นิราศสบเมย

                                    นิราศสบเมย

 1

                                                     ทางกันดารคดเคี้ยวเลี้ยวตามเขา

เย็นเพลินตาใต้ฟ้าแม่น้ำเงา                  แต่ใจเหงาไร้เงาคนเดินเคียง

จับพลัดผลูมาอยู่ถึงถิ่นป่า                   โอ้อกข้าอาดูรไม่อาจเลี่ยง

ไม่คิดว่าจะมาไกลถึงนี้เพียง                ไกลปืนเที่ยงในอ้อมเขาเบาได้ยิน

พรหมบัญญัติพิพากษาชะตาเศร้า          มาอยู่เขาชายแดนแสนถวิล

ดูวังเวงเหว่ว้าค่าเพียงดิน                  มาอยู่กินเมืองสบเมยเลยเมืองกรุง

ได้เวลารถโดยสารออกจากท่า               ชานชลาหมอชิตหงุดหงิดยุ่ง

หิ้วกระเป๋าทั้งสะพายให้นังนุง                 ลูกลูกมุ่งส่งแม่ชะแง้มอง

ลูกโบกมือแม่โบกลาพาใจเศร้า           ดูเหงาเหงาทั้งแม่ลูกผูกใจหมอง

ซ่อนน้ำตากลืนไว้เสียในท้อง               คราที่มองใบหน้าลูกผูกใจครวญ

รถทัวร์ผ่านบางปะอินผินหน้าหนี         เคยซื้อบ้านดาวน์ไว้นานยังนึกหวน

โชคไม่ดีส่งมานานเพื่อนมันชวน            เงินทองรวนเลยขาดส่งคงโดนกลืน

ถึงทางแยกอยุธยาพาสะท้าน               กับวันวานที่ผ่านมาพาสดชื่น

เคยมากราบขอพรพระให้ยั่งยืน         กลับขื่นขมระทมซึ้งบึงพระราม

ถึงอ่างทองหมองใจไม่ดีขึ้น            ด้วยตันตื้นความเศร้าที่เฝ้าถาม

คอยสะกิดแผลใจให้ลุกลาม             ต้องหักห้ามรักร้างที่อ่างทอง

ผ่านชัยนาทอนาถใจให้หม่นหมาง  ตามเส้นทางสายเอเชียเพลียใจหมอง

คนภาคกลางเขาทำน้ำตานอง       จึงประคองใจสะอื้นขึ้นล้านนา

ถึงนครสวรรค์ฉันไม่เห็น             ว่าจะเป็นสวรรค์ที่สรรหา

เพราะเสียรู้เสียรักต้องจากลา           เมืองสวรรค์ที่ว่าข้าโดนลวง

ถึงกำแพงแห่งตำบลสลกบาตร           เหมือนไร้ญาติมาอาศัยไม่แหนหวง

แต่ไม่นานต้องซมซานเพราะลมลวง   จนใจกลวงหมดตัวมัวหลงลม

ถึงบ้านตากเมืองหนึ่งซึ่งเคยหวัง    ว่าจะฝังกายาอาศัยสม

แต่สิ้นหวังที่สรรพวิทยาคม           ไม่ได้สมอย่างที่ตั้งมาพึ่งพิง

ผ่านลำปางเมืองที่สร้างชีวิตใหม่     ได้เป็นครูสมใจในทุกสิ่ง

ปริญญาโทจบที่นี่ดีใจจริง             อยู่เขลางค์เป็นสุขยิ่งพักพิงใจ

ขาดอย่างเดียวที่หัวใจไม่ได้รัก         ทั้งที่ได้ประจักษ์ว่ารักใช่

แต่เหมือนกรรมจำพรากต้องจากไป    จำจากไกลเมืองลำปางร้างรักปอง

ถึงเชียงใหม่เมืองงามนามลือเลื่อง    ดูรุ่งเรืองเจริญดีไม่มีสอง

เป็นเมืองเอกแห่งล้านนาค่าควรครอง  เพราะฉันจนจึงไม่ปองมองเมืองงาม

อำเภอฮอดด่านสุดท้ายเข้าชายป่า   ภูพนาสูงขึ้นเรื่อยเมื่อยเหลือหลาย

ถ้าเลือดลมไม่ดีมีตาลาย             พาคลื่นไส้อาเจียนเวียนจนเบือน

ทางกันดารย่านเมืองแม่ฮ่องสอน    มาแรมรอนเดียวดายไม่มีเพื่อน

ชนชาวเขาจับจองเป็นบ้านเรือน      ทุกถิ่นเถื่อนมีแต่เขากับชาวดอย

ถึงแม่เหาะเหมือนหัวใจจะได้เหาะ     ช่างงามเหมาะพาใจให้หายหงอย

หลังคาเยื้องห่างกันอย่างลงรอย       คนบ้านดอยมีบ้านงามยามผ่านตา

รถวิ่งพามาไกลเหมือนไม่เหนื่อย        แต่คนนั่งนั่งจนเมื่อยเหนื่อยนักหนา

มาถึงแม่สะเรียงเวียงเทวา             จำนรรจาไว้ในเพลงเพราะน่าฟัง

สาละวินถิ่นพนาช่างน่าอยู่              มาเป็นครูที่นี่มีความหวัง

จะพักผ่อนหัวใจที่ใกล้พัง                เก็บความหลังฝังฝั่งฟ้าสาละวิน

ถึงอำเภอสบเมยไม่เลยหลบ             ได้มาพบได้มาพบที่พักพิงทิ้งความหมอง

ขอพักใจพักเศร้าที่เคล้าครอง              ทิ้งความหมองครองสุขครบที่สบเมย

                              เขียนเมื่อ วันที่ 28 เมายน 2546