัพย์ใต้กองขยะ" ด้วยครับ หาซื้อได้ตามร้านหนังสือชั้นนำ:)
มีอะไร ก็สนทนากันได้ครับ มีผู้สนใจ ผู้รู้ในเว็บบล๊อคนี้อีกมากมาย ถือเป็นการ KM ที่ดีครับ